รีวิว : หูฟัง Aftershokz – Trekz Titanium (Bone Conduction Headphones)

รีวิว : หูฟัง Aftershokz – Trekz Titanium (Bone Conduction Headphones)

หูฟังที่เราใช้กันอยู่ก็คือมีช่องหูฟังเสียบเข้ามาที่หูฟังของเราหรือถ้าเป็นหูฟังแบบใหญ่หน่อยก็เอามาครอบที่หูของเรา แต่หูฟัง Aftershokz ต่างออกไปเพราะไม่ได้ใส่เข้าไปที่หู แต่วางไว้ข้างหูแล้วใช้การสั่นสะเทือนของเสียงไปที่กระดูกของเราเพื่อรับเสียง

หูฟัง Aftershokz – Trekz Titanium เป็นหูฟังแบบไร้สาย รูปร่างหน้าตาออกแบบมาแนวสปอร์ตที่เป็นก้านโค้งไปตามหลังศีรษะแล้วก็เหน็บหูฟังไว้ที่หูของเรา ตัวหูฟังรุ่นนี้ต่างไปจากที่เราคุ้นเคยตรงที่เป็นหูฟังแบบ Open-Ears คือปล่อยหูเปิดโล่ง ใช่ครับ เปิดโล่ง แล้วตัวหูฟังจะอยู่ข้าง ๆ หูใช้วิธีปล่อยเสียงมาที่เราด้วยการสั่นที่กระดูกข้างหู (Bone Conduction)

 

ตัวหูฟังมีปุ่มการใช้งานต่าง ๆ ปกติทั้งปุ่มปรับระดับเสียง (ปุ่มเปิดปิดและเชื่อมต่อจะอยู่ที่ปุ่มปรับระดับเสียงให้เพิ่มขึ้น) ปุ่มรับและวางโทรศัพท์ที่เป็นปุ่มกดเล่นเพลงไปด้วยในตัวอยู่ที่ปลายหูฟังด้านซ้าย

ด้วยความที่หูฟังเป็นก้านโค้งอ้อมหลังศีรษะ ผมลองจับยืดให้ดูกันไปเลยว่ายืดออกมาได้กว้างมากเหมือนกัน จุดนี้ไม่ต้องกังวัลว่าจะบีบรัดศีรษะเราแต่อย่างใด แต่การที่กางออกมาได้เยอะก็ไม่ได้ความว่าถ้าคุณเป็นคนที่ศีรษะใหญ่มากแล้วจะใช้ได้ เพราะถ้ากางออกมามาก ๆ เกิดเหตุหูฟังก็จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

ด้านการใช้งาน ตัวผมเคยได้ยินชื่อหูฟังประเภท Bone Conduction มาบ้าง แต่ไม่มีโอกาสได้ลองสักที ครั้งนี้เป็นครั้งแรกสำหรับหูฟังแบบนี้ พอจัดแจงใส่เรียบร้อยก็แปลก ๆ ดีตรงที่หูฟังจะแปะอยู่ข้างหูไม่ได้ใส่หรือวางตรงที่หูของเรา ตรงนี้ก็ทำให้เรายังรับเสียงภายนอกได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ทาง Aftershokz เขาถือเป็นจุดเด่นการใช้หูฟังของเขาทำให้เรายังรับเสียงภายนอกได้ด้วย คือถ้าใช้ในชีวิตประจำวันเราก็ยังสามารถได้ยินเสียงรถที่ผ่านไปผ่านมาอาจมีจังหวะบีบแตรให้เราต้องระวัง หรือรถมอเตอร์ไซต์ที่ขี่บนทางเท้าไล่หลังเรามาอย่างน้อยก็ยังได้ยินเสียงอยู่ด้วย

เรื่องการใส่หูฟังสำหรับคนใส่แว่นกับหูฟังที่เป็นก้านโค้งคล้องหลังศีรษะแบบนี้ยังสามารถใส่ได้ปกติทั้งแว่นทั้งหูฟังครับ

จัดแจงใส่เรียบร้อย เปิดเพลงฟังโดยพลัน เห้ย..มันแปลก ๆ ดีเสียงที่ได้ยินอยู่ข้างหูแล้วหูฟังก็มีการสั่นสะเทือนไปด้วย คือรู้สึกเลยแหละว่าหูฟังสั่นกระเพื่อมอยู่ด้วย การกั้นเสียงเล็ดลอดไม่ให้คนอื่นได้ยินของหูฟังรุ่นนี้ถือว่าไม่มีนะครับต่างกับหูฟังปกติที่แม้เสียงจะลอดออกมาแต่ก็ถูกกั้นแล้วในระดับหนึ่งจากบริเวณรอบหูของเราที่มีหูฟังใส่อยู่

(ดูจากในวิดีโอเพิ่มเติมนะครับว่าใส่เสร็จแล้วหูฟังอยู่ในตำแหน่งไหน)

ระดับเสียงจากหูฟัง Aftershokz – Trekz Titanium เท่าที่ลองถือว่าเสียงดังใช้ได้ครับ คือเปิดเสียงดังสุดจะไม่เหมือนเวลาที่ใส่หูฟังปกติแล้วเปิดเสียงดังมาก ๆ บางคนจะแสบหู แต่หูฟังอันนี้เวลาเปิดเสียงดังมาก ๆ คือข้างหูจะสั่นสะเทือนไปตามจังหวะเพลงครับ และด้วยความดังของเสียงที่เล็ดลอดออกมาได้มากพอควรถ้าเปิดในระดับ 80 เปอร์เซ็นขึ้นไปคนข้าง ๆ ได้ยินเสียงเพลงเราฟังด้วยแน่นอน ผมลองปรับ ๆ ดูถ้าปรับเสียงอยู่ในระดับสัก 60 เปอร์เซ็นต์เสียงเพลงเราก็ยังได้ยินโอเคและคนข้าง ๆ ก็ไม่รำคาญด้วยเพราะเสียงเล็ดลอดออกไปน้อยลงเยอะ

ด้านคุณภาพเสียงของ Aftershokz – Trekz Titanium อยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ได้เริสอะไรมากครับ เสียงเบสเสียงต่ำค่อนข้างแบน เสียงกลางค่อนข้างชัดดี การใช้ฟังเพลงทั่ว ๆ ไปถือว่ากลาง ๆ ไม่ดีไม่แย่ ในจุดนี้ถ้าผู้อ่านะเป็นคนที่พิถีพิทันกับเรื่องคุณภาพเสียงอาจจะต้องมองข้ามไปเพราะ Aftershokz – Trekz Titanium ไม่ตอบโจทย์ตรงนี้

ผมนำหูฟัง Aftershokz – Trekz Titanium มาใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและการออกกำลังกาย ทั้งสองส่วนผมให้น้ำหนักเรื่องคุณภาพเสียงต่างกัน โดยการใช้หูฟังในชีวิตประจำวันผมก็ชอบหูฟังเสียงดี ๆ ที่เก็บรายละเอียดเสียงได้ดี ๆ หน่อย แล้วตอนออกกำลังกายผมกลับไม่ได้เน้นว่าหูฟังต้องเสียงดีมากนัก ส่วนหนึ่งเพราะเวลาออกกำลังกายเราก็จะโฟกัสกับการออกกำลังกายเสียงมากกว่าไม่ได้สนว่าหูฟังเก็บเสียงได้ทุกเม็ดรึเปล่า

สิ่งที่แลกมากับคุณภาพเสียงคือหูฟังตัวนี้ช่วยให้เราได้ยินเสียงภายนอกอยู่ด้วย ไม่ว่าจะตอนใช้ฟังเพลงขณะเดินอยู่ริมถนน ตอนใช้ออกกำลังกายทั้งวิ่ง, ขี่จักรยาน และอื่น ๆ เท่าที่ได้ใช้มาสักพักผมชอบเรื่องนี้นะครับ เพราะแม้จะฟังเพลงเพลิน ๆ ก็ยังได้ยินเสียงรอบข้างอยู่ด้วย

ประเด็นเรื่องคุณภาพเสียงผมก็บอกได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะหูฟังแบบ Bone Conduction ตัวนี้เป็นตัวแรกที่ผมเคยทดสอบเลยไม่มีตัวเปรียบเทียบว่าหูฟังแบบเดียวกันแต่คนละรุ่นหรือคนละยี่ห้อเสียงจะเป็นยังไงบ้าง จุดนี้คงต้องรอมีหลาย ๆ ยี่ห้อทำหูฟังประเภทนี้ออกมาก่อน

สรุปสำหรับ Aftershokz – Trekz Titanium ผมว่าดีตรงที่เรายังได้ยินเสียงรอบข้างอยู่ด้วยขณะใช้งาน จุดนี้ใครเคยฟังเพลงเพลิน ๆ แล้วเคยเกือบรถชนน่าจะเข้าใจได้ ส่วนเรื่องคุณภาพเสียงอย่างที่ได้บอกไว้แล้วว่าจัดอยู่ในระดับกลาง ๆ ถือว่าต้องเลือกครับว่าต้องการคุณภาพหรือต้องการความปลอดภัยเพิ่มขึ้นขณะใช้หูฟัง



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

KOAN

ราคา

4,990 บาท

ร้านค้าอื่นๆ ที่จัดจำหน่าย

  • iStudio by Copperwired
  • .Life
Headphones

kangg

You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง iFrogz – Impulse Wireless

ได้หูฟัง iFrogz - Impulse Wireless มาลองใช้งานพักใหญ่ พบว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ราคาไม่แพงที่ให้เสียงได้โอเคเลยแหละ ..

[Hands-On] หูฟัง B&O Play E8

เพิ่งเปิดตัวไปเมื่ออาทิตย์ก่อนในงาน IFA 2017 สำหรับหูฟัง B&O Play E8 ตอนนี้เราได้มาให้ทุกคนชมกันแล้วครับ ..

รีวิว : หูฟัง JBL – T110 / T210 / T290

เป็นหูฟังใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือที่ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดในนามของแบรนด์ JBL ก็ว่าได้กับหูฟัง JBL - T Series ที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 500 บาท แต่คุ้มค่าเกินราคา ..

Share

Tweet

Email