ปลั๊กไฟ PowerCube มาพร้อมช่อง USB และสามารถต่อกันได้

ปลั๊กไฟ PowerCube มาพร้อมช่อง USB และสามารถต่อกันได้

สำหรับรางปลั๊กไฟปัจจุบันใครไม่มีดูท่าจะลำบากในการถอดอะแดปเตอร์สารพัดแก็ดเจ็ตเข้าออก ซึ่งเราขอนำเสนอ PowerCube ที่เป็นรางปลั๊กมารูปทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋า

PowerCube ที่เห็นกันอยู่นี้เป็นผลงานจากบริษัทออกแบบ allocacoc ในประเทศเนเธอร์แลนด์ การออกแบบเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมเกิดจากการมองเห็นว่าแม้รางปลั๊กแบบยาวที่ใช้กันอยู่ทั่วไปจะมีช่องเสียบหลายช่อง

แต่บางครั้งก็เกิดปัญหาว่าอะแดปเตอร์ของอุปกรณ์บางอย่างมีขนาดใหญ่ทำให้กินเนื้อที่เพิ่มและเสียช่องเสียบปลั๊กด้านข้างไป (อันนี้เห็นด้วยเลยครับ เพราะมีอะแดปเตอร์บางอันที่มีขนาดใหญ่และกินพื้นที่เยอะจริง) ก็เลยออกแบบมาเป็นเจ้า PowerCube ที่เป็นช่องต่อปลั๊กไฟในรูปร่างสี่เหลี่ยมลูกเต๋าแบบนี้

ตัว PowerCube ที่เราได้รับมามี 2 รุ่นด้วยกันคือรุ่น

  • PowerCube Original USB
  • PowerCube with PowerRemote

สำหรับรุ่น PowerCube Original USB มาพร้อมเต้ารับปลั๊กไฟ 4 ช่องและช่อง USB จำนวน 2 ช่อง โดยช่อง USB ปล่อยไฟรวม 2.1A สามารถใช้ชาร์จ iPhone และโทรศัพท์มือถืออื่น ๆ ได้สบาย แต่ถ้าจะใช้ขาร์จ iPad ใช้ช่องเดียวเพื่อไม่ให้แบ่งไฟเฉลี่ยจะดีกว่า

ตัว PowerCube Original USB ตามหลักการคือรางปลั๊กที่มีเต้ารับ 4 ช่องและ 2 USB ซึ่งในการใช้งานจริง จากที่ได้ลองชอบที่มีช่อง USB มาให้เลยในตัว ลดการเสียบอะแดปเตอร์ไปได้ 2 อันแล้ว ส่วนเต้ารับ 4 ช่องพอไม่มีอะแดปเตอร์ของ iPhone/iPad/Apple Watch ก็โล่งเลยครับ

เลยลองหาอะแดปเตอร์อื่นและปลั๊กของอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นมาเสียบใช้งาน ซึ่งเรื่องใช้งานไม่มีปัญหาอะไร แต่จุดดีของ PowerCube คือปลั๊กไม่เบียดกันจริงด้วย เพราะแต่ละปลั๊กอยู่คนละด้านของสี่เหลี่ยมทำให้มีพื้นที่เหลือเฟือและไม่รบกวนพื้นที่ช่องปลั๊กช่องอื่น

ถัดมาอีกรุ่นคือ PowerCube with PowerRemote ตอนได้มาก็เห็นว่ามีรีโมทมาด้วย แต่ยังคิดไม่ออกว่าปลั๊กแบบนี้จะเหมาะกับการไปใช้อะไรบ้าง ที่ตัว PowerCube with PowerRemote มี 4 เต้ารับและปุ่มเปิดปิดการใช้งานเป็นปุ่มยางขนาดใหญ่ และรีโมทที่ให้มาก็มีปุ่มยางขนาดใหญ่อยู่เหมือนกัน ตามข้อมูลที่ allocacoc ระบุไว้รีโมทไม่มีแบตเตอรี่ครับ (Battery Free) แต่ไม่ได้อธิบายว่าการทำงานของรีโมทส่งคลื่นแบบไหนกับตัว PowerCube

หลังจากที่ได้มาและได้ใช้พักใหญ่พบว่า PowerCube with Remote เหมาะมากกับการใช้เสียบกับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน อาทิ ทีวี พัดลม โคมไฟในห้อง โคมไฟตั้งโต๊ะ ยิ่งถ้าเป็นคนที่ต้องคอยปิดสวิชต์รางปลั๊กด้วยทุกครั้งหลังดูทีวีเสร็จ หลังปิดพัดลม น่าจะชอบเพราะจะได้ไม่ต้องลุกเดินไปปิดสวิชต์ที่รางปลั๊ก เพราะแค่เรากดที่รีโมทก็สั่งเปิดปิดการทำงานของปลั๊กไฟได้แล้ว

เท่าที่ใช้ PowerCube with Remote ตัวรีโมทปุ่มแข็งอยู่สักหน่อยนะครับ โดยการกดเปิดปิดจะมีเสียงกลไฟใน PowerCube นิดหน่อยเพื่อให้เราได้ทราบว่าได้รับคำสั่งเปิดหรือปิดการทำงานแล้วนะ ระยะการทำงานของรีโมทผมลองแล้ว 5 เมตรสบาย ๆ แแบบไม่ต้องหันรีโมทไปทางปลั๊ก PowerCube ด้วย

ข้อควรระวังหลังจากที่ได้ใช้งาน PowerCube ทั้ง 2 รุ่นคือเต้ารับที่อยู่ข้างใต้ไม่ควรเสียบอะแดปเตอร์ที่มีน้ำหนักมาก เพราะตัวอะแดปเตอร์มีสิทธิ์ที่จะหล่นได้จากน้ำหนักที่มากเกินไปได้เหมือนกัน

ส่วนถ้าใครมองว่า PowerCube อันหนึ่งมีแค่ 4 เต้ารับเองใช้ไม่พออยากได้เยอะ ๆ ก็สามารถซื้อ PowerCube รุ่นที่ต้องการต่อเพิ่มเติมได้ด้วย ถือเป็นจุดดีทีเดียว อย่างที่ผมได้มาก็ลองนำทั้งสองรุ่นมาต่อเข้าด้วยกัน โดยให้รุ่น PowerCube with Remote เป็นตัวที่นำไปเสียบกับเต้ารับภายในบ้านเพื่อจะได้ใช้รีโมทเปิดปิดการทำงานได้และจะส่งผลกับปลั๊กอื่นหรือ PowerCube อันที่มาต่อกันด้วย ซึ่งผมนำ PowerCube Original USB มาต่อเข้าอีกทีก็เท่ากับว่าผมมีรางปลั๊ก 7 เต้ารับและ USB 2 ช่องในขนาดที่ไม่ยาวเกะกะโต๊ะ

ถือว่า PowerCube มีจุดเด่นที่น่าสนใจไม่น้อย ใครสนใจลองไปดูตัวจริงกันได้ตามร้านตัวแทนจำหน่ายกันได้



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

Generation-S

ราคา

490-1,090 บาท

ร้านค้าอื่นๆ ที่จัดจำหน่าย

  • BeTrend @ Siam Paragon
  • BeTrend @ Emporium
  • ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าและ Gadget ชั้นนำทั่วไป

kangg

You May Also Like:

แอปเปิ้ลเริ่มดึงข้อมูล iPod nano และ iPod shuffle ออกจากหน้าเว็บ

สงสัยจะเลิกผลิตเลิกออกรุ่นใหม่จริง ๆ แล้ว เมื่อแอปเปิ้ลดึงข้อมูล iPod nano และ iPod shuffle ออกจากส่วน Online Store ..

เผย AirPods ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจาก Stormtrooper ในเรื่อง Star Wars

Jony Ive ให้สัมภาษณ์กับ Wall StreetJournal เกี่ยวกับสำนักงานแห่งใหม่ของแอปเปิ้ล มีบางช่วงในการสัมภาษณ์คุยถึงเรื่องการออกแบบ AirPods ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจาก Stormtrooper ในเรื่อง Star Wars ..

รีวิว : สไตลัส Adonit – Dash 3 และ Adonit – mini 3

สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ iPad Pro ที่มี Apple Pencil เพื่อออกมาใช้งานคู่กัน อาจจะมองหาสไตลัสมาใช้กันอยู่บ้างเพราะเวลาวาดเขียนยังไงสไตลัสก็ใช้วาดสนุกกว่าใช้นิ้วลากบนหน้าจอ วันนี้เรามีสไตลัส Adonit - Dash 3 และ Adonit mini 3 มาให้ดูกันว่าเป็นยังไงกันบ้าง ..

Share

Tweet

Email