watchOS 3 มีอะไรน่าสนใจบ้าง

watchOS 3 มีอะไรน่าสนใจบ้าง

แอปเปิ้ลเปิดให้อัพเดท watchOS 3 พร้อม ๆ กับ iOS 10 แล้ว มาดูกันว่า watchOS 3 มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

(สำหรับ watchOS 3 จำเป็นต้องใช้คู่กับ iOS 10 ยังไงอย่าลืมอัพเดท iOS 10 กันก่อนด้วย)

ความสามารถของ watchOS 3 จากที่แอปเปิ้ลแจ้งไว้ตั้งแต่งาน WWDC 2016 คือจะทำงานได้ฉับไวขึ้น มีการปรับปรุงการทำงานอีกหลายอย่าง เรามาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

หน้าปัดนาฬิกาแบบใหม่ – ใน watchOS 3 แอปเปิ้ลเพิ่มหนัดปัดนาฬิกาแบบใหม่เข้ามา อาทิ มินนี่เมาส์, หน้าปัดที่เน้นวงกลมกิจกรรม (Activity) โดยเราสามารถเลือกหน้าปัดนาฬิกาได้จากบน Apple Watch เหมือนปกติที่เคยทำ และสามารถเลือกหน้าปัดนาฬิกาได้จากแอพ Watch บน iOS 10

Control Center เปลี่ยนไป – ใน watchOS 3 เวลาเราสไลด์จากหน้าจอด้านล่างขึ้นมาด้านบนจะเห็นสถานะรวมถึงปุ่มสำหรับเปิดปิดการใช้งานบางอย่างรวมอยู่ในที่เดียวกัน โดยจุดนี้จะมีสิ่งที่เปลี่ยนไปเวลาเราต้องการเข้าโหมดประหยัดแบตเตอรี่ จากเดิมที่ต้องกดปุ่มด้านข้างตัวเครื่องข้างไว้ ตอนนี้ให้เลื่อนหน้าจอจากล่างขึ้นบนและกดไปที่เมนูบอกระดับแบตเตอรี่จะมีตัวเลือกโหมดประหยัดแบตเตอรี่อยู่ในนั้นแทน

การเรียกแอพจากปุ่มกดด้านข้าง – ใน watchOS 1-2 เวลาเรากดปุ่มด้านข้างเครื่องจะเข้าโหมด Faverites ของคนที่เราติดต่อด้วยบ่อย ๆ ซึ่งในการใช้งานจริงไม่ค่อยมีใครใช้งานฟีเจอร์นี้กันเท่าไหร่ ซึ่ง watchOS 3 ได้ปรับให้การกดปุ่มดังกล่าวเป็นการเรียกแอพที่ใช้งานบ่อยขึ้นมาแทน ตรงนี้จะงง ๆ นิดหน่อยในการใช้งานแรก ๆ เพราะจะสับสนกับ watchOS ที่ผ่านมา

แอพ Workout มีตัวเลือกประเภทกีฬามากขึ้น – สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำกับ Apple Watch ที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีตัวเลือกประเภทกีฬาอยู่ไม่เยอะมาก พอเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายนอกเหนือจากนั้นก็เลือกเป็น Other กันเสมอ พอมาใน watchOS 3 แอปเปิ้ลเพิ่มตัวเลือกประเภทกีฬามากขึ้น จะมีทั้งประเภทกีฬาที่ตรงจริง ๆ กับที่อยู่ภายใต้ Other อีกที เช่น Cross Trainning ก็จะอยู่ภายใตั Other อีกชั้นหนึ่ง ตรงนี้ถ้าใครใช้เมนูภาษาไทยจะงง ๆ กับการแปลพอควร เพราะเป็นการแปลคำศัพท์แบบตรง ๆ การ การออกำลังกายแกน

ข้อเสียเรื่องชื่อประเภทกีฬาเท่าที่ได้ใช้งานคือตอนเราเลือกเซฟการออกกำลังกายไปแล้วจะเปลี่ยนชื่อภายหลังไม่ได้

บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมชื่อการออกกำลังกายฮิต ๆ อย่าง BodyCombat, BodyPump, BodyJam ถึงไม่มีชื่อให้เลือก จุดนี้ต้องเป็นว่าเป็นเรื่องชื่อเครื่องหมายการค้าที่แอปเปิ้ลไม่สามารถนำมาใส่ได้ โดยทั้ง 3 ชื่อการออกกำลังกายเป็นลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของบริษัท Les Mills รวมถึง Crossfit ก็เป็นลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของบริษัท CrossFit

ตรงนี้ถ้าแอปเปิ้ลจะนำชื่อมาใช้ใน Apple Watch ก็ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ชื่อต่าง ๆ ซึ่งแอปเปิ้ลก็คงไม่จ่ายเพราะไม่มีความจำเป็น แต่ถ้าให้ดีควรให้ผู้ใช้งาน Apple Watch สามารถใส่ชื่อหรือแก้ไขชื่อการออกกำลังกายได้เองก็น่าจะดี เพราะเราจะได้แก้ไขชื่อเป็นชื่อของประเภทการออกกกำลังกายหรือกีฬาแบบนั้นจริง ๆ จะได้ไม่สับสนกับตัวเลือกชื่อประเภทกีฬาแปลก ๆ ที่มีมาให้

หน้าจอขณะออกกำลงกายแบบใหม่ ไม่ต้องปิดซ้ายปัดขวาแล้ว เกือบทุกอย่างรวมอยู่ในหน้าจอแสดงผลเดียว อย่างเช่น ผมวิ่งออกกำลังกายก็จะแสดงผลตัวเลขสำคัญ ๆ บนหน้าจอไว้ทั้งหมด ไม่ต้องปัดซ้ายปัดขวาเพื่อดูแต่ละค่าเหมือนที่ผ่านมา โดยหน้าจอขณะออกกำลังกายหลัก ๆ จะมี  3 หน้าจอ คือหน้าจอแสดงผลหลัก , หน้าจากที่ปัดจากซ้ายมาขวาจะเป็นหน้าจอสำหรับกดหยุดชั่วคราวขณะออกกำลังกาย ปุ่มกดเมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้ว และปุ่มล็อคหน้าจอเวลาออกกำลังกาย สามารถปลดล็อคได้ด้วยการหมุนเม็ดมะยม และสุดท้ายหน้าจอขณะออกกำลังกายให้เราแตะหน้าจอจะมีข้อมูลบันทึกว่า Laps ตอนนี้เท่าไหร่ (เช่นการวิ่ง) มาให้เห็นด้วย

แอพ Activity สามารถเพิ่มเพื่อนเข้ามาในกลุ่มได้แล้ว ฟีเจอร์นี้จริง ๆ ควรทำได้ตั้งนานแล้ว เพราะไม่ว่าอุปกรณ์แนว ๆ เดียวกันทำได้ตั้งแต่เวอร์ชั่น 1 ด้วยซ้ำ ซึ่งในแอพ Activity ของ watchOS 3 เมื่อเพิ่มเพื่อนเข้ามาในกลุ่มเราจะสามารถเห็นข้อมูลได้ว่าวันนี้เพื่อนเราออกกำลังกายไปเท่าไหร่ และเป็นอันดับที่เท่าไหร่ของกลุ่ม และเราตอนนี้อยู่อันดับที่เท่าไหร่

ตัวเซนเซอร์การวัดอัตราการเต้นหัวใจขณะออกกำลังกายใน watchOS 3 จะทำงานตลอดเวลา เท่าที่ได้ลองใช้แบบต่อเนื่องราว ๆ 3 ชั่วโมงแบตเตอรี่จากเต็ม ๆ ก็เกือบหมดลง ตรงนี้ก็ให้ระวังกันด้วยสำหรับคนที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่ใช้ระยะเวลานาน

แอพ Breathe เป็นแอพช่วยกำหนดลมหายใจ อันนี้อยากให้ลองกันครับ การทำงานของแอพนี้จะมีตัวเลือกว่าเราอยากกำหนดลมหายใจเข้าออกกี่ครั้งภายใน 1 นาที เป็นต้น อย่างผมเลือกลมหายใจเข้าออก 7 ครั้งใน 1 นาที พอตัวแอพเริ่มทำงานก็จะมีรูปดอกไม้เล็กแล้วใหญ่วนไปเรื่อย ๆ พร้อมกับตัวนาฬิกาจะสั่นเบา ๆ ตามด้วย ซึ่งดอกไม้ที่เล็ก ๆ ใหญ่ ๆ วนไปหรือช่วงจังหวะที่แอพบอกให้หายใจเข้าและหายใจออก ใน 1 วันแอพนี้จะมีการเตือนอยู่ 4-5 ครั้ง หรือถ้าเราเครียดหรือโมโหอยากสงบจิตสงบใจยุบหนอพองหนอจะเปิดใช้แอพนี้บ่อย ๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับคนที่ใช้เครื่อง Mac (รุ่นตั้งแต่ปี 2012 ขึ้นไปที่เป็น Bluetooth 4.0) จะสามารถใช้ Apple Watch ที่ใช้ watchOS 3 ปลดล็อคเครื่อง Mac ได้ด้วย ไม่ต้องมานั่งกดรหัสเอง เพียงแค่เราเปิดมาใกล้ ๆ เครื่อง Mac ตัวเครื่องก็จะปลดล็อครหัสผ่านให้ทันที

แอพอื่น ๆ ที่เพิ่งมาใหม่แต่ส่วนใหญ่เราจะไม่ได้ใช้อย่างเช่น Home อันนี้ก็ลิงค์กับแอพ Home บน iOS 10 โดยเราต้องติดตั้งอุปกรณ์ภายในบ้าน เช่น หลอดไฟ ที่ล็อคประตู ที่สามารถสั่งงานผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งจะทำให้เราจัดการสั่งเปิดปิดระบบต่าง ๆ ในบ้านที่รองรับจากบน Apple Watch ได้ด้วยเหมือนกัน

ภาพรวมของ watchOS 3 ไม่ได้ล้ำหน้าอะไรมากมาย แต่เป็นการปรับปรุงให้ทุกอย่างทีมีอยู่เข้าที่เข้าทางมากขึ้น ส่วนแอพใหม่ฟีเจอร์ใหม่ถือว่าเป็นสีสันที่เพิ่มเข้ามา



You May Also Like:

Apple Pay เปิดใช้ในญี่ปุ่นแล้ว

จากที่แอปเปิ้ลเปิดให้อัพเดท iOS 10.1 ทำให้ตอนนี้ระบบ Apple Pay เริ่มเปิดใช้งานในญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ..

Apple Watch Series 2 และ Apple Watch Nike+ เปิดให้สั่งซื้อผ่านหน้าเว็บ apple.com/th แล้ว

นอกจาก iPhone 7 ที่เปิดจำหน่ายวันนี้ อีกด้านหนึ่ง Apple Watch Series 2 ก็เป็นวันแรกที่จะขายในไทยด้วยเช่นกัน โดยหน้าเว็บ รวมถึง Apple Watch Nike+ ที่เปิดใหัสั่งซื้อล่วงหน้าได้ด้วย ..

Apple Watch Nike+ เร่ิมจำหน่ายในไทย 28 ต.ค. นี้

จากที่แอปเปิ้ลจะเริ่มจำหน่าย Apple Watch Series 2 รุ่นปกติในไทยวันที่ 21 ต.ค. นี้ ล่าสุดแอปเปิ้ลเพิ่งออกมาประกาศว่า Apple Watch Nike+ จะเริ่มจำหน่ายวันที่ 28 ต.ค. รวมประเทศไทยด้วย ..

Share

Tweet

Email