ลองสั่งอาหารผ่านแอพ LINE MAN

ลองสั่งอาหารผ่านแอพ LINE MAN

LINE ประเทศไทยเพิ่งเปิดตัวแอพ LINE MAN เป็นแอพสำหรับใช้สั่งอาหาร สั่งซื้อของจากร้านสะดวกซื้อ และใช้ส่งเอกสารและพัสดุก็ได้ เราลองของด้วยการสั่งอาหารผ่านแอพ มาดูกันว่าเป็นยังไงกันบ้าง

แรกทีเดียวเห็นว่า LINE เปิดตัวแอพ LINE MAN ถือว่าน่าสนใจ โดยเป็นแอพที่มีคอนเซ็ปท์ดีใช้ได้ ตัวแอพออกมาเพื่อบริการสำหรับใช้สั่งอาหาร สั่งซื้อของจากร้านสะดวกซื้อ และใช้ส่งเอกสารและพัสดุก็ได้ ใช่ครับเราสามารถสั่งซื้อของจาก 7-11 ผ่านแอพได้ด้วย ดูเป็นมนุษย์ขี้เกียจขึ้นมาทันที แม้กระทั่ง 7-11 ใกล้บ้านก็มีคนเดินไปซื้อของแทนให้

line-man-food-delivery_01

ส่วนที่เราสนใจคือการสั่งซื้ออาหารจากร้านอาหาร อยากกินอะไรก็ใส่คีย์เวิร์ดลงไป เช่น ข้าวผัดปู, ส้มตำ, สุกี้ ฯลฯ แล้วแอพจะค้นหาร้านอาหารที่มีอยู่ในฐานข้อมูลออกมาให้ โดยฐานข้อมูลของร้านอาหารจะใช้จากเว็บ Wongnai.com พร้อมบอกด้วยว่าร้านไหนเปิดหรือปิดอยู่ในขณะนั้น ๆ โดยแต่ละร้านที่เรากดเข้าไปจะมีเมนูอาหารของร้านเป็นแบบรูปถ่ายมาให้ ซึ่งความคมชัดของภาพอยู่ในระดับพออ่านได้ แต่ถ้าเจอบางรูปที่แสงไฟตกกระทบที่ตัวหนังสือก็มีอ่านชื่ออาหารไม่ได้เหมือนกัน

line-man-food-delivery_13
line-man-food-delivery_12

หลังจากเราเลือกอาหารเสร็จก็มาพิมพ์ข้อมูลลงไป ตรงจุดนี้ผมชอบที่ไม่ตายตัว ให้เราพิมพ์ข้อมูลเอง ซึ่งเราจะพิมพ์รายการอาหารประมาณว่า ข้าวผัดปู (เพิ่มเนื้อปูพิเศษ) , หรือ ไก่ทอด (เพิ่มกระเทียมเจียวพิเศษ) เป็นต้น ส่วนกรณีถ้าในอาหารเราไม่อยากให้ใส่อะไรมาด้วยก็น่าจะพิมพ์เข้าไปด้วยได้เหมือนกัน

line-man-food-delivery_02

พอเราเลือกรายการอาหารทั้งหมดจากร้านที่เราเล็งไว้เสร็จเรียบร้อย กดทำตามขั้นตอนในแอพ LINE MAN ก็จะให้ระบุพิกัดในแผนที่ พร้อมกับให้ใส่รายละเอียดที่อยู่ จุดนี้เราใส่แบบไม่ต้องละเอียดมากถึงระดับบ้านเลขที่ก็ได้ เพียงแต่ใส่ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้คนส่งอาหารเข้าใจว่าอยู่ตรงไหน เช่นถ้าซอยบ้านคุณซับซ้อนมากหน่อยก็ใส่ข้อมูลเข้าไปว่า เข้าซอย 50 เมตร เจอ 3 แยกเลี้ยวซ้าย ตรงมา 3 ซอยให้เลี้ยวขวา เข้ามาเป็นบ้านหลังที่ 2 ประตูสีน้ำเงิน ประมาณนี้ก็ใส่ข้อมูลกันไป

หลังจากนั้นตัวแอพจะไปพายังหน้าประมาณการค่าบริการ ถึงตรงนี้ยอมรับว่าพอเห็นค่าบริการมีสะดุ้งเหมือนกัน ระยะทาง 15 กิโลเมตรค่าบริการส่ง 190 บาท …เกือบถอดใจไม่สั่ง

line-man-food-delivery_03

หลังจากทำใจกดยืนยัน แอพก็จะทำการค้นหาผู้ที่จะทำหน้าที่ส่งอาหารให้เรา ถ้ามีว่างอยู่แอพจะค้นหาอยู่ไม่นานก็จะเจอว่าใครพร้อมให้บริการ หลังจากที่ผมได้คนที่จะมาส่งอาหารให้แล้วก็จะมีโทรศัพท์มายืนยัน 1 รอบเพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับรายการอาหารและสถานที่จัดส่ง พร้อม ๆ กับที่แอพ LINE ที่มีข้อความแจ้งมาจาก LINE MAN ว่าตอนนี้ได้รับคำสั่งแล้วเรียบร้อย และพอคนส่งอาหารไปถึงที่ร้านจะมีการส่งข้อความราคาอาหารรวมค่าจัดส่งทั้งหมดมาให้เรายืนยันอีกครั้ง เพื่อที่เขาจะได้ทำการซื้ออาหารตามรายการให้เรา

line-man-food-delivery_04
line-man-food-delivery_05
line-man-food-delivery_06

จากนั้นทุก ๆ ขั้นตอนก็จะมีข้อความแจ้งเตือนของ LINE MAN ผ่านแอพ LINE มาบอกเราเป็นระยะ ๆ ซึ่งตรงนี้ถือว่าดีทีเดียว รวม ๆ แล้วตั้งแต่กดยืนยันในแอพครั้งแรกจนของมาถึงมือใช้เวลาราว ๆ 50 นาที ถือว่าไม่นานมากนักเมื่อเทียบกับระยะทางทั้งหมดที่คุณ LINE MAN ขับรถมอเตอร์ไซค์มาส่งให้

line-man-food-delivery_07

ค่าส่งอาหาร 190 บาท แพงไปรึเปล่า?

ตอบได้ไม่เต็มปากว่าแพงหรือไม่แพง ตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าร้านที่เราสั่งอยู่ใกล้หรือไกลแค่ไหน เพราะถ้านำ 190 มาหาร 15 ค่าบริการจะตกกิโลเมตรละประมาณ 12.70 บาท ถ้ากรณีเป็นร้านที่อยากกินมาก ๆ และอยู่ไกลพอควร การจ่ายค่าบริการที่ราคาสูงก็อาจจะดีกว่าที่เรานั่งรถหรือขับรถไปซื้อเอง จุดนี้ว่ากันไม่ได้ว่าแพงหรือไม่แพง คุ้มหรือไม่คุ้ม เพราะความคุ้มค่าของแต่ละคนไม่เท่ากัน

 

ตรงนี้ผมเลยลองกดสั่งซื้อของจาก 7-11 ที่อยู่ใกล้บ้านมาก ๆ คือไม่เกิน 500 เมตรพบว่าค่าบริการในแอพ LINE MAN ขึ้นมาว่า 105 บาทพร้อมกับระยะทางที่ขึ้นมาว่า 289 เมตร แพง…หรือไม่ถามใจดู

line-man-food-delivery_08

ก็เลย…ลองหาร้านที่ระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร แล้วลองกดสั่งอาหารให้ไปถึงหน้าคิดค่าบริการพบว่าระยะทาง 4.6 กิโลเมตรแอพคิดค่าบริการ 150 บาท

line-man-food-delivery_10

ก็เลย..ลองกลับไปที่เมนูสั่งอาหารใหม่และเลือกร้านที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด ซึ่งเบื้องต้นในแอพบอกว่าห่างกัน 800 เมตร หลังกดสั่งซื้อและทำตามขั้นตอนเพื่อดูค่าบริการในแอพระบุว่าระยะทาง 1 กิโลเมตร ค่าบริการ 123 บาท

line-man-food-delivery_09

“ค่าบริการส่งอาหารกิโลเมตรละ 123 บาทเลยทีเดียว สะอึกกันไป”

ส่วนหนึ่งก็เข้าใจได้ว่าคนที่ไปซื้ออาหารให้เราถ้าร้านคนเยอะก็ต้องไปยืนรอ ไปรถติดแทนเราตอนขับรถทั้งไปซื้อให้และมาส่งอาหารให้เรา ถ้าอยู่ไกลกันเกิน 10 กิโลเมตรถ้าเป็นร้านที่อยากกินมาก ๆ ผมเชื่อมว่ามีคนยอมจ่ายให้ได้ แต่ถ้าร้านอาหารในรัศมี 5 กิโลเมตร ค่าบริการถือว่าแพงมาก และยิ่งถ้าคุณขี้เกียจมากและร้านอยู่ใกล้มากค่าบริการก็จะแพงมากขึ้นอย่างที่เขียนถึงไปแล้วข้างต้น 1 กิโลเมตรค่าบริการ 123 บาทเลยทีเดียว

แล้วจริง ๆ ค่าบริการส่งอาหาร LINE MAN คิดยังไง

สำหรับค่าบริการส่งอาหารในแอพมีให้กดเข้าไปดูได้ พบว่ามีค่าบริการดังนี้

  • เริ่มต้นที่ 55 บาท 
  • บวก 9 บาททุก 1 กิโลเมตร

ข้างต้นเป็นค่าบริการปกติในช่วงเวลา 07.00 – 20.59 น.

แต่ถ้าใช้บริการนอกช่วงเวลาปกติจะโดนคิดค่าบริการเพิ่มดังนี้

  • บวกค่าบริการ 50 บาท (ช่วงเวลา 21.00-23.59 น.)
  • บวกค่าบริการ 100 บาท (ช่วงเวลา เที่ยงคืน – 06.59 น.)

 

จากที่เราทดลองกดสั่งอาหารและสั่งซื้อของจาก 7-11 ข้างต้น ถ้าสังเกตดูจะพบว่ามีทั้งช่วงเวลาทำการปกติและช่วงกลางคืนที่โดนบวกราคา 50 บาทด้วย ตรงนี้เราลองคำนวณกันดี ๆ เช่นค่าบริการซื้อของที่ 7-11 หลังสามทุ่มตามที่แอพแจ้งคือ 105 บาท ซึ่งถ้าอยู่ในช่วงเวลาทำการปกติก็จะเหลือ 55 บาท

ตรงนี้ก็ลองคำนวณกันดูว่าถ้าเราจะสั่งอาหารไกลบ้านคุ้มหรือไม่กับค่าบริการที่ต้องจ่าย หรือถ้าเกิดหิวตอนดึก ๆ ก็ต้องยอมจ่ายค่าบริการพิเศษเพิ่มเติมด้วย ยังไงก็คำนวณกันให้ดี

สิ่งที่ต้องยอมรับเมื่อสั่งอาหารแบบนี้

นอกจากคุณจะต้องยอมรับราคาค่าบริการแล้ว สิ่งที่ต้องยอมรับอีกอย่างคือร้านอาหารที่เราเลือกและสั่งซื้อ เขาไม่ใช่ร้านที่ให้บริการด้านส่งอาหารถึงบ้านโดยตรง คือเหมือนเราไปซื้อกลับมากินที่บ้านเองนั้นแหละครับ ฉะนั้นถุงก็ดี หีบห่อก็ดี ร้านค้าจะไม่ได้ใช้แพ็กเกจที่เก็บความร้อน จะไม่เหมือนร้านอาหารที่เขาบริการส่งอาหารถึงบ้านเป็นอาชีพที่จะมีการใส่อาหารมาให้ฟรอยด์เก็บความร้อน มาไกล 10 กิโลเมตรอาหารก็ยังร้อนอยู่ ตรงนี้ถ้าอาหารมาถึงแล้วชืดไปบ้างไม่อร่อยเหมือนที่เรากินที่ร้านก็อย่าว่ากัน

สรุปสำหรับการสั่งอาหารผ่านแอพ LINE MAN ดีที่เราจะกินร้านไหนก็มีคนไปซื้อให้ แต่ก็ต้องแลกด้วยค่าบริการที่สูงเอาเรื่องไม่น้อย คิดว่าบริการ LINE MAN คงเกิดได้แค่ในกรุงเทพจังหวัดเดียว จังหวัดอื่นเขาคงรถไม่ติดขนาดนี้คงไม่น่ามีใครยอมจ่ายค่าบริการที่ราคาสูงแบบนี้



You May Also Like:

Share

Tweet

Email