แอปเปิ้ลอธิบายเรื่องตัดช่องหูฟังออกจาก iPhone 7

แอปเปิ้ลอธิบายเรื่องตัดช่องหูฟังออกจาก iPhone 7

ผู้บริหารแอปเปิ้ล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ iPhone 7 ว่าทำไมแอปเปิ้ลถึงตัดช่องหูฟัง 3.5 มม. ออก และยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจด้วย 

 

คุณ Greg Joswiak บอกว่าช่องต่อหูฟังที่เราใช้กันอยู่มีมานานนับร้อยปี เฉพาะช่องหูฟัง 3.5 มม. ก็มีมานานกว่า 50 ปีแล้ว หลังจากที่มีช่องหูฟังดังกล่าวออกมาก็ไม่มีการพัฒนาใด ๆ เลย ตรงนี้เรามองว่าถึงเวลาที่ควรจะขยับและทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

iPhone-7-five-color_01

 

ตอนที่เริ่มคิดว่าจะตัดช่องหูฟังออกก็เกิดคำถามเหมือนไก่กับไข่ว่าถ้าไม่ทำไม่ตัดออกตอนนี้แล้วจะทำเมื่อไหร่ดี เพราะหูฟังแบบมีสายที่มีอยู่ในโลกก็ใช้สายหูฟังแบบนี้เป็นหลัก ซึ่งถ้าย้อนดูอดีตแอปเปิ้ลก็เป็นรายแรก ๆ ที่เริ่มตัดบางสิ่งบางอย่างออกตั้งแต่ iMac รุ่นแรกที่เราตัดช่องเสียบฟลอปปี้ดิสก์ออก เราเลิกใส่ SuperDrive (CD/DVD Drive) ในเครื่อง Mac ในยุคใหม่ ส่วนช่องหูฟัง ด้วยความที่มีมานานมากแล้วยังคงรับสัญญาณเสียงแบบอนาล็อค ไม่ใช่รองรับมาตรฐานเสียงดิจิตอลในยุคปัจจุบัน คิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนแล้วละ

ด้านคุณ Dan Riccio บอกว่าการตัดช่องหูฟังออกจาก iPhone ช่วยให้ในเครื่องมีพื้นที่เหลือพอที่เราจะทำปุ่ม Home แบบใหม่ที่ต้องมีชิป Taptic Engine คอยควบคุมการตอนสนองเวลากด ถัดมาก็ช่วยให้แบตเตอรี่มีปริมาณไฟมากกว่าเดิมด้วย อย่างใน iPhone 7 มีความจุมากกว่า iPhone 6s ราว 14 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแบตเตอรี่ iPhone 7 Plus มีความจุเพิ่มขึ้นจาก iPhone 6s Plus ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ (จุดนี้อาจจะบอกเป็นนัยว่าคนภายนอกจะมองว่าพื้นที่แค่นิด ๆ หน่อย ๆ แค่นี้เอง แต่ในการผลิตแล้วพื้นที่ทุกตารางมิลลิเมตรมีความสำคัญมาก) เรื่องว่าตัดไม่ตัดช่องหูฟัง 3.5 มม. ออก คุณ Dan Riccio บอกว่าไม่ช้าก็เร็วยังไงก็ต้องเอาออกอยู่ดี กรณีที่เราไม่เอาออกใน iPhone 7 อนาคต iPhone รุ่นใหม่ ๆ เราก็ตัดช่องนี้ออกอยู่ดี

และสุดท้ายที่สำคัญสามารถทำให้ iPhone 7 กันน้ำได้ตามมาตรฐาน IPX7 ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราแอปเปิ้ลรอมานานหลายปี

ช่วงหลัง ๆ ของบทสัมภาษณ์มีการพูดถึงเรื่องกล้องถ่ายรูป ซึ่ง Tim Cook และ Phil Schiller มาร่วมพูดคุยด้วย โดย iPhone 7 Plus ที่มีกล้อง 2 ตัวและเลนส์คนละระยะกันนั้น ในการใช้งานจริงกล้องทั้ง 2 ตัวจะทำงานแบบไร้รอยต่อ ไม่ว่าคุณจะปรับมาถ่ายมุมกว้างหรือจะซูมเข้าไปการทำงานที่รวดเร็วที่รู้ว่าจะต้องเปลี่ยนไปใช้กล้องไหนเลนส์ไหนจะไม่มีสะดุดเลย

ส่วนเรื่องอัพเดทซอฟท์แวร์ให้ iPhone 7 Plus สามารถถ่ายภาพหลังเบลอได้สวย ๆ นั้น พออัพเดทเสร็จในกล้องถ่ายรูปจะมีเมนูการถ่ายรูปแบบ Portrait ปรากฏขึ้นมาให้ใช้งาน หลักการที่ทำให้หลังเบลอนั้น กล้องทั้งสองจะจับภาพลึกเข้าไป 9 ระยะด้วยกันตั้งแต่ฉากหน้าไปจนถึงฉากหลัง จากนั้นจะมีการคำนวณภาพออมาให้เห็น ซึ่งไม่ใช่แค่ถ่ายเสร็จแล้วถึงจะเห็นว่าเบลอหลังแค่ไหนยังไง แต่เจ้าของเครื่องจะสามารถเห็นได้ต้งแต่ก่อนถ่ายด้วยคำนวณและแสดงผลออกมาทันทีที่หน้าจอก่อนจะกดถ่ายรูป

ในสัมภาษณ์มีแซวว่าทำเบลอหลังแบบนี้แจ๋วกว่าถ่ายด้วยกล้อง Leica M พร้อมเลนส์ 50 มม. รึเปล่า แน่นอนคำตอบที่ Phil Schiller คือไม่แน่นอน แต่สิ่งที่แอปเปิ้ลทำจะไม่เคยมีในสมาร์ทโฟนไหนมาก่อน

ด้าน Tim Cook ถูกถามนวัตกรรมของแอปเปิ้ลที่ทำ ๆ ออกมา ซึ่งส่งผลอย่างมากในการใช้งานอย่างเช่น Siri, FaceTime, Touch ID ซึ่ง Tim Cook บอกว่านวัตกรรมช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้นกว่าเดิม เขายกตัวอย่างเรื่องกล้องถ่ายรูปว่าพัฒนากล้องดีขึ้นรูปก็ออกมาดีขึ้นเรื่อย ๆ

เป็นบทสัมภาษณ์ที่สนุกดีครับ แนะนำให้อ่านต้นฉบับเพิ่มเติม เพราะมีพูดถึงเรื่องหูฟัง AirPods ด้วยครับ

ที่มา : buzzfeed.com



kangg

You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง Sony WF-1000X

หูฟัง Sony WF-1000X เป็นหูฟังมาแนวตัวเล็กจิ๋วไม่มีสายคล้องใด ๆ มาพร้อมกล่องเก็บหูฟังที่เป็นที่ชาร์จไปในตัว อ่านรีวิวไปพร้อม ๆ กันครับ ..

รีวิว : ลำโพง JBL – Pulse 3

ผมให้นิยามว่าเป็นลำโพงที่สนุกมาก เพราะไม่ใช่แค่เสียงแต่ลำโพงที่เราสามารถเลือกแสงที่อยู่บนตัวลำโพงได้ตามใจชอบอีกด้วยกับ JBL - Pulse 3  ..

รีวิว : หูฟัง iFrogz – Impulse Wireless

ได้หูฟัง iFrogz - Impulse Wireless มาลองใช้งานพักใหญ่ พบว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ราคาไม่แพงที่ให้เสียงได้โอเคเลยแหละ ..

Share

Tweet

Email