วิธีเพิ่มฟอนต์เพิ่มให้ iPad และ iPhone (ไม่ต้องเจลเบรค)

วิธีเพิ่มฟอนต์เพิ่มให้ iPad และ iPhone (ไม่ต้องเจลเบรค)

สำหรับการเพิ่มฟอนต์เข้าไปใน iOS แบบง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องมาเจลเบรค ไม่ต้องมาวุ่นวายทำบนเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะเกือบทั้งหมดทำได้บนอุปกรณ์ iOS

วิธีการเพิ่มฟอนต์เข้าไปในอุปกรณ์ iOS อย่าง iPad และ iPhone ในปัจจุบันทำได้ง่ายมาก ๆ ไม่ต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เลย เพราะมีผู้ใช้งานงานจำนวนมากที่ใช้ iPad, iPhone แล้วร้อยวันพันปีไม่เคยนำเครื่องต่อกับคอมพิวเตอร์เลย มาดูกันว่าวิธีง่าย ๆ ในการเพิ่มฟอนต์เพื่อนำไปใช้ร่วมกับแอพอื่นอาทิ Pages, Keynote, Pixelmator, Affinity Photo, MS Office for iOS ฯลฯ ทำยังไง

มีการปรับปรุงบทความล่าสุดเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2018

เริ่มจากให้ดาวน์โหลดแอพ AnyFont จาก App Store (ราคา 69 บาท) ซึ่งเป็นแอพสำหรับ Install ฟอนต์ต่าง ๆ เข้าไปในระบบของ iOS นอกจาก AnyFont ที่แนะนำก็มีแอพอื่นด้วย เพียงแต่เท่าที่ตามไล่ดูการอัพเดท AnyFont ดูมีอัพเดทอยู่เป็นระยะ ๆ ต่อเนื่องสม่ำเสมอก็เลยเลือกตัวนี้

จากนั้นเมื่อมีแอพ AnyFont อยู่ใน iPhone หรือ iPad ที่เราต้องการแล้วก็จัดการนำฟอนต์ที่เราต้องการใช้งานมาใส่เข้าไปใน Phone หรือ iPad ของเรา โดยเบื้องต้นตัวแอพ AnyFont แนะนำให้ใส่ฟอนต์ที่เราต้องการผ่าน iTunes ในส่วนของ File Sharing ของแต่ละแอพ (ตามรูปด้านล่าง) ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่สะดวกสุดและคล่องตัวสุด เพราะฟอนต์ต่าง ๆ ที่เราจะใช้ก็เป็นฟอนต์ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์เป็นหลักอยู่แล้ว โดยสามารถใส่ไฟล์ฟอนต์ได้ทั้งแบบที่เป็นนามสกุลฟอนต์และแบบไฟล์ ZIP กรณีที่ฟอนต์ดังกล่าวมีหลายแบบ

สำหรับคนที่ขี้เกียจต่ออุปกรณ์กับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่คิดจะจิ้มสายเข้ากับคอมพิวเตอร์เลยหรือไม่พร้อมที่จะต่ออุปกรณ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ ก็มีวิธีใส่ฟอนต์ผ่านไปทางอีเมลก็ได้เช่นกัน จะส่งเป็นไฟล์ ZIP หรือเป็นฟอนต์แต่ละนามสกุลไปเลยได้

หรือเข้าไปดาวน์โหลดฟอนต์โดยตรงจากหน้าเว็บ ตามในวิดีโอเราเข้าไปที่เว็บ f0nt.com เป็นเว็บที่มีฟอนต์ภาษาไทยสวย ๆ ให้เลือกดาวน์โหลดมากมาย พอเราเลือกได้แล้วว่าต้องการใช้ฟอนต์ไหนก็เลือกดาวน์โหลดฟอนต์ที่ต้องการจะมีคำสั่ง Open in AnyFont ให้เรา Install ฟอนต์ที่ต้องการเข้า AnyFont ก่อน

ขั้นตอนการ Install ฟอนต์ที่เราต้องการใช้งานเข้าไปในระบบ iOS ให้คลิกเลือกไปที่ฟอนต์ที่ต้องการแล้วกดตามขั้นตอนได้เลย ซึ่งหน้าจอของ AnyFont จะมีบอกเป็นระยะ ๆ ว่าให้กดปุ่มอะไร

กรณีที่เป็นแอพเซ็ตเดียวกันมีหลายแบบ เช่นมีตั้งฟอนต์ตัวธรรมดา, ตัวเอียง, ตัวบาง ฯลฯ อยู่ในฟอนต์เซ็ทเดียวกันให้เรากดเลือกที่เครื่องหมายถูกที่อยู่บริเวณตรงกลางใต้นาฬิกาก่อนแล้วก็จัดการเลือกฟอนต์ในเซ็ทเดียวกัน

จากนั้นกดไปที่ปุ่ม Install มุมขวาบน ซึ่งการ Install ฟอนต์หลายแบบในกลุ่มเดียวกันจะมีขั้นตอนให้เราตั้งชื่อฟอนต์เข้ามาด้วย จุดนี้ก็ให้ใส่ชื่อฟอนต์เข้าไป

ตัวแอพก็จะทำการสร้างโปรไฟล์เรียกใช้ฟอนต์ที่ใส่เข้าไปได้แล้ว เราก็กดทำตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

จากนี้เราสามารถเรียกใช้ฟอนต์ที่เราใส่เข้าไปในเครื่องผ่านแอพต่าง ๆ ได้แล้ว เท่าที่ลองสามมารถเรียกใช้ฟอนต์จากแอพ Pages, Keynote, MS Office for iOS, แอพแต่งรูป Pixelmator ได้ไม่มีปัญหา วรรณยุกต์ต่าง ๆ ไม่ลอย ซึ่งแต่ละแอพที่ได้ลองก็สามารถเข้าไปเลือกสไตล์ของฟอนต์ได้ตัวปกติ, ตัวเอียง, ตัวหนา, ตัวบาง และแแบบอื่น ๆ ตามที่แต่ละฟอนต์มีมาให้ เท่าที่ทดสอบคิดว่าแอพไหนที่มีตัวเลือกให้เลือกฟอนต์ได้เองจะสามารถเลือกใช้ฟอนต์ที่เราใส่เข้าไปได้ด้วย

เท่าที่ลองใช้งานข้ามไปมาระหว่าง (OS X 10.11 กับ iOS 9) และ (macOS 10.13.4 กับ iOS 11.3) โดยทดสอบทำไฟล์ Keynote บน OS X โดยการใส่ตัวหนังสือด้วยฟอนต์ DB Heavent Original ที่มีฟอนต์ 14 แบบแล้วนำมาเปิดใน Keynote บน iOS 9 พบว่าฟอนต์มีเพี้ยนไปบ้าง จากที่ใน OS X เลือกใช้ฟอนต์ DB Heavent ตัวบางและเอียง (Thin It) และตัวหนามาก (Black) พอมาเปิดใน iOS 9 ฟอนต์ที่ปรากฏครั้งแรกฟอนต์ DB Heaven แบบตัวบางและเอียง (Thin It) ที่เลือกไว้แสดงผลไม่ถูกต้องโดยบน iOS จะแสดงผลเป็นฟอนต์ DB Heavent ตัวปกติ (Regular) แต่ฟอนต์แบบตัวหนามาก (Black) แสดงผลได้ถูกต้อง จุดนี้น่าจะเป็นข้อบกพร่องของ iOS ที่เวลาเจอฟอนต์ตระกูลเดียวกันที่มีหลายแบบ

ทดสอบอีกครั้งกับฟอนต์ KJR-Krajidrid PHARMAI ที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บ f0nt.com ใช้ร่วมกับ Pages, Keynote, Affinity Photo และ Pixelmator สามารถเลือกใช้งานฟอนต์ได้ไม่มีปัญหาอะไร การแสดงผลของฟอนต์ออกมาสวยงาม

ส่วนแอพที่ไม่สามารถเรียกใช้ฟอนต์ที่ใส่เข้าไปได้เท่าที่ทดสอบจะเป็นพวกแอพแต่งรูปและแอพที่ไม่ได้เปิดเรียกฟอนต์จากระบบ โดยแอพพวกนี้จะะมีฟอนต์สวย ๆ บิวด์อินมาให้ในแอพ แอพพวกนี้จะไม่สามารถเรียกใช้ฟอนต์อื่นจากที่เราใส่เข้าไปได้

สำหรับฟอนต์ที่ใช้งานได้จะเป็นฟอนต์ ttf, .ttc, และ .otf โดยการใส่ฟอนต์เข้าไป iPhone หรือ iPad สามารถใส่เป็นไฟล์ที่เป็นนามสกุลตามที่กล่าวไปหรือเป็น ZIP File ก็ได้ด้วยเช่นกัน โดยกรณีหลังเมื่อเรากดแตก Zip File ออกมาขณะที่อยู่ในแอพ AnyFont จะปรากฏไฟล์และชื่อฟอนต์ต่าง ๆ เพื่อรอให้เรา Install เข้าไปในเครื่องตามวิธีที่เราได้กล่าวไว้แล้วนั้นเอง

แล้วถ้าฟอนต์ไหนที่เราไม่ต้องการจะทำยังไง

วิธีการลบฟอนต์ออกก็ง่ายมาก ๆ โดยให้เข้าไปที่

Settings > General > Profile จากนั้นเลือกไปที่โปรไฟล์ฟอนต์ที่เราต้องการลบออกแล้วก็จัดการกดลบโปรไฟล์ฟอนต์ดังกล่าวออกก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ลงฟอนต์เพิ่มใน iPhone, iPad แบบนี้ผิดลิขสิทธิ์ฟอนต์หรือไม่

เรื่องนี้ถ้าเป็นฟอนต์ที่ให้ดาวน์โหลดฟรี เช่น ฟอนต์ RSU และฟอนต์ที่แจกอยู่ใน f0nt.com ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนถ้าเป็นฟอนต์ที่เราซื้อมาใช้งาน เช่นฟอนต์ตระกูล DB ที่มีการจำกัดสิทธิ์ 5 เครื่อง ในจุดนี้จากที่โทรสอบถามกับทาง DB Fonts ปลายสายบอกว่าถ้าเราหาวิธีลงฟอนต์ใช้งานได้ในอุปกรณ์ของเราอย่าง iPhone, iPad ได้และไม่เกินจำนวนสิทธิ์ 5 เครื่องตามที่ DB Fonts อนุญาตก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนฟอนต์ลิขสิทธิ์ยี่ห้ออื่นก็คงต้องติดต่อสอบถามรายละเอียดกันเองอีกทีนะครับ เพราะฟอนต์ถือเป็นซอฟท์แวร์รูปแบบหนึ่ง อย่าใช้ผิดลิขสิทธ์ที่อนุญาตไว้

***วิธีเพิ่มฟอนต์แบบนี้ปัจจุบันสามารถใช้งานได้กับ iPad และ iPhone iOS 7 , iOS 8 iOS 9, iOS 10 และ iOS 11



You May Also Like:

ปีหน้า iPhone อาจมีกล้องหลังแบบ 3 เลนส์

มีข่าวลือกันแบบข้ามปีมากันตั้งแต่ตอนนี้เลยทีเดียว เมื่อเว็บในไต้หวันลงข่าวว่าไม่แน่ปีหน้าแอปเปิ้ลอาจจะออก iPhone ที่มีกล้องหลังแบบ 3 เลนส์ด้วยก็ได้ ..

ในอนาคต iPhone อาจมีความให้สั่งงานด้วยท่าทางแบบไม่ต้องโดนตัวเครื่อง

เป็นข้อมูลที่น่าสนใจทีเดียวเมื่อทาง Bloomberg ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าแอปเปิ้ลกำลังทดสอบ iPhone ที่เราสามารถทำมือเป็นท่าทางต่าง ๆ ในอากาศแล้วสั่งงานตัวเครื่องได้ คาดว่าจะออกมาให้เห็นภายใน 3 ปี ..

แอปเปิ้ลจัดงานเปิดตัวสินค้าวันที่ 27 มี.ค. นี้

แอปเปิ้ลส่งอีเมลเชิญชวนสื่อให้ไปร่วมงานวันที่ 27 มี.ค. นี้ โดยรูปที่แอปเปิ้ลส่งไปเป็นโลโก้แอปเปิ้ลที่สื่อถึงการใช้ Apple Pencil วาด พร้อมประโยคน่าสนใจ ‘Creative new ideas for teachers and students’ ..

Share

Tweet

Email