รีวิว : หูฟัง Jaybird – X2

รีวิว : หูฟัง Jaybird – X2

ชื่อ Jaybird เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่คนออกกำลังกายและนักกีฬาที่นิยมฟังเพลงไปด้วยเบิร์นแคลอรี่ไปด้วยว่าเป็นหูฟังที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้ออกกำลังกายได้แบบไม่กลัวเหงื่อแถมเสียงดูล้ำหน้ากว่ายี่ห้ออื่นในกลุ่มเดียวกัน ครั้งนี้เราได้ Jaybird – X2 มาทดสอบ ลองมาดูกันว่ารุ่นนี้จะเป็นยังไงกันบ้าง

Jaybird – X2 เป็นหูฟัง In-Ears แบบไร้สายเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ตัวหูฟังเปิดกล่องมาเราจะพบว่าที่บริเวณหูฟังจะมีครีบติดมาด้วย ซึ่งเจ้าครีบที่ว่าเขาเอาไว้เป็นตัวช่วยดันภายในใบหูของเราไม่ให้หูฟังหลุดออกมาง่าย ๆ ซึ่งหลายยี่ห้อก็จะมีครีบประมาณนี้เหมือนกัน แต่จะต่างกันเรื่องการออกแบบที่แต่ละยี่ห้อทำออกมาหนาบางใหญ่หรือเล็กแค่ไหน ซึ่งในกล่องมีจุกยางให้ 3 ขนาดและตัวครีบก็ให้มา 3 ขนาดด้วยเช่นกัน เรียกว่าปรับแต่งได้ตามอัธยาศัย

ลักษณะหูฟังของ Jaybird – X2 จะเป็นแบบคล้องหลังคอ ความยาวสายที่เผื่อมาให้เพียงพอกับทุกขนาดศีรษะ โดยสายหูฟังของ Jaybird – X2 เป็นแบบแบน แล้วที่บริเวณสายหูฟังจะมีตัวล็อกสายมาให้ ซึ่งปกติเรามักจะเห็นที่ล็อกสายเป็นเพียงการสอดสายเข้าไป 2 ช่องแล้วดึงขึ้นมาเพื่อให้กระชับไม่ให้สายสะบัดไปมา แต่ตัวล็อกของ Jaybird – X2 ทำมาเป็น 3 ช่องที่เราสามารถพับสายให้สั้นลงมาได้แบบว่าสั้นที่สุดให้เหมาะกับแค่ขนาดศีรษะของเราได้ด้วย จุดนี้ถือว่า Jaybird ทำออกมาดีทีเดียว

ด้านการใช้งานของ Jaybird – X2 ถ้าใส่กับหูของเราแล้วไม่โอเคหรือไม่พอดีแนะนำให้เปลี่ยนขนาดจุกยางที่มีมาให้ในกล่องนะครับ ซึ่งจุดนี้สำคัญตอนที่เราฟังเพลงไปออกกำลังกายไปถ้าไม่พอดีหูฟังอาจจะหลุดได้ ในทางกลับกันถ้าใส่พอดีกับหูของเราจะรู้สึกได้ว่าหูฟังกั้นเสียงภายนอกไปได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งเมื่อเปิดเพลงด้วยแล้วแทบจะไม่ได้ยินเสียงด้านนอกเลย ตรงนี้ก็ต้องระวังในการใช้งานด้วยเผื่อว่าฟังเพลงเพลิน ๆ แล้วไม่ได้ยินเสียงแตรรถและอื่น ๆ

สำหรับเสียงที่ Jaybird ได้รับการชมว่าเป็นหูฟังที่เสียงดีมากในกลุ่มหูฟังสปอร์ต ซึ่ง Jaybird – X2 ถือว่าให้เสียงที่ดีเลยทีเดียว เสียงที่ได้ยินจาก Jaybird – X2 ค่อนข้างใสดีครับ มีรายละเอียดของเพลงมาแบบให้รู้สึกได้ว่าต่างไปจากหูฟังยี่ห้ออื่นในกลุ่มเดียวกัน จากที่สังเกตและได้ฟังมาหลายยี่ห้อของหูฟังกลุ่มสปอร์ตจะเน้นเสียงต่ำเสียงเบสหนักแน่นมาก่อน แต่ Jaybird – X2 เท่าที่ใช้ฟังมาระยะหนึ่งเสียงเบสเสียงต่ำจะไม่ลงลึกมาก ตรงนี้ถือว่าเป็นบุลลิคเสียงของ Jaybird – X2 ที่ต่างไปจากหูฟังยี่ห้ออื่น แนวเสียงของ Jaybird – X2 จะแนว ๆ กระชับปลายเสียงไม่ลากยาวมาก ลองฟังหลาย ๆ แนวเพลงเจอว่า Jaybird – X2 ใช้ฟังเพลงแจสซ์ที่มีจังหวะคึกคักนิด ๆ สนุกดี

การใช้คุยโทรศัพท์ของ Jaybird – X2 บริเวณสายหูฟังด้านขวามีปุ่มกดรับสายวางสายโทรศัพท์ และปุ่มปรับเสียงในบริเวณเดียวกัน จากที่ใช้คุยโทรศัพท์อยู่ในเกณฑ์ดีปกติที่เวลาใช้คุยในที่เงียบหน่อยก็จะใช้คุยได้ดี แต่ถ้าเจอรอบข้างเสียงอึกทึกมาก ๆ หน่อยก็มีอันต้องหยิบ iPhone ขึ้นมาคุยแทน

แบตเตอรี่ของ Jaybird – X2 เคลมว่าชาร์จไฟหนึ่งครั้งใช้งานได้ 8 ชั่วโมง เรียกว่าพาไปวิ่งมาราธอนก็พอไหวนะครับ โดยช่องชาร์จแบตเตอรี่จะซ่อนอยู่ด้านหลังหูฟังด้านขวาเปิดออกมาจะพบกับช่อง Micro USB ในการใช้งานเวลาเชื่อมต่อกับ iPhone จะมีไอคอนแบตเตอรี่ขึ้นบนหน้าจอ iPhone ของเราด้วย

สรุปสำหรับ Jaybird – X2 เป็นหูฟังในกลุ่มสปอร์ตที่เสียงดีมากรุ่นหนึ่ง เรื่องที่ไม่ชอบใน Jaybird – X2 นึกไม่ออกเหมือนกันครับ เพราะที่ใช้งานมาก็พึงใจกับหูฟังตัวนี้ไม่น้อย ถ้าจะหาเรื่องติน่าจะเป็นเรื่องเสียงที่ไม่น่าถูกใจคนที่ชอบเสียงเบสหนัก ๆ แน่น ๆ แค่นั้น



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

KOAN

ราคา

5,990 บาท

ร้านค้าอื่นๆ ที่จัดจำหน่าย

  • iStudio by Copperwired
  • .Life
  • BeTrend
  • Digital Lab (Siam Discover)

kangg

You May Also Like:

[Hands-On] ลำโพง B&O Play P2

วันนี้มีงานเปิดตัวลำโพง B&O Play P2 ในประเทศไทย เป็นลำโพงตัวเล็กในขนาดพกพาที่มาพร้อมเสียงที่มีเสน่ห์เหลือเกิน แถมมีฟังก์ชั่นตบ ๆ เขย่า ๆ ที่ลำโพงได้อีกด้วย เราได้โอกาสลองใช้งานแบบเร็ว ๆ เลยมานำมาให้ดูกันแบบด่วนจี๋ครับ ..

Gosh 3-in-1 Nylon LynkCable (Micro USB / USB-C / Lightning)

สายชาร์จสำหรับคนที่มีอุปกรณ์หลายอย่างและเริ่มมีอุปกรณ์ที่มีช่องต่อแบบ USB-C ต้องเจอสาย Gosh 3-in-1 Nylon LynkCable ที่มีทั้งหัว Micro USB / USB-C / Lightning อยู่ในเส้นเดียวกัน ..

Nike เตรียมออกสายนาฬิกา Apple Watch สีใหม่ให้เข้ากับสีรองเท้า Nike Air VaporMax Flyknit

Nike เตรียมออกสายนาฬิกา Apple Watch ให้เข้ากับสีรองเท้า Nike Air VaporMax Flyknit โดยสายนาฬิกาสีใหม่นี้จะเริ่มวางจำหน่ายช่วงต้นเดือน มิ.ย. ..

Share

Tweet

Email