รีวิว : กล้อง Mevo (Facebook Live Camera)

รีวิว : กล้อง Mevo (Facebook Live Camera)

สำหรับกล้อง Mevo จัดว่าเป็นแก็ดเจ็ตที่ฮือฮาพอควรในคนที่ชอบวิดีโอลงโซเชียล เพราะเป็นกล้องตัวแรกที่สามารถทำ Facebook Live ได้เลยในตัว (แต่กว่าจะออกก็มีรายอื่นทำได้ไปแล้ว) เรามาดูไปพร้อม ๆ กันว่า Mevo มีอะไรน่าสนใจ จนหลายคนต้องพูดถึงกันด้วย

สำหรับ Mevo ต้องเล่าย้อนสักนิดว่าเขาเปิดตัวในช่วง CES 2016 แล้วก็เปิดให้พรีออเดอร์กันตั้งแต่ต้นปี ในขณะนั้นยังทำ Live ได้กับแค่เว็บ livestream.com เพียงอย่างเดียว ความน่าสนใจของคนที่ไม่ได้ใช้บริการเว็บนี้ก็เลยไม่สน Mevo มากนัก แต่พองาน F8 ของ Facebook เดือน เม.ย. กล้อง Mevo ได้มาอวดโฉมบนเวทีงานนี้และบอกว่าเป็นกล้องตัวแรกที่ทำการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live ได้เลยตัวแรกของโลก เท่านั้นแหละครับ…กดจองกันไม่หวาดไม่ไหว ซึ่งกว่าจะเริ่มส่งของกันก็คือช่วงสิ้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมานี้เอง ใครกดจองกันไปตั้งแต่ต้นปีคือรอกันมาร่วมครึ่งปีเลยทีเดียว

มาเข้าเรื่องรีวิวกันดีกว่าครับ ตัวกล้อง Mevo มีขนาดไม่ใหญ่เลยครับ เทียบขนาดแล้วเล็กกว่า iPhone 6s เยอะมาก ตามสเป็คแล้ว Mevo มีน้ำหนัก 130 กรัมจุดนี้คือหนักกว่า iPhone 6s นิดหน่อย ซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญอะไร ตัวกล้องมีให้เลือกสีขาวและสีดำ มาพร้อมเลนส์มุมกว้าง 150 องศา (GoPro เลนส์มุมกว้างประมาณ 170 องศา) มีไมโครโฟนรับเสียงในตัวอยู่ด้านหน้า ด้านหลังตัวเครื่องมีช่อง Micro USB สำหรับเสียบสายชาร์จ และช่อง Micro SD ไว้บันทึกไฟล์วิดีโอ โดยในกล่องมีการ์ด Micro SD ความจุ 16 GB มาให้ด้วย นอกจากนั้นของในกล่องก็ยังมีอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ สายชาร์จยาว 3 เมตร และตัวฐานต่อสำหรับนำมาใช้งานร่วมกับขาตั้งกล้อง โดยตัวฐานทำออกมาดีมากการประกบเข้ากับข้างใต้ตัวกล้องเป็นแม่เหล็กและสามารถหมุนล็อคฐานกับตัวกล้องได้ด้วย

“วัสดุของกล้อง Mevo พื้นผิวจะเป็นพลาสติกยาง ๆ ไม่ใช่ผิวมันเงา จุดนี้ดีคือจับแล้วไม่ลื่นมือและผิวตัวกล้องไม่สะท้อนแสง จุดที่ไม่ดีจากที่ใช้มาไม่กี่วันคือดูเก่าเร็วไปหน่อย”

โดยรวมสำหรับภายนอกหน้าตาดูดีทีเดียวครับ ตอนจับก็ให้ระวังนิ้วมือไปโดนหน้าเลนส์สักนิด เพราะตรงเลนส์ที่เว้าเข้าไปเหมาะเจาะจริง ๆ เวลาหยิบแล้วนิ้ววางบริเวณนั้นพอดี

Mevo ใช้ทำอะไรได้บ้าง

Mevo ออกแบบมาให้ถ่ายวิดีโออย่างเดียวครับ ไม่สามารถถ่ายภาพนิ่งได้ โดยไฟล์วิดีโอออกมาเป็นความละเอียด 720p สามารถเลือกถ่ายวิดีโอได้ทั้งแบบถ่ายทอดสดผ่าน LiveStream หรือ Facebook Live หรือถ้าไม่ต้องการถ่ายวิดีโอแบบถ่ายทอดสดก็สามารถเลือกถ่ายวิดีโออย่างเดียวก็ได้ ซึ่ง Mevo ไม่ใช่กล้องแอคชั่นแนวผจญภัยลุยน้ำลุยป่า ตัวกล้องไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กันน้ำแต่อย่างใด จุดนี้บอกกันไว้ก่อนเผื่อใครเห็นกล้องตัวเล็ก ๆ แบบนี้แล้วนึกว่าจะเป็นเหมือน GoPro ไปหมดที่ลุยน้ำลุยป่าได้

การใช้งาน Mevo

ในการใช้งานกล้อง Mevo จะใช้คู่กับแอพบน iOS (แอพของ Android กำลังพัฒนาอยู่) ซึ่งแอพ Mevo ถือเป็นหัวใจหลักที่ทำให้กล้องตัวนี้มีความสนใจ เพราะเราสามารถตัดต่อขณะที่เราบันทึกวิดีโอได้เลยประหนึ่งว่าเราเป็นสตูดิโอถ่ายวิดีโอย่อม ๆ ด้วยกล้อง 1 ตัวและโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

การเชื่อมต่อกล้อง Mevo กับแอพบน iPhone ไม่ยากอะไร เราสามารถเลือกให้กล้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อให้ใช้งาน 3G/4G บนโทรศัพท์ หรือเชื่อมต่อเพื่อให้กล้องจับ Wi-Fi ในบ้านก็ได้ ซึ่งไฟสถานะบนกล้องในส่วนที่เป็นการบอกว่าจับสัญญาณอะไรอยู่จะแบ่งเป็นสีเขียวจับสัญญาณ Wi-Fi และสีน้ำเงินจับสัญญาณดาต้าจากโทรศัพท์มือถือของเรา

Mevo ความเก่งอยู่ที่แอพ

ผมว่าตัวกล้องสเป็คประมาณนี้ปัจจุบันมีให้เลือกเยอะครับ หลักพันบาทก็สามารถได้กล้องแอคชั่นแนว ๆ GoPro ที่ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ แต่ Mevo ความเก่งอยู่ที่แอพที่สามารถตัดต่อได้เลยขณะถ่ายวิดีโอเหมือนเรามีตัวควบคุมการตัดต่อแบบในสตูดิโอ

โดยเราสามารถเลือกช็อตการถ่ายได้ทั้ง

  • ภาพมุมกว้าง
  • ครอปภาพเฉพาะส่วนขณะถ่ายวิดีโอ
  • จำลองการหันกล้องซ้ายขวาไปมา

ทำได้เท่านี้ก็แจ๋วมากแล้ว แบบว่าตอนที่เห็นวิดีโอตัวอย่างต้องบอกว่าตื่นตาตื่นใจมาก ซึ่งพอมาได้ใช้จริงเรื่องนี้ไม่ผิดหวังครับ เพราะต่อไปนี้ผมจะสามารถถ่ายวิดีโอไปด้วยตัดต่อไปด้วยทุกอย่างทำได้ในคนเดียว แถมเลือกได้ว่าตอนนั้นจะเป็นวิดีโอแบบ Live หรือจะแค่ถ่ายไว้ก่อนก็ได้ด้วย

ในส่วนการภาพมุมกว้างคือด้วยความที่เลนส์ 150 องศาก็ทำให้เก็บภาพได้กว้างจนบริเวณขอบภาพจะโค้งให้เห็นกันจะ ๆ ครับ บางคนอาจจะไม่ชอบที่ขอบภาพโค้งแบบนี้ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ วิธีแก้คือเราครอปภาพขณะถ่ายวิดีโอให้แคบเข้ามาหน่อยเพื่อไม่ให้เห็นขอบที่โค้งได้อยู่ครับ

ส่วนการจำลองประหนึ่งว่ากล้องสามารถหันซ้ายหันขวาได้เกิดจากที่รับภาพมุมกว้างมากและเวลาเราครอปภาพเฉพาะส่วนเช่นครึ่งตัวเวลาเราเดินซ้ายขวาหน้ากล้อง ตัวกล้องจะมีการจับภาพตามและมีการแพนภาพซ้ายขวาเหมือนว่ากล้องหันได้จริง ๆ ตรงนี้เป็นเทคนิคการหลอกของภาพครับ ซึ่งกล้องจริง ๆ ตั้งอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้หันไปมาแต่อย่างใด

กล้องตัวนี้ก็ตามที่เขาเน้นครับว่าเป็นกล้องสำหรับทำถ่ายทอดสด แต่ทีนี้เราจะถ่ายทอดสดอะไรละ เป็นคำถามสำหรับคนทำคอนเท้นท์ครับ ส่วนตัวผมคิดว่ากล้องตัวนี้เวิร์คมากสำหรับนำมาใช้ถ่ายวิดีโอสัมภาษณ์จะนั่งคุยกัน 2 คนก็ดี หรือจะสัมภาษณ์เป็นหมู่คณะ ก็สามารถทำได้โดยการตั้งกล้องอยู่ด้านหน้า แล้วที่เหลือเป็นหน้าที่ของแอพ ที่เวลาอยากได้ภาพมุมกว้างก็กดให้เป็นภาพมุมกว้างเก็บทั้งหมด เวลาใครพูดก็ครอปภาพไปเฉพาะที่คนนั้น แล้วเวลาอีกคนพูดเราก็ค่อย ๆ แพนภาพไปที่คนนั้นหรือตัดภาพไปที่คนนั้นเลยก็ได้

ถ้าไม่ได้นำมาถ่ายวิดีโอสัมภาษณ์ละ เอามาประยุกต์ใช้อะไรได้บ้าง เท่าที่ผมเห็นก่อนที่จะได้กล้องมา คือ Mevo เขาก็มีส่งกล้องไปให้คนดัง ๆ ลอง ที่ผมชอบคือให้ดีเจในคลับเอา Mevo ไปตั้งแล้วพี่ดีเจก็เปิดแผ่นไปภาพก็ตัดไปตัดไประหว่างดีเจกับภาพกว้าง ๆ ที่คนดู ก็สนุกดีครับ หรือจะทำวิดีโอนั่งคุยกับเพื่อนถกประเด็นโปเกม่อนกันก็ไม่มีปัญหา

น่าจะพอเห็นภาพกันนะครับว่า Mevo มีประโยชน์ยังไงบ้าง จุดต่างเวลาที่เราทำ Facebook Live ด้วยแอพ Facebook บนโทรศัพท์มือถือคือภาพที่ได้จะเป็นสัดส่วนสี่เหลี่ยมจตุรัส 1:1 ส่วนการใช้กล้อง Mevo ภาพที่ได้จะเป็นสัดส่วน 16:9 จุดนี้ถือว่าดีมากครับ เพราะภาพแบบ 1:1 เวลาที่ทำออกมาภาพดูอึดอัดมาก ยิ่งเวลาอยู่กันหลายคนต้องขยับโทรศัพท์ออกมาไกลมาก พอเป็นภาพ 16:9 แถมเลนส์มุมกว้างมากภาพดูสบาย ๆ ไม่อึดอัดดีกว่ากันเยอะครับ

โหมดการบันทึกวิดีโอ

สำหรับการบันทึกวิดีโอของกล้อง Mevo จะมีตัวเลือก 3 ตัวเลือกคือ

  • Record HD – คือการบันทึกวิดีโอแบบทั่วไปกดปุ่มแล้ววิดีโอจะถูกเก็บไว้ในเมโมรี่การ์ด ไม่มีการส่งสัญญาณวิดีโอใด ๆ ไปถ่ายทอดสด คุณภาพของวิดีโออยู่ที่ระดับ 720p
  • Livestream – กดปุ่มนี้คือการส่งวิดีโอขึ้นไปถ่ายทอดสดผ่านระบบของเว็บ livestream.com
  • Facebook Live – กดปุ่มนี้คือการส่งวิดีโอขึ้นไปถ่ายทอดสดผ่านระบบของ Facebook

คุณภาพของวิดีโอระดับความชัด 720p ที่ Mevo ทำได้ถือว่าดีพอแล้วหรือยัง

ถ้าตอบจริง ๆ ใคร ๆ ก็อยากได้ภาพชัดคมกริบครับ แต่ในการสตรีมมิ่งแบบทั่วไปที่คนธรรมดาก็สามารถใช้งานได้ไม่ติดขัดความชัดที่ระดับ 720p ก็คือว่าอยู่ในจุดที่โอเคแล้ว ประกอบกับ Facebook เองก็รับวิดีโอที่ความละเอียดแค่ 720p ด้วย เลยทำให้ความคมชัดที่ 720p ของ Mevo อยู่ในเกณฑ์ที่พอดีกับ Facebook

เท่าที่ใช้ลองดูภาพวิดีโอบน Facebook Live จากล้อง Mevo ถ้าบนโทรศัพท์มือถือไม่มีปัญหาครับคมชัดใช้ได้เพราะด้วยขนาดหน้าจอที่ไม่ใหญ่อะไร แต่วิดีโอเดียวกันเวลาดูบนคอมพิวเตอร์เราจะเห็นว่าภาพจะแตก ๆ ครับถ้าเราขยายมาดูแบบเต็มจอ

จุดนี้เลยเป็นประเด็นสำหรับคนทำวิดีโอสายคมกริบจะไม่ชอบคุณภาพของกล้อง Mevo ที่ทำออกมาเพราะถือว่าไม่ชัดไม่คมหรืออาจจะเเข้าขั้นแย่เลยทีเดียวเมื่อเทียบว่ายุคนี้วิดีโอคม ๆ ไปถึงระดับ 4K กันแล้ว หรือถ้าธรรมดา ๆ ก็ควรจะทำได้ที่ 1080p

จุดนี้เลยเป็นประเด็นสำหรับคนทำวิดีโอสายคมกริบจะไม่ชอบคุณภาพของกล้อง Mevo ที่ทำออกมาเพราะถือว่าไม่ชัดไม่คมหรืออาจจะเเข้าขั้นแย่เลยทีเดียวเมื่อเทียบว่ายุคนี้วิดีโอคม ๆ ไปถึงระดับ 4K กันแล้ว หรือถ้าธรรมดา ๆ ก็ควรจะทำได้ที่ 1080p

ส่วนอีกสายคือเท่านี้ 720p ก็โอเคแล้ว เพราะยิ่งคมยิ่งชัดมากขึ้นเวลาทำวิดีโอถ่ายทอดสดก็ยิ่งต้องใช้อินเตอร์เน็ตที่แรงขึ้นตามด้วย การที่ Facebook Live ทำออกมาที่ 720p (บิตเรทราว ๆ 3-5Mbps) มีส่วนดีคือใช้ดาต้าของโทรศัพท์มือถือไม่เยอะ โดยในเว็บ Mevo เองระบุว่าการทำวิดีโอ Facebook Live ขออินเตอร์เน็ตส่วนอัพโหลดความเร็ว 2Mbps ขึ้นไป ซึ่งในไทยเองเวลาเราใช้ Mevo นอกสถานที่ก็แน่นอนว่าใช้ดาต้าจากโทรศัพท์มือถือที่ตอนนี้ในไทยก็ขึ้นเป็น 4G กันทุกค่ายแล้ว ความแรงของอินเตอร์เน็ต 4G ในส่วนอัพโหลดแค่ 2 Mbps ไม่น่าห่วงอะไร ยกเว้นเราไปอยู่ในมุมอับสัญญาณจริง ๆ

สำหรับภาพวิดีโอเวลากลางคืน จากที่ลองถือว่าไม่เวิร์ค เพราะนอยส์มาเต็มมาก แม้ตัวแอพจะสามารถปรับความสว่างให้กล้องได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณภาพดีขึ้นเพราะพื้นฐานของเซ็นเซอร์รับภาพเล็กจิ๋วผลลัพธ์ตรงนี้ที่ออกมาก็เท่านี้แหละครับ ยิ่งเวลาที่ครอปภาพเฉพาะส่วนจะเห็นว่าภาพมีนอยส์เยอะมาก แต่จากที่เห็นในต่างประเทศเอา Mevo ไปใช้ในคลับที่มีแสงไฟวูบวาบก็พอไหวถ้าไม่คิดอะไรมาก เรียกว่าเอามาไลฟ์แบบขำ ๆ ตอนกลางคืนไฟสลัว ๆ ก็ได้อยู่ครับ

ส่วนตัวคิดว่า Mevo สามารถอัพเฟิร์มแวร์ให้ภาพออกมาเป็น 1080p ก็ได้ครับ แต่การครอปภาพเฉพาะส่วนก็จะไม่ได้แคบเข้าไปเท่ากับที่ทำได้กับ 720p ซึ่งด้วยขนาดของภาพที่ออกมาต่างกันถ้าทำ 1080p การครอปภาพเฉพาะส่วนก็จะต่างกันไปด้วย หรือถ้าจะทำให้ถ่ายวิดีโอออกมาแบบ 4K เลยก็ทำได้ แต่ก็จะไม่สามารถครอปภาพแบบส่วน ๆ ได้เลยขณะถ่ายวิดีโอไปด้วย ตรงนี้ก็ต้องแลกกัน

เสียงของไมโครโฟนจากตัว Mevo เองคาดหวังได้มากแค่ไหน

ตัวกล้อง Mevo มีไมโครโฟนรับเสียงอยู่ด้านหน้า ในเว็บบอกว่าไมโครโฟนจะปรับทิศทางการรับเสียงตามภาพที่แสดงผลออกไปด้วย  เช่นภาพที่ออกมาอยู่ด้านซ้ายไมโครโฟนก็จะมีการปรับให้รับเสียงจากทางซ้ายมากหน่อย ซึ่งในความเป็นจริงไมโครโฟนของกล้องเองคาดหวังได้แค่ระดับกลาง ๆ ค่อนไปทางไม่ดีด้วยซ้ำ เพราะรับเสียงได้เบา แม้ในแอพจะมีให้ปรับระดับเรื่องการรับเสียงของตัวกล้องได้ก็ตาม แต่ก็คาดหวังมากไม่ได้

เท่าที่ได้ใช้งานกล้อง Mevo มาสักพัก ถ้าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบหน่อย เช่นในห้องแล้วเราใช้ Mevo บันทึกวิดีโอพอจะคาดหวังเรื่องเสียงได้ว่าอยู่ในระดับที่โอเค เพียงแต่คุณภาพเสียงจะไม่คมกริบเหมือนเวลาใช้ไมโครโฟนแยกต่างหาก

อีกทางเลือกคือแอพจะมีตัวเลือกได้ว่าจะให้รับเสียงจากกล้อง Mevo เองหรือปรับให้มารับเสียงจาก iPhone ซึ่ง iPhone ก็คือตัวที่เราลงแอพ Mevo ไว้นี่แหละครับ ซึ่งเสียงที่รับจาก iPhone ดีมากขึ้น แต่ก็โคตรไม่สะดวกเพราะกลายนเป็นว่า iPhone เครื่องดังกล่าวจะต้องอยู่หน้ากล้องตลอดเวลา ไม่สะดวกมากเวลาทำวิดีโอสัมภาษณ์ที่เราจะต้องมองหน้าจอเพื่อตัดต่อไปด้วย แถมยังต้องถือ iPhone เพื่อเป็นไมโครโฟนไปด้วย

แล้วถ้าอยากได้เสียงที่ดีมากขึ้น คุณภาพเสียงแจ๋วขึ้น โดยไม่ใช้ไมโครโฟนจาก iPhone ต้องทำยังไง

กรณีแบบนี้จำเป็นต้องต่อไมโครโฟนเพิ่มครับ แต่ที่ตัวกล้อง Mevo ไม่มีช่องให้ต่อไมโครโฟนแยกต่างหากครับ วิธีต่อไมโครโฟนก็เลยงง ๆ หน่อย โดยเราจะต้องมาต่อไมโครโฟนที่ตัว iPhone แล้วก็เลือกปรับให้มารับเสียงจาก iPhone แทน ซึ่งการต่อไมโครโฟนก็แล้วแต่ความร่ำรวยครับว่าเรามีไมโครแยกแบบไหน ถ้าแบบมีสายก็ลากสายยาวหน่อยก็ได้ เผื่อว่าเรามีเพื่อนช่วยตัดต่อขณะถ่ายวิดีโอให้ขณะที่เราสัมภาษณ์ใครสักคน หรือถ้าไม่งั้นก็เป็นแบบไมโครโฟนติดปกเสื้อแบบไร้สาย อันนี้ก็สะดวกขึ้น แต่การวางอุปกรณ์ก็จะลำบากหน่อยเพราะมีอุปกรณ์ต่อพ่วงเพิ่มขึ้น หรือถ้าจะล้ำ ๆ แบบไม่ต้องลากสายใด ๆ ก็เป็นไมโครโฟนแบบช็อตกันที่คุณภาพดีมากหน่อยเพื่อที่จะเก็บเสียงได้ดีและเก็บได้หมดกรณีที่คุยกันหลายคน เป็นต้น

ซึ่งพอต่อไมโครโฟนเข้ากับ iPhone เลือกในแอพให้ใช้ไมโครโฟนจาก iPhone ก็หายห่วงเรื่องคุณภาพเสียง แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องลงทุนเพิ่ม จุดนี้สำหรับคนที่คิดจะซื้อกล้อง Mevo ก็คำนวนกันดี ๆ ด้วย แนะนำเบื้องต้นเราสามารถใช้หูฟังที่มากับ iPhone นี่แหละเป็นไมโครโฟนกับกล้อง Mevo ไปก่อนก็ได้ แค่ไม่สวยงามดูขัดหูขัดตาไปบ้างเวลาเห็นในวิดีโอ

ทั้งนี้ก็มีประเด็นเวลาที่เราใช้ Mevo ทำ Facebook Live จะสังเกตได้อย่างนึงเวลา ถ้าเลือกใช้ไมโครโฟนจาก iPhone (รวมถึงใช้ไมโครต่อเพิ่มเติมกับ iPhone ก็ด้วย) พบว่าปากกับเสียงมาไม่พร้อมกันในเสี้ยววินาทีนั้น ๆ จุดนี้ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าเป็นปัญหาทางเทคนิคแบบไหน คงต้องรอทาง Mevo ออกมาแก้ไขในเรื่องนี้ครับ ส่วนถ้าเราบันทึกวิดีโอเฉย ๆ ไม่มีการถ่ายทอดสด เรื่องการเลือกใช้ไมโครโฟนรับเสียงจาก iPhone ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้แต่อย่างใด

ในแอพ Mevo ปรับอะไรได้บ้าง

หัวข้อนี้จะพูดภาพรวมที่เด่น ๆ นะครับ เพราะมียิบย่อยพอควร ซึ่งจะขอเอ่ยถึงอันที่น่าสนใจ

  • ในแอพมีพรีเซ็ทปรับสีภาพมาให้ – สีปกติ, สีจัดขึ้น (Vivid), สีขาวดำ และสีซีเปีย
  • สามารถปรับความสว่างและความเข้มของภาพได้เอง
  • สามารถปรับ White Balance ได้ในแอพมีพรีเซ็ทมาให้จำนวนหนึ่ง
  • ปรับให้กล้องแทร็กหน้าคนได้
  • ปรับให้การตัดต่อเป็นโหมด Auto-Pilot ให้ตัวแอพคำนวนการตัดต่อเองได้จากการเคลื่อนไหว

โหมด Auto-Pilot ให้กล้องตัดต่อเองดีแค่ไหน? (ดูจากในวิดีโอเพื่อความเข้าใจมากขึ้น)

คาดหวังได้ในระดับกลาง ๆ เท่าที่ลองพอใช้โหมดนี้มีความทำให้คนดูวิดีโอเวียนหัวด้วยเหมือนกัน เพราะบางจังหวะภาพตัดไปมาเร็วมาก ในการใช้งานโหมดนี้เราเปิดให้กล้องแทร็กหน้าคนด้วยไปพร้อมกัน ภาพก็ยิ่งมีการตัดไปตัดมาและส่ายไปส่ายมาอีกพอควร ซึ่งตรงนี้เป็นฟีดแบคจากเพื่อน ๆ ที่ได้เห็นวิดีโอที่ผมเปิดใช้สองฟีเจอร์นี้บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าภาพที่ออกมาน่าเวียนหัวมาก

ตรงนี้ผมเลยทำการปิดหมดเลย แล้วเรานี่แหละเป็นคนคุมภาพเองทั้งหมด ยกเว้นถ้าอยากให้มีการแพนภาพซ้ายขวาเท่าที่ลองจำเป็นต้องเปิดให้กล้องแทร็กหน้าคน เพื่อว่าเวลาเราเดินไปทางด้านข้างกล้องมีการแพนตามคนนั้น ๆ ไปด้วย

รวม ๆ แล้วโหมด Auto-Pilot รวมถึงโหมดแทร็กหน้าคน พอใช้ได้แต่ไม่เวิร์คเท่าไหร่ อย่างกรณีที่คุณเปิดใช้โหมดพวกนี้แล้วด้านหลังเป็นริมถนน กล้องก็จะมีการแทร็กหน้าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาและเจ้า Auto-Pilot ก็อาจจะไปจับภาพที่คนเดินไปมาแทนเราก็ได้ ตรงนี้ให้ระวังกันด้วยถ้าจะเปิดใช้ ความเก่งของ Auto-Pilot คงต้องรอให้มีแอพเวอร์ชั่นใหม่ ๆ ที่แก้ไขปรับปรุงส่วนนี้ให้ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

แบตเตอรี่ของ Mevo เปิดใช้งานได้นานแค่ไหน

ตามสเป็คระบุว่าใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 1 ชั่วโมง เท่าที่ทดสอบใช้งานได้ราว ๆ 4-50 นาทีไม่เกินนี้แบตก็แทบเกลี้ยงแล้ว ตรงนี้ในกล่องเลยให้สาย Micro USB ยาว 3 เมตรมาด้วยเผื่อว่าเราจะต่ออะแดปเตอร์กับปลั๊กไฟที่อยู่ห่างกับกล้องขณะบันทึกวิดีโอ จุดนี้ถือว่า Mevo ทำการบ้านมาดี หรือถ้าไม่อย่างงั้นถ้าเรามีแบตเตอรี่สำรองก็นำมาต่อได้เลยขณะถ่ายวิดีโอ ก็ช่วยยืดให้เราถ่ายวิดีโอต่อเนื่องได้นานขึ้น

ประเด็นเรื่องแบตเตอรี่นอกจากของกล้อง Mevo เองแล้ว แบตเตอรี่ iPhone ก็หมดเร็วมากเช่นกัน เพราะ iPhone จะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ทั้งรับสัญญาณวิดีโอจาก Mevo เป็นตัวปล่อยสัญญาณ 4G ให้กล้องกรณีถ่ายนอกสถานที่ เท่าที่ได้ใช้แบตลดฮวบตอนที่ใช้กล้อง Mevo จุดนี้แนะนำให้นำอะแดปเตอร์ชาร์จไฟติดต่อไปด้วยอีกอันหรือสองอันเผื่อให้ Mevo ไปด้วย ซึ่งในกล่อง Mevo มีอะแดปเตอร์มาให้ด้วย ตามสเป็คปล่อยไฟที่ 0.5A เท่า ๆ กับอะแดปเตอร์ที่มากับ iPhone

ตัวตายตัวแทน Mevo ในตอนนี้มีหรือไม่ ?

ยังไม่มีโดยตรงครับ อย่างที่บอกคือ Mevo คนไม่ได้ปลื้มที่ฮาร์ดแวร์ แต่ชอบตรงแอพนี่แหละที่ตัดต่อได้เลยขณะถ่ายวิดีโอ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกล้องไหนทำแบบนี้ได้ หรือแม้กระทั่งแอพบนมือถือที่สามารถใช้ทำ Facebook Live ก็ยังทำได้ไม่ได้แบบนี้

เรียกว่าถ้าอยากได้อะไรแบบนี้ก็ต้องจ่ายให้ Mevo ซึ่งถ้าเอามาใช้งานก็คุ้มดีครับ เพราะช่วยให้วิดีโอของเรามีติมากขึ้นไม่ใช่หน้านิ่งหน้าตรงอย่างเดียวแบบจะปรับทีก็ต้องยกกล้องทีตอนทำ Facebook Live

ส่งท้าย

ส่วนตัวผมชอบกล้อง Mevo นะ แม้จะมีประเด็นเรื่องคุณภาพของวิดีโอที่ออกมาจริง ๆ จะไม่แจ่มว้าว, แอพที่ยังไม่สมบูรณ์มากนัก หรือเรื่องไมโครโฟนเพิ่มเติมที่เชื่อมต่อแปลก ๆ ไม่สะดวกเท่าไหร่ แต่ก็ถือเป็นกล้องที่ใช้ถ่ายวิดีโอและตัดต่อไปด้วยพร้อมกัน รวมถึงการทำวิดีโอ Facebook Live ได้สนุกดีครับ กล้องตัวเดียวถ่ายวิดีโอพร้อมตัดต่อได้ด้วยไปพร้อม ๆ กันแบบนี้ถือว่าดีเลยทีเดียว

ส่วนเรื่องความคมชัดแค่ระดับ 720p ก็คงเป็นจุดที่ต้องตัดสินใจว่าเรารับได้หรือไม่ เพราะถ้าคุณเน้นเอามาใช้กับ Facebook Live ก็ถือว่ากล้องทำออกมาพอดีไม่ขาดไม่เกิน แต่ถ้าจะเอากล้องมาถ่ายแล้วตัดต่อขณะถ่ายเพื่อลดขั้นตอนตัดต่อหลังถ่ายวิดีโอ แล้วค่อยอัพโหลดขึ้น YouTube อันนี้ภาพที่ออกมายังไม่คมมากนักอยู่ดีครับ ชั่งน้ำหนักเรื่องนี้กันให้ดี ๆ



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

-

ราคา

$399 (ไม่รวมค่าขนส่งและภาษี)

kangg

You May Also Like:

Instagram เริ่มปล่อยฟีเจอร์ถ่ายทอดสด (Live) ให้ผู้ใช้งานในอเมริกา

จากที่เคยมีข่าวว่า Instagram ทำฟีเจอร์ถ่ายทอดสด (Live) ด้วย ตอนนี้ทาง Instagram เริ่มปล่อยฟีเจอร์ดังกล่าวให้ผู้ใช้งานในอเมริกาแล้ว ส่วนทั่วโลกรอปีหน้า ..

Facebook อัพเดทให้การถ่ายทอดสดเพิ่มเป็นครั้งละ 4 ชั่วโมงและทำวิดีโอแบบเต็มหน้าจอได้

ข่าวน่าสนใจสำหรับคนที่ชื่นชอบการทำ Facebook Live บนโทรศัพท์มือถือ โดย Facebook เตรียมเพิ่มความสามารถให้ผู้ใช้งานสามารถทำการถ่ายทอดสดได้ยาวนานมากขึ้นเป็นครั้งละ 4 ชั่งโมง ..

Share

Tweet

Email