หูฟัง Fischer Audio – Omega Series

หูฟัง Fischer Audio – Omega Series

ได้รับหูฟัง Fischer Audio – Omega Series มาแบบด่วนมาก ๆ 3 รุ่นด้วยกัน ทั้งหมดเป็น In-Ear ที่เพิ่งออกมาใหม่ เสียงแตกต่างกันยังไง เราได้ไปลองมาแล้วครับ

สำหรับ Fischer Audio – Omega Series ที่เพิ่งออกมาใหม่มี 3 รุ่นด้วยกันได้แก่

  • Omega ACE – กล่องดำคาดเหลือง – ไดรเวอร์ขนาด 9 มม.
  • Omega SPARK – กล่องดำคาดแดง – ไดรเวอร์ขนาด 7 มม.
  • Omega TWIN – กล่องดำคาดเขียว – ไดรเวอร์ขนาด 7 และ 9 มม.

โดยทั้ง 3 รุ่นมาในกล่องดูเรียบ ๆ ลายละเอียดเกี่ยวกับหูฟังแต่ละรุ่นบนกล่องมีบอกไว้ด้วยว่าหูฟังรุ่นนี้เข้ากับเพลงแนวไหน และไม่ว่าจะรุ่นถูกรุ่นแพงทั้งหมดก็แถมจุกยางและโฟมให้ฟังมาให้เยอะมาก ถือเป็นข้อดีมาก ๆ ของหูฟังที่ราคาไม่แพงมากแต่ให้ของมาครบขนาดนี้

 

fischer-audio-omega-series_02

fischer-audio-omega-series_03

 

สำหรับตัวหูฟังจะเป็น In-Ear แบบที่มีสายมาให้คล้องหลังหูโดยบริเวณสายที่อยู่หลังหูทาง Fischer Audio ทำมาไม่แข็งมากอะไร สายหูฟังภายนอกเป็น TPU ที่จะมีความลื่นอยู่พอควร และมีไมโครโฟนพร้อมปุ่มกดรับและวางโทรศัพท์ พร้อมทั้งเป็นปุ่มกดเล่นเพลงหยุดเพลงไปด้วยในตัวมาให้ด้วย สิ่งที่ขาดบนรีโมทก็จะเป็นแค่ไม่มีปุ่มปรับระดับเสียงมาให้

 

fischer-audio-omega-series_11

ด้านเสียงของทั้ง 3 รุ่น พอได้ฟังพร้อม ๆ กันตัวผมรู้สึกถึงความต่างชัดเจนว่าต่างกัน และแม้เป็นรุ่นที่ใกล้เคียงกันอย่าง ACE และ SPARK ที่มี 1 ไดรเวอร์ก็ให้บุคลิคเสียงที่ต่างเช่นกัน

Omega ACE ถือเป็นรุ่นเล็กสุด เสียงที่ได้จะออกแข็ง ๆ หน่อย เสียงเบสมีแต่ไม่ลึกมาก ฟังเพลงเดียวกันกับรุ่นอื่น ๆ ถ้าเป็นเพลงที่มีการร้องประสานเสียงมาพร้อมเสียงเครื่องดนตรีจะจัดระเบียบเสียงที่เราได้ยินไม่ค่อยเป็นระเบียบนัก

 

fischer-audio-omega-series_04

fischer-audio-omega-series_05

fischer-audio-omega-series_06

 

Omega SPARK ถ้าเป็นจากสเป็คจะเห็นว่าขนาดไดรเวอร์เล็กกว่ารุ่น ACE โดยเสียงของรุ่น SPARK คือดีขึ้นมาอีกระดับเมื่อเทียบกับ ACE เสียงจะดูนุ่มขึ้นแต่แข็งเหมือน ACE เสียงเบสเสียงต่ำรู้สึกได้มากกว่าแต่ไม่เยอะนัก ระเบียบเสียงในเพลงเดียวกันถือว่าทำได้ดีขึ้นเสียงประสานเสียงเครื่องดนตรีดูเป็นระเบียบมากขึ้น รายละเอียดเสียงต่าง ๆ ได้ยินชัดขึ้น

 

fischer-audio-omega-series_07

fischer-audio-omega-series_08

fischer-audio-omega-series_09

 

Omega TWIN เป็นหูฟังที่มี 2 ไดรเวอร์ แรกสุดที่ได้ลองผมลอง ACE แล้วข้ามมา TWIN เลย รู้สึกได้เลยว่าเสียงต่างกันเยอะมาก โดยเสียงของรุ่น TWIN ให้รายละเอียดที่ครบถ้วน การจัดระเบียบเสียงที่ออกมาให้เราได้ยินดูดีมาก เสียงเบสเสียงต่ำหนักแน่นแบบนวล ๆ ครับไม่บุ่มบ่าม จากที่ได้ฟังเจ้า TWIN ผมชอบว่าเสียงดูสุภาพดีไม่แข็งกระด้างถ้าเบิร์นเสียงให้เข้าที่เข้ามามากว่านี้น่าจะให้เสียงที่ฉ่ำใช้ได้เลยทีเดียว ในราคานี้ผมยกให้ Omega TWIN เป็นตัวเลือกเบอร์ต้น ๆ รุ่นหนึ่ง

fischer-audio-omega-series_12

fischer-audio-omega-series_13

fischer-audio-omega-series_15

fischer-audio-omega-series_14

 

โดยรวมสำหรับ Fischer Audio – Omega Series ทั้ง 3 รุ่น ตามที่ได้อ่านไปข้างต้นพอจะเห็นภาพแล้วว่ารุ่นไหนเป็นยังไง ถ้าให้ช่วยเลือกให้ผมก็คงเลือก Omega TWIN ที่ให้เสียงได้ดีกว่ารุ่นอื่นมากจริง ๆ ส่วนว่าเทียบแค่รุ่น 1 ไดรเวอร์ระหว่าง ACE กับ SPARK เป็นยังไง อันนี้เลือกยากอยู่เหมือนกันเพราะแม้ SPARK ให้เสียงที่ดูนวลกว่าแต่ก็อยู่ที่เราชอบแบบเสียงแบบไหนกว่ากันด้วย เรื่องเสียงเป็นเรื่องของรสนิยมของแต่ละคนผมชอบ Omega TWIN ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้อ่านต้องชอบตามไปด้วย ของแบบนี้ต้องได้ไปลองเองถึงจะตอบตัวเองได้ครับ

ราคา

  • Omega ACE – 1,790 บาท
  • Omega SPARK – 2,090 บาท
  • Omega TWIN – 2,890 บาท

 

หาซื้อสินค้าได้ที่ :

 

 



kangg

You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง iFrogz – Impulse Wireless

ได้หูฟัง iFrogz - Impulse Wireless มาลองใช้งานพักใหญ่ พบว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ราคาไม่แพงที่ให้เสียงได้โอเคเลยแหละ ..

[Hands-On] หูฟัง B&O Play E8

เพิ่งเปิดตัวไปเมื่ออาทิตย์ก่อนในงาน IFA 2017 สำหรับหูฟัง B&O Play E8 ตอนนี้เราได้มาให้ทุกคนชมกันแล้วครับ ..

รีวิว : หูฟัง JBL – T110 / T210 / T290

เป็นหูฟังใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือที่ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดในนามของแบรนด์ JBL ก็ว่าได้กับหูฟัง JBL - T Series ที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 500 บาท แต่คุ้มค่าเกินราคา ..

Share

Tweet

Email