รีวิว : ลำโพง JBL – Pulse 2

รีวิว : ลำโพง JBL – Pulse 2

ตั้งแต่เห็นลำโพง JBL – Pulse 2 ครั้งแรกรุ้สึกแปลกตาดีเพราะมีฟีเจอร์ที่เราเองก็คาดว่าจะมีอยู่ในลำโพงด้วย การฟังเพลงไม่ใช่แค่เรื่องเสียงอย่างเดียวแต่เรื่องแสงสีก็มีส่วนทำให้เรารู้สึกตามที่เราคิดไปด้วย ซึ่งลำโพง JBL – Pulse 2 สามารถเปลี่ยนแสงสีได้ตามที่เราต้องการ

หน้าตาลำโพง JBL – Pulse 2 ก็จะคล้าย ๆ เดิมคือมาเป็นทรงกระบอก มีซับวูฟเฟอร์ขนาดด้านซ้ายและขวาทั้งสองข้าง ขนาดตัวเครื่องไม่เล็กไม่ใหญ่วางได้ทั้งแนวตั้งแนวนอน แต่ถ้าดูจากที่ JBL ตั้งใจทำออกมาคือเหมือนจะต้องการให้เราวางในแนวตั้งมากกว่า จุดเด่นของ JBL – Pulse 2 คือมีกล้องครับ ใช่ครับอ่านไม่ผิดว่าลำโพงสมัยนี้มีกล้องด้วย เย้ยย…ผมเองก็งงแบบอมยิ้มตอนเห็นครั้งแรกเหมือนว่ามีจะมีกล้องไปทำไม ต้องขยายความออกมาว่ากล้องที่อยู่บนลำโพงไม่ได้เอามาใช้ถ่ายรูปปกติ แต่เป็นเหมือนเซ็นเซอร์ไว้อ่านว่าสิ่งที่เราจ่อเข้ากับกล้องเป็นสีอะไร ซึ่งจะทำให้สีบนตัวลำโพงเปลี่ยนไปตามสีที่เราจ่อไปเมื่อครู่ …เก๋ไก๋ไฉไล

โดยการใช้งานเวลาเราต้องการเปลี่ยนแสงสีบนลำโพงก็นำบริเวณกล้องไปทาบกับสีที่เราต้องการไม่ว่าจะเป็นปกหนังสือ เสื้อ กางเกง และอื่น ๆ ตามที่เรามีจากนั้นเมื่อทาบลงไปก็จัดการกดปุ่มบนลำโพงที่ประหนึ่งว่าเป็นปุ่มชัตเตอร์เพื่อให้ลำโพงรู้ว่าเราจะเปลี่ยนสีตามนี้แล้วนะก็จัดการกดลงไปแล้วลำโพงก็จะเปลี่ยนแสงสีไปตามนั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วแสงสีที่ลำโพงเปลี่ยนได้แม้จะทำได้หลากหลายสีแต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องเฉดสีที่ทำได้ อาทิถ้าเราทาบกับสีอ่อนเช่นสีฟ้าอ่อนมาก ๆ สีเทาอ่อน คือรวม ๆ แล้วเป็นโทนสีอ่อนเวลาลำโพงเปลี่ยนสีจะทำได้ออกมาเป็นแสงสีขาว ในทางกลับกันถ้าเป็นสีเข้มมากก็จะทำแสงออกมาเป็นเฉดสีเทาดำออกมาให้เราเห็น ส่วนสีทั่ว ๆ ไป เหลือง เขียว ฟ้า แดง น้ำเงิน ม่วง และอื่น ๆ ที่สามารถแยกความแตกต่างได้เยอะ ๆ สามารถทำแสงสีดังกล่าวออกมาได้

นอกจากเปลี่ยนสีตามที่เราต้องการ การใช้งานร่วมกับแอพบน iPhone ก็สามารถทำให้แสงออกมาตามที่ในแอพมีเตรียมไว้ให้ได้ด้วย เช่นแสงสีส้มแดงแบบกองไฟ แสงแบบดาวตก แสงแบบนาฬิกาทราย และอื่น ๆ ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนระดับของแสงได้ด้วย เช่นรูปแบบแสงแบบกองไฟสามารถเลือกระดับของกองไฟได้ด้วยว่าจะเอากองไฟเล็กหรือกองไฟใหญ่ ถ้าเป็นนาฬิกาทรายก็เลือกได้ว่าให้การนับแต่ละครั้งกี่นาที ซึ่งการทำรูปแบบแสงบนแอพนั้นจริง ๆ แล้วสามารถกดปุ่มจากตัวเครื่องได้เช่นกัน เพียงแต่ถ้าเราทำบนแอพก็จะเห็นว่าแสงที่เราเลือกคือแสงรูปแบบอะไร ซึ่งถ้ากดบนตัวเครื่องก็จะวนไปเรื่อย ๆ ส่วนที่เป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องแสงของ JBL – Pulse 2 คือจะมีแสงอันสุดท้ายในแอพที่ทำมาเป็นเหมือนกระดานวาดรูปให้เราใช้นิ้ววาดรูปแบบคร่าว ๆ ลงไปได้ โดยสิ่งที่เราวาดก็จะไปปรากฏบนลำโพงด้วย ก็เก๋ดีครับ แต่จากที่ลองก็ยากอยู่เหมือนกัน จุดนี้ผมอาจจะจับจุดไม่ได้ว่าเขามีทริกอย่างไรจึงจะทำให้สิ่งที่เราวาดออกมาสวย ๆ และไปปรากฏบนลำโพงก็เป็นได้ครับ (ในส่วนนี้ดูในวิดีโอรีวิวประกอบนะครับ)

ส่วนว่าถ้าใช้ ๆ ไปแล้วเบื่อแสงอยากปิดได้หรือไม่ จุดนี้สามารถทำได้ครับ ซึ่ง JBL เขาก็ทำการบ้านมาแล้วว่าควรจะมีปุ่มให้เราปิดแสงทั้งหมดได้ด้วย โดยเราสามารถกดเกี่ยวกับแสงสีที่ตัวลำโพงข้างไว้สักครู่ก็จะเป็นการปิดเรื่องแสงทั้งหมด พอปิดหมดก็เหมือนลำโพงปกติแล้ว

ด้านเสียงเพลงจากลำโพง JBL – Pulse 2 จุดนี้ต้องบอกว่าทำได้ใกล้เคียงกับ ลำโพง JBL – Charge 2+ แต่จะต่างกันที่เสียงของ JBL – Pulse 2 เบสจะไม่แน่นเท่า ซึ่งการที่ JBL เหมือนจะตั้งใจมาให้เราวางลำโพงในแนวตั้งก็จะทำให้ปิดเบสที่พุ่งออกไปด้านหนึ่ง จุดนี้ผมลองจับลำโพงมาวางแนวนอนก็พอวางได้เพียงแต่ตัวเครื่องกลม ๆ จะทำให้หาจุดที่มีอะไรยันหลังไว้ยากไปนิด ซึ่งจุดที่ลำโพงกลิ้ง ๆ มาแล้วหยุดได้ก็คือบริเวณแผงปุ่มควบคุมบนตัวเครื่องถ้าจะวางนอนปุ่มเหล่านี้ก็จะไปอยู่ข้างใต้แทน หรือถ้าเราสามารถหาอะไรมายันไว้ได้ก็จัดได้เลย ส่วนเสียงเวลาวางตั้งกับวางนอนต่างกันรึเปล่า คำถามนี้ผมเองก็สนใจเช่นกัน จากที่ลองพบว่าต่างกันครับ วางตั้งเสียงเบสด้านที่เป็นฐานวางเครื่องออกมาได้ไม่เต็มที่เสียงก็อู้ ๆ นิดหน่อย ต่างกับตอนวางแนวที่เสียงออกมาได้เต็มที่กว่า (ก็แหงแหละครับ)

ด้านแบตเตอรี่ของ JBL – Pulse 2 มีมากถึง 6,000 มิลลิแอมป์ใช้งานได้ยาว ๆ ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง จากที่ใช้แบบไม่ติดต่อกันก็ได้หลายวันอยู่เหมือนกัน สิ่งที่ JBL – Pulse 2 ต่างกับรุ่น Charge 2+ คือ Pulse 2 จะไม่มีช่องใส่เสียบสาย USB เพื่อชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นนะครับ จุดนี้ก็ถือเป็นเรื่องแยกการใช้งาน ใครอยากได้แบบไหนก็ซื้อให้ตรงกับวัตถุประสงค์นะครับ

สรุปโดยรวมของลำโพง JBL – Pulse 2 เป็นลำโพงที่แปลกใหม่ดีไม่น้อยสามารถเปลี่ยนแสงสีได้ตามอารมณ์ที่เราต้องการถือว่าทำได้ดีทีเดียว แต่อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่ามีข้อจำกัดเรื่องของเฉดสีอยู่เล็กน้อย ข้อสังเกตเดียวของ JBL – Pulse 2 จากที่ได้ใช้งานคือระดับความสว่างของแสงจะไม่สามารถเลือกได้ว่าอยากให้สว่างมากหรือสว่างน้อย ตรงนี้ถ้าอยู่ในห้องมืดสนิทก็อาจจะทำให้แยงตาได้บ้าง

JBL- Pulse 2

ราคา : 8,990 บาท

จุดสังเกต

  • เปลี่ยนแสงสีบนลำโพงได้หลายสี
  • ใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง
  • เสียงเบสแน่นดี แต่น้อยกว่ารุ่น Charge 2+ น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ชอบเบสหนักหน่วงมากนัก

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด

หาซื้อสินค้าได้ที่



You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง Jaybird – Freedom

Jaybird - Freedom เป็นหูฟังรุ่นใหม่อีกรุ่นของ Jaybird ที่เพิ่งออกมาไม่นานกับ รูปร่างหน้าตาดูสลิมกว่า X-series แต่เสียงที่ได้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว  ..

ลือล่า…หูฟัง AirPods มีแววว่าอาจจะเปิดขายสิ้นเดือน พ.ย. หรือต้น ธ.ค.

หูฟังไร้สาย AirPods จากเดิมที่แอปเปิ้ลกำหนดว่าจะเริ่มขายเดือน ต.ค. แต่ก็เอาเข้าจริงถึงวันนี้ก็ยังไร้วี่แวว แถมมีข่าวออกมาก่อนหน้าว่าอาจจะเริ่มขายต้นปีหน้าด้วยซ้ำ แต่ล่าสุดมีข้อมูลมาใหม่ว่า AirPods อาจจะเปิดให้กดสั่งซื้อสิ้นเดือน พ.ย. หรือต้นเดือน ธ.ค. ที่จะถึงนี้ ..

รีวิว : แม่กุญแจ Noke

แม่กุญแจสำหรับใช้ล็อคประตู ล็อคกล่อง ล็อคตู้ ที่เราสามารถสั่งปลดล็อคแม่กุญแจได้ทั้งจากโทรศัพท์มือถือและใช้รหัสมอสเป็นตัวปลดล็อคได้ด้วย น่าสนใจดีทีเดียวกับแม่กุญแจยี่ห้อ Noke ..

Share

Tweet

Email