รีวิว : อะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack (ช่วยทำให้เสียงหูฟังเดิมดีขึ้น)

รีวิว : อะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack (ช่วยทำให้เสียงหูฟังเดิมดีขึ้น)

จากที่ iPhone 7 ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 อีกต่อไปทำให้ต้องมาต่อหูฟังผ่านช่อง Lightning นั้น มีหลายเสียงที่ได้ลองใช้งานอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack แล้วพบว่าช่วยให้เสียงหูฟังเดิมที่เราเคยฟังเสียงดีขึ้นจริง ซึ่งนอกจากเรื่องหูฟังแล้ว เรามีแง่มุมสำหรับคนที่วิดีโอด้วย iPhone ด้วยว่าจะติดขัดปัญหาตรงไหนบ้างเมื่อใช้อะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack

ตัวอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack ตามปกติจะมีมาให้ในกล่อง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ทุกรุ่น ส่วนการจำหน่ายแยกจะอยู่ที่อันละ 390 บาท ขนาดของอะแดปเตอร์มาแบบสั้น ๆ ปลายด้านหนึ่งเป็นหัว Lightning อีกด้านเป็นช่องรับหัวต่อ 3.5 มม. ส่วนสายสั้น ๆ ความบอบบางอยู่ในระดับเดียวกับสายหูฟังของแอปเป้ิล จุดนี้คาดว่าถ้ามีการขยับสายไปมาบ่อย ๆ เปื่อยได้แน่นอน ซึ่งก็สงสัยว่าทำไมแอปเปิ้ลไม่ทำให้สายมีขนาดใหญ่มากกว่านี้ หรืออาจจะทำให้ไม่ต้องมีสายสั้น ๆ ที่ว่านี้ไปเลย แต่ทำให้เป็นหัว 2 ด้านติดกันไปเลยไม่ต้องมีสายมาให้พะวงว่าจะขาดจะเปื่อยเมื่อไหร่เมื่อใช้ไปนาน ๆ

การใช้งานอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack มีคนสงสัยหลายคนว่าตกลงมันใช้กับเครื่องรุ่นอื่นนอกจาก iPhone 7 ได้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าได้หมดครับขอให้เครื่องดังกล่าวเป็นช่องต่อ Lightning Connector เราก็สามารถนำหูฟังเดิมมาต่อกับอะแดปเตอร์และเสียบเข้าที่ช่อง Lightning ของตัวเครื่องก็ใช้ฟังเพลงได้ปกติ

ที่บอกว่าอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack ช่วยให้เสียงดีขึ้นเกิดจากอะไร เกิดจากที่มีการแกะเพื่อดูข้างในว่าแอปเปิ้ลใส่อะไรมาบ้าง ซึ่งก็พบว่ามีการใส่ชิป DAC (Digital-to-Analog-Converter) เข้ามาด้วย ซึ่งชิปตัวนี้ช่วยบูทเสียงให้มีคุณภาพมากขึ้น ว่ากันว่า DAC จะช่วยให้สัญญาณเสียงที่เราได้ยินมีคุณภาพความเที่ยงตรงมากขึ้น

ประกอบกับมีข้อความส่งมาให้เราทาง facebook.com/siampod ว่าได้ลองอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack ตัวนี้แล้วพบว่าช่วยให้เสียงจากหูฟังเดิมดีขึ้นจริง เราก็ต้องหามาทดสอบด้วย

ในการทดสอบเบื้องต้นผมใช้อะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack ร่วมกับหูฟัง EarPods ที่เป็นหัวต่อ 3.5 มม. เดิม ๆ ที่ใช้อยู่กับ iPhone 6s เสียบสายหูฟังเข้าอะแดปเตอร์แล้วต่อเข้า iPhone 6s รู้สึกได้ว่าเสียงต่างไปจากเดิม ลองฟังสลับไปมาหลาย ๆ ครั้งระหว่างฟังผ่านช่อง Lightning กับช่องหูฟัง 3.5 มม. ในเพลงเดียวกันหลาย ๆ ครั้ง เริ่มได้ยินความต่าง โดยเฉพาะเนื้อเสียงที่หนามากขึ้นเมื่อฟังผ่านช่อง Lightning แบบเห็นผลว่าต่างกันจริง เนื้อเสียงที่ได้ตอนใช้ EarPods ผ่านช่องหูฟัง 3.5 มม. คือพอไม่มีตัวเปรียบเทียบก็ไม่รู้สึกอะไรครับ เพราะใช้มานาน เสียงจะแบน ๆ ไม่ทุ้มอะไรมากนัก พอหูฟังเดียวกันนี้มาต่อผ่านอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack เสียงที่ได้ยินต่างออกมาแบบดีขึ้นชัดเจน เสียงหนานวลมีมิติมากขึ้น

อาจจะคิดว่าผมมโนไปเองว่าเสียงแตกต่างไปเสียงดีขึ้น ตรงนี้ผมใช้เพื่อนที่เจอในช่วง 2-3 วันนี้ลองแบบเร็ว ๆ ทุกคนที่ได้ลองพยักหน้าเห็นด้วยว่าเสียงจากหูฟังที่ผ่านอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack ดีขึ้นจริง

ส่วนว่าอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack ช่วยให้เสียงดีขึ้นได้อีกกี่มากน้อย ตรงจุดนี้ขึ้นอยู่กับหูฟังเดิมของเราด้วย อย่างกรณี EarPods ถ้าให้เทียบว่าเสียงดีขึ้นประมาณไหนผมใช้อยู่ที่ 10-15 เปอร์เซ็นต์ ถ้าผู้อ่านมีหูฟังรุ่นดี ๆ น่าจะเห็นผลชัดมากขึ้นไปอีกในจุดนี้

ทั้งนี้ในเว็บ brg.com มีการทดสอบแบบวิทยศาสตร์โดยการวัดค่าต่าง ๆ พบว่าหูฟังที่ต่อผ่านอะแดปเตอร์ค่าที่ออกมาสู้หูฟังที่ต่อผ่านช่องหูฟัง 3.5 มม. ไม่ได้

เรื่องการใช้อะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack กับหูฟังน่าจะได้รับคำตอบกันไปแล้วนะคัรบ เรามาต่อกันที่การใช้งานอะแดปเตอร์นี้ร่วมกับไมโครโฟนต่าง ๆ สำหรับคนที่มักจะใช้ iPhone ถ่ายวิดีโอกันสักนิดว่าต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง

เบื้องต้นสำหรับไมโครโฟนเดิมที่ต่อผ่านช่อง 3.5 มม. สามารถต่อผ่านอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack และใช้งานได้ปกติ ตรงจุดนี้ไม่มีอะไรครับ แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นถ้าคุณใช้ไมโครโฟนเฉพาะรุ่น อาทิ Rode – VideoMic Me ที่บริเวณท้ายไมโครโฟนจะมีตัวจับเครื่องโทรศัพท์เพื่อไม่ให้ไมโครโฟนโยกเยกไปมาก พอมาเป็นใช้ร่วมกับอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack ปัญหาเกิดทันทีเพราะท้ายไมโครโฟนไม่สามารถจับยึดตัวเครื่อง iPhone ได้อีกต่อไป ตรงจุดนี้ใครจะซื้อไมโครโฟน Rode – VideoMic Me เพื่อใช้กับ iPhone แบบยาว ๆ ขอให้ชะลอกันไปก่อน คงต้องรอให้ Rode อัพเดทไมโครโฟนรุ่นนี้ออกมาใหม่หรือมีรุ่นใหม่ทดแทนออกมา

สำหรับการใช้ไมโครโฟนแบบอื่น ๆ ถ้าไม่ใช่ไมโครโฟนที่ต้องยึดจับตัวเครื่องแบบที่ยกตัวอย่างไปบ้างต้นไม่มีปัญหา เพราะตามปกติเราก็จะต่อสายกันอยู่แล้วประมาณหนึ่ง อาทิ ไมโครโฟนติดปกเสื้อ, ไมโครโฟนแบบไร้สาย, ไมโครโฟนแบบช็อตกันติดหัวกล้อง ซึ่งไมโครโฟนหลาย ๆ แบบนอกจากเรื่องต่อสายแล้ว ผู้ใช้งานมาถึงระดับนี้มักจะมีอุปกรณ์สำหรับวางไมโครโฟนเพื่อใช้ร่วมกับ iPhone อยู่แล้ว

ปัญหาเครื่องการใช้อะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack ร่วมกับไมโครโฟนตอนนี้นอกจากที่เอ่ยถึงไปแล้วข้างต้น ก็จะพบกับปัญหาว่าไม่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ไปถ่ายวิดีโอไปได้เพราะช่อง Lightning Connector มีช่องเดียว ทางแก้ปัญหาในอนาคตคือรออะแดปเตอร์ที่ต่อจาก Lightning Connector ออกมาให้เป็น 2 ช่อง Lightning ซึ่งตอนนี้เห็นทาง Belkin เร่ิมออกมาโปรโมทแล้วว่าจะทำออกมาเร็ว ๆ นี้ และยืนยันอีกครั้งว่าสายอะแดปเตอร์มีแววเปื่อยง่ายพังเร็วแน่นอน

เรื่องที่ควรระวังในการใช้อะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack ไม่ว่าจะใช้ฟังเพลงหรือใช้กับงานวิดีโอคือหัวอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack เวลาต่อเข้าไปแล้วไม่แน่นหนามากนักเมื่อเทียบกับการต่อหูฟังที่ช่อง 3.5 มม. ถ้าผู้อ่านอยากรู้ว่าหลุดง่ายแค่ไหนก็ให้ลองเอาสายชาร์จมาต่อเข้าไปแล้วก็คว่ำ iPhone ลงแล้วเขย่า ๆ ดึง ๆ สายชาร์จไปมาจะพบว่าหลุดง่ายมาก (ตอนทดลองเขย่าไปทำบนเบาะนิ่ม ๆ นะครับ เครื่องตกมาจะได้ไม่เสียหาย) เหตุเพราะหัวต่อแบบ Lightning Connector ไม่มีตัวล็อคใด ๆ จะไม่เหมือน iPod/iPhone ในอดีตที่ใช้หัวต่อ 30-pin Conncentor ที่จะมีเขี้ยวล็อคด้านข้าง หรือแม้กระทั่งแจ็กหูฟัง 3.5 มม. ที่เวลาใส่เข้าไปจะล็อคแน่นหนากว่ากันเยอะ ตรงจุดนี้สำหรับคนที่ทำงานวิดีโอให้ระวังกันด้วย

รวม ๆ สำหรับอะแดปเตอร์ Lightning to Headphone Jack ถ้าคุณเป็นนักฟังเพลงจะซื้อมาลองกับหูฟังที่เราใช้อยู่ก็ไม่เสียหาย เพราะราคาไม่แรงมาก ส่วนถ้าผู้อ่านไม่ได้สนใจเรื่องเกี่ยวกับหูฟังเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพเสียงไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้ ส่วนสายงายวิดีโอที่ใช้ iPhone ถ่ายวิดีโอถ้ามีแผนขยับขยายไป iPhone 7 ยังไงก็จำเป็นต้องมีอะแดปเตอร์ตัวนี้ ส่วนจะรอของที่แถมมาในกล่อง iPhone 7 หรือซื้อเพิ่มเติมก็ดูตามความเหมาะสมในการใช้งาน



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

-

ราคา

390 บาท

kangg

You May Also Like:

Share

Tweet

Email