รีวิว : Jabra – Eclipse (หูฟังบลูทูธสำหรับคุยโทรศัพท์)

รีวิว : Jabra – Eclipse (หูฟังบลูทูธสำหรับคุยโทรศัพท์)

สำหรับ Jabra – Eclipse จัดว่าเป็นหูฟัง Bluetooth สำหรับใช้คุยโทรศัพท์ที่มีขนาดเล็กมาก ๆ รุ่นหนึ่ง แต่เล็กแบบนี้ต้องบอกว่าเล็กแต่เด็ดนะครับ ขอบอกๆ

สำหรับ Jabra – Eclipse เป็นหูฟัง Bluetooth สำหรับใช้คุยโทรศัพท์ โดยตัวเครื่องเมื่อเปิดกล่องขึ้นมาดูจะไม่ได้พบแค่หูฟังเพียงอย่างเดียว แต่จะพบว่ามีก้อนกลม ๆ ที่เป็นเหมือนที่เก็บและที่ชาร์จไฟให้หูฟังไปด้วยในตัว โดยก้อนกลม ๆ ที่ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการใช้งานเพราะเวลาที่จะเชื่อมต่ออุปกรณ์ระหว่างหูฟังกับโทรศัพท์จะต้องกดปุ่มตรงกลางที่ใต้ฐานก้อนกลมขณะที่มีหูฟังวางไว้อยู่ในฐานเพื่อเป็นการเปิดฟีเจอร์เชื่อมต่ออุปกรณ์ หรือถ้าโทรศัพท์รุ่นที่สามารถใช้งาน NFC ได้ก็สามารถนำโทรศัพท์ไปแตะ ๆ แถวใต้ฐานที่ว่าก็ได้เพื่อเป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์

ส่วนตัวหูฟัง Jabra – Eclipse ต้องบอกว่าอันเล็กมาก ๆ เล็กจนผมคิดว่าผมควรจะระวังเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้มันหายไปไหน ความยาวของก้านหูฟังตลอดอันเพียงแค่ 5 เซนติเมตรเท่านั้น น้ำหนักอยู่ที่ 5 กรัม ตัวหูฟังออกแบบมาเพื่อใช้กับหูข้างขวาของเราอย่างเดียว บริเวณก้านหูฟังที่เห็นเรียบ ๆ นั้นสามารถแตะเพื่อรับสายหรือวางสายโทรศัพท์ได้ด้วย ส่วนจุกยางของหูฟังในกล่องมีมาให้เปลี่ยน 4 ขนาดด้วยกัน จุดนี้แนะนำว่าให้เปลี่ยนเพื่อพอดีกับขนาดช่องหูของเรามากที่สุด เพราะไม่งั้นตอนใช้งานถ้าจุกยางขนาดไม่พอดีจะทำให้หูฟังหล่นขณะใช้งานได้

ในการใช้งานจริงหลังจากที่เราจับคู่อุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย เวลาเราดึงตัวหูฟังขึ้นมาจากฐานก็จะเท่ากับการเปิดใช้งานทันที ตัวหูฟังก็จะกลับมาเชื่อมต่อกับ iPhone อัตโนมัติ และเมื่อเลิกใช้งานเวลาเราวางหูฟังเข้าไปในฐานก็จะเท่ากับการปิดโดยอัตโนมัติเช่นกัน จุดนี้ก็มีเหตุผลในการวางกลับเข้าไปในฐาน ส่วนจะเป็นอะไรมีเฉลยอยู่ในหัวข้อเกี่ยวกับแบตเตอรี่ครับ

“ถ้าจะรับสายให้พูดว่า Answer หรือถ้าไม่รับสายก็ให้พูดว่า Ignore …แจ๋วดีสำหรับฟีเจอร์นี้”

สำหรับฟีเจอร์ตอนรับสายวางสายโทรศัพท์ด้วยความที่บนก้านหูฟังของ Jabra – Eclipse ไม่มีปุ่มใด ๆ ตอนแรกก็จะงง ๆ ว่าต้องแตะหรือสัมผัสแบบไหนถึงจะเป็นการรับสายหรือวางสาย ซึ่งเรื่องนี้สามารถทำได้ 2 ทางคือการแตะ 2 ครั้งบริเวณก้านหูฟังแถว ๆ ตัวหนังสือ Jabra จะเป็นการรับสายวางสายโทรศัพท์ หรืออีกทางที่ทำได้คือการใช้คำสั่งเสียง โดยขณะที่มีโทรศัพท์เข้ามาในหูฟังจะมีการพูดชื่อ (กรณีชื่อที่เราเซฟไว้เป็นภาษาอังกฤษ) และจะบอกว่าถ้าจะรับสายให้พูดว่า Answer หรือถ้าไม่รับสายก็ให้พูดว่า Ignore …แจ๋วดีสำหรับฟีเจอร์นี้

เท่าที่ลองใช้คำสั่งเสียงรับสายและปฏิเสธสาย ผมลองทั้งสำเนียงแบบไทย ๆ และใส่อารมณ์ให้กระเดียดไปทางมีสำเนียงฝรั่งเล็กน้อยพบว่าถ้าเป็นสำเนียงไทยเจ้า Jabra – Eclipse น้อยฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างทำให้กว่าจะรับสายได้ก็พูดกันอยู่ 3-4 ครั้งได้ แต่ในทางกลับกันถ้าคุณใส่สำเนียงแบบฝรั่งเข้าไปเล็กน้อยเจ้า Jabra – Eclipse น้อยฟังรู้เรื่องครั้งเดียวผ่านทันที

ถามว่าแตะ ๆ ที่หูฟังกับใช้คำสั่งเสียงผมชอบอันไหนกว่ากัน ส่วนตัวผมชอบคำสั่งเสียงกว่าเล็กน้อย ด้วยความที่หูฟังอันเล็กบางทีผมแตะผิดจังหวะก็มีอยู่เหมือนกัน ซึ่งคำสั่งเสียงถ้าจับจุดได้ครั้งต่อ ๆ ไปก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรแล้วในการพูดแค่ 2 คำนี้

ด้านเสียงของ Jabra – Eclipse ทำได้ดีมากเวลาใช้คุยโทรศัพท์จนทำให้ผมประหลาดใจว่าตัวเล็กแค่นี้แต่ให้ประสิทธิภาพได้ดีเกินตัว โดยผมใช้ Jabra – Eclipse เกือบตลอดเวลาที่ได้ทดสอบ พบว่าถ้าเป็นการใช้คุยในห้องทั่วไปเสียงที่เราพูดไปนั้นคู่สนทนาได้ยินชัดมาก ในส่วนนี้ต้องยกความดีให้กับไมโครโฟนแบบ Omnidirectional ที่ใส่มาให้ถึง 2 ตัวด้วยกัน ส่วนการได้ยินเสียงจากคู่สนทนาได้ยินชัดเจนดีทีเดียว กรณีใช้งานนอกบ้านประเภทเดินไปตามถนนหนทาง จุดนี้จากที่ได้ทดสอบพบว่าทำได้ดีพอสมควร เท่าที่สอบถามคู่สนทนาจะบอกว่าได้ยินเสียงรอบข้างเข้ามาด้วยทำให้ถ้าอยู่ในที่อึกทึกมาก ๆ คู่สนทนาอาจจะได้ยินเสียงเราไม่ชัดใสเหมือนที่ควร คือใช้คุยได้ฟังรู้เรื่องแต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่ามีเสียงรอบข้างดูดเข้าไปด้วย

มาถึงอีกหัวข้อที่หลายคนน่าจะมีความสงสัยเหมือน ๆ กับผมที่ได้ลองใช้คือแบตเตอรี่ใช้งานได้นานแค่ไหนเพราะตัวเล็กจิ๋วขนาดนี้  สำหรับเรื่องแบตเตอรี่จะเแบ่งเป็นสองส่วนได้แค่ตัวฐานชาร์จที่เห็นเป็นก้อนกลม ๆ นั้นจริง ๆ แล้วก็มีแบตเตอรี่อยู่ด้วยในตัว และตัวหูฟังแน่นอนว่ามีแบตเตอรี่ด้วยเพียงแต่เล็กมากทำให้การใช้คุยต่อเนื่องทำได้เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ถ้าเราใช้เสร็จแล้ววางหูฟังกลับเข้าฐานชาร์จอยู่เรื่อย ๆ ก็จะทำให้สามารถใช้ Jabra – Eclipse คุยได้ต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมง ส่วนกรณีใช้งานบ้างไม่ใช้งานบ้างเราสามารถสแตนบาย Jabra – Eclipse ได้สูงสุด 3 วัน

ส่วนระยะเวลาการชาร์จไฟแบ่งเป็นชาร์จไฟเข้าฐานชาร์จด้วยแล้วก็ชาร์จไฟหูฟังด้วยในคราวเดียวจะใช้เวลาราว ๆ 3 ชั่วโมง ส่วนถ้าชาร์จหูฟังกับตัวฐานเองอยู่ที่ 2 ชั่วโมง

จุดสังเกตจากที่ได้ใช้ Jabra – Eclipse น่าจะเป็นสองเรื่องคือการออกแบบมาสำหรับหูด้านขวาอย่างเดียว และอีกเรื่องคือไม่มีให้แตะ ๆ ที่หูฟังเพื่อปรับระดับเสียงตอนคุยโทรศัพท์ จุดนี้ต้องมากดที่โทรศัพท์เอง ถามว่าเป็นประเด็นใหญ่หรือไม่กับเรื่องนี้ก็คงต้องถามตัวเราเองว่าปรับเสียงไปมาขณะคุยโทรศัพท์บ่อยขนาดไหน

สรุป..แรกพบกับ Jabra – Eclipse คือเล็กมากเล็กจนคิดว่าไม่น่าจะใช้งานได้ดีนัก เพราะส่วนตัวผมไม่ชอบหูฟังคุยโทรศัพท์ที่อันเล็กมาก ๆ รู้สึกขาดความมั่นใจเพราะก้านหูฟังไปอยู่บริเวณใกล้ ๆ หูใกล้ ๆ ตรงแก้มกลัวเสียงเราไม่เข้าไมโครโฟนของตัวหูฟัง แต่พอได้ใช้งานจริงต้องบอกว่า Jabra – Eclipse ทำให้ความคิดผมเกี่ยวกับเรื่องนี้เปลี่ยนไปเพราะแม้จะอันเล็กก้านไมโครโฟนอยู่แถว ๆ แก้มก็ยังรับเสียงของเราได้ดีมากไม่ต้องเค้นเสียงใหัดังขึ้นก็ได้ สามารถใช้เสียงในระดับปกตินี่แหละคุยเสียงเราที่คู่สนทนาได้ยินก็ชัดเจนมากแล้ว ข้อควรระวังจากที่ได้ใช้งานสำหรับผมมีเรื่องเดียวคือระวังหายครับ เพราะมีอยู่วันหนึ่งวางไว้บนโซฟาแล้วก็หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอปรากฎว่าตกไปอยู่ที่ซอกโซฟาซะอย่างนั้น

จุดสังเกต

  • อันเล็ก น้ำหนักเบามาก
  • ไมโครโฟนรับเสียงได้ดี
  • ออกแบบมาให้ใช้กับหูข้างขวาอย่างเดียว
  • ไม่มีปุ่มหรือจุดสัมผัสเพื่อปรับระดับเสียงที่หูฟัง ต้องปรับจากโทรศัพท์อย่างเดียว

ราคา : 4,490 บาท



You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง Jaybird – Freedom

Jaybird - Freedom เป็นหูฟังรุ่นใหม่อีกรุ่นของ Jaybird ที่เพิ่งออกมาไม่นานกับ รูปร่างหน้าตาดูสลิมกว่า X-series แต่เสียงที่ได้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว  ..

ลือล่า…หูฟัง AirPods มีแววว่าอาจจะเปิดขายสิ้นเดือน พ.ย. หรือต้น ธ.ค.

หูฟังไร้สาย AirPods จากเดิมที่แอปเปิ้ลกำหนดว่าจะเริ่มขายเดือน ต.ค. แต่ก็เอาเข้าจริงถึงวันนี้ก็ยังไร้วี่แวว แถมมีข่าวออกมาก่อนหน้าว่าอาจจะเริ่มขายต้นปีหน้าด้วยซ้ำ แต่ล่าสุดมีข้อมูลมาใหม่ว่า AirPods อาจจะเปิดให้กดสั่งซื้อสิ้นเดือน พ.ย. หรือต้นเดือน ธ.ค. ที่จะถึงนี้ ..

รีวิว : แม่กุญแจ Noke

แม่กุญแจสำหรับใช้ล็อคประตู ล็อคกล่อง ล็อคตู้ ที่เราสามารถสั่งปลดล็อคแม่กุญแจได้ทั้งจากโทรศัพท์มือถือและใช้รหัสมอสเป็นตัวปลดล็อคได้ด้วย น่าสนใจดีทีเดียวกับแม่กุญแจยี่ห้อ Noke ..

Share

Tweet

Email