USB-IF ประกาศมาตรฐาน Audio over USB-C

USB-IF ประกาศมาตรฐาน Audio over USB-C

จากที่แอปเปิ้ลนำร่องตัดช่องหูฟัง 3.5 มม. ออกจาก iPhone 7 ไปแล้ว ล่าสุดทางกลุ่ม USB ได้กำหนดมาตาฐาน Audio over USB-C สำหรับหูฟังที่จะใช้หัว USB-C เชื่อมต่อออกมาแล้ว …หรือเราจะถึงคราวอวสานช่อง 3.5 มม. จริง ๆ แล้ว?

USB Implement Forum (USB-IF) เป็นหน่วยงานที่ดูแลและกำหนดมาตรฐานของ USB ที่เราใช้ ๆ กันอยู่ ซึ่งปัจจุบันหลายคนอาจจะได้ใช้งานอุปกรณ์ที่ใช้หัวต่อ USB-C กันไปบ้างแล้ว โดย USB-C เป็นหัวต่อขนาดเล็กเมื่อเทียบกับหัวต่อ USB แบบมาตรฐานในเวอร์ชั่นก่อน ๆ โดย USB-C สามารถเสียบหัวต่อด้านไหนก็ไ้ด้เข้ากับอุปกรณ์ ไม่จำเป็นต้องพลิกด้านให้ถูกข้างอีกต่อไป (เหมือนที่แอปเปิ้ลทำกับหัวต่อ Lightning) ซึ่งปัจจุบัน USB-C ใช้ความเร็วในการรับส่งมาตรฐาน USB 3.0

โดยตอนนี้ทาง USB-IF ได้ออกมาประกาศมาตรฐานเกี่ยวกับ Audio over USB-C สำหรับอุปกรณ์ด้านเสียงเพลงออกมาแล้ว ซึ่งจะทำให้ในอนาคตเราจะได้เห็นหูฟังที่เป็นหัวต่อ USB-C ตามออกมาอย่างแน่นอน

ทาง USB-IF บอกว่าการเปลี่ยนมาใช้หูฟังหัวต่อแบบ USB-C และตัดช่องหูฟัง 3.5 มม. ออกจะทำให้อุปกรณ์บางลงได้ลงได้กว่าเดิม ส่วนการใช้งานร่วมกับหูฟังเดิมก็จะต้องมีอะแดปเตอร์แปลงหัวมาต่อเพิ่มเหมือนที่แอปเปิ้ลทำอยู่ในตอนนี้

ไม่ใช่แค่แอปเปิ้ลที่คิดเรื่องนี้แต่มาตรฐานรายใหญ่อย่าง USB-IF ก็คิดปรับเปลี่ยนเช่นกัน คงต้องมาตามดูกันต่อว่าการตัดช่อง 3.5 มม. หวยจะไปออกที่โทรศัพท์รุ่นไหน หรือเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นไหนเป็นรายต่อไป

ต่อจากนี้ในอนาคตถ้าไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม. ก็จะเกิดปัญหาขึ้นมาอีกว่าหูฟังดันมีหัวต่อเป็น 2 มาตรฐาน หนึ่งคือมาตรฐานแอปเปิ้ลที่เป็นหัว Lightning สองคือมาตรฐาน USB-C

ที่มา : anandtech.com, usb.org

เรื่องนี้ผมเลยโทรสอบถามจากคนอาชีพซาวด์เอ็นจิเนียร์ที่ต้องเกี่ยวข้องกับเสียงเพลงและต้องใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะหูฟังซึ่งหัวแบบ 3.5 มม. ว่าการปรับเปลี่ยนเรื่องนี้ทั้งจากที่แอปเปิ้ลตัดช่องหูฟังออกไปแล้ว และการประกาศของ USB-IF มีความคิดเห็นยังไงบ้าง

คำตอบสั้น ๆ เบื้องต้นเลยคือ ตัวเขาคิดว่าการตัดช่องหูฟัง 3.5 มม. ไม่เมคเซ้นท์เท่าไหร่ เพราะความสะดวกในการใช้งานจะหายไป ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ในอนาคตก็อาจจะต้องมาดูกันอีกว่าเป็นหัวแบบไหน Lightning หรือ USB-C

ผมถามต่อถึงอนาคตว่าถ้าวันนึงอุปกรณ์ทุกอย่างเปลี่ยนเราก็ต้องเปลี่ยนด้วยแบบนี้จะเป็นไรหรือไม่ คำตอบคือก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง



You May Also Like:

Share

Tweet

Email