รีวิว : หูฟัง Motolora – VerveOnes+

รีวิว : หูฟัง Motolora – VerveOnes+

หูฟังไร้สายตัวเล็กตัวนิดเดียวมีมาให้ได้เห็นกันอีกแล้วกับ Motolora – VerveOnes+ ชื่อเสียงของ Motolora เกี่ยวกับหูฟังไร้สายเรียกว่าไม่ธรรมดา ซึ่ง VerveOnes+ จะทำได้ดีมากน้อยแค่ไหนติดตามในรีวิวกันได้เลย

ก่อนหน้านี้เราเคยรีวิวหูฟังตัวเล็กแนว ๆ นี้มาแล้วกับ EARIN มาครั้งนี้เป็นหูฟังสไตล์ตัวเล็ก ๆ เหมือนกันกับ Motolora – VerveOnes+ ตัวหูฟังถูกบรรจุอยู่ในที่เก็บทรงกระบอกซึ่งเป็นที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับหูฟังไปด้วยในตัว วิธีจะหยิบหูฟังออกมาจากที่เก็บคือหมุนเจ้ากระบอกดังกล่าวเพื่อเปิดออกมา

motorola-verve-ones-plus_02
motorola-verve-ones-plus_03
motorola-verve-ones-plus_04
motorola-verve-ones-plus_05

ตัวหูฟังจริง ๆ ก็ตัวนิดเดียวครับ แต่ถ้าเทียบกับ EARIN ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้าก็ถือว่าใหญ่กว่าเล็กน้อย โดย VerveOnes+ หูฟังเป็นแบบ In-Ears มีไมโครโฟนมาด้วยในตัวสำหรับใช้คุยโทรศัพท์ (ไปซ่อนไว้ตรงไหนกัน) บริเวณด้านนอกของหูฟังจะมีปุ่มกดอยู่ด้วยใช้สำหรับเล่นเพลงและรับโทรศัพท์

motorola-verve-ones-plus_06

ด้านการใช้งานของ VerveOnes+ ตัวนี้เอาเรื่องหูฟังก่อนนะครับ คือพอเราหยิบหูฟังออกจากที่เก็บปุ๊บตัวหูฟังก็จะแอคทีฟทันที ถ้าเป็นครั้งแรกก็ให้เราจับคู่หูฟังกับ iPhone ได้จากใน Settings > Bluetooth ได้เลยตรงนี้ไม่มีปัญหาอะไร พอจับคู่อุปกรณ์เสร็จก็ใช้ฟังเพลงได้ทันที บน iPhone ก็จะมีบอกสถานะแบตเตอรี่ให้ได้ทราบด้วย การปล่อยเสียงของ VerveOnes+ หูฟังด้านซ้ายจะเป็นมาสเตอร์ครับ และจะส่งสัญญาณมาที่หูฟังด้านขวาอีกที

motorola-verve-ones-plus_010

ส่วนการเชื่อมต่อกับแอพเพื่อตั้งค่าอื่น ๆ เกี่ยวกับหูฟัง ตัวหูฟังต้องอยู่ในที่เก็บก่อนนะครับ จากนั้นเปิดใช้แอพ VerveLife ตัวแอพกับที่เก็บจะทำการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth พอเชื่อมต่อและเข้ามาในแอพได้แล้วเราจะเห็นสถานะแบเตอรี่ของหูฟังแต่ละข้างได้ว่าเหลืออยู่กี่เปอร์เซ็นต์, สามารถตั้งค่า EQ ให้หูฟังที่ในแอพมีเตรียมไว้ให้ได้ด้วย

motorola-verve-ones-plus_07
motorola-verve-ones-plus_08

นอกจากนั้นยังมีการตั้งค่า Ear-Detect เอาไว้เวลาที่เราถอดหูฟังออกจากหูแล้วเพลงจะหยุดเล่นเอง ตรงนี้ถือว่าดีทีเดียว และยังมีให้ตั้งค่า Pass-Through Audio เพื่อให้เสียงภายนอกผ่านเข้าไปให้เราได้ยินได้ อันนี้ดีมากที่มีให้ตั้งค่า เพราะปกติหูฟังแบบ In-Ear จะกั้นเสียงภายนอกออกไปมากพอควร ทำให้ถ้าเราใช้ฟังเพลงเวลาเดินเพลิน ๆ อยู่ก็จะไม่ค่อยได้ยินเสียงรถ หรือเสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับไล่หลังมาเวลาเราเดินบนทางเท้า ฟีเจอร์นี้เมื่อเปิดใช้งานหูฟังก็จะกรองเสียงรอบข้างมาให้เราได้ยินในระดับหนึ่ง ส่วนการอัพเดทเฟิร์มแวร์ให้หูฟังตรงนี้มีประเด็นเล็กน้อยเมื่ออัพเดทบนแอพจากอุปกรณ์ iOS จะใช้เวลานานมาก ซึ่งตรงนี้ผมได้รับข้อมูลมาว่าถ้าอัพเดทผ่านแอพบนอุปกรณ์ Android จะเร็วกว่ากันมาก ตรงนี้ไม่ทราบจริง ๆ ว่าทั้งคู่แตกต่างกันตรงไหนในทางเทคนิคครับ แต่ให้ไว้เป็นจุดสังเกตก็แล้วกัน

การใช้ฟังเพลงของ VerveOnes+ ภาพรวมเป็นหูฟังที่เสียงดีใช้ได้ครับ ผมเลือกปรับ EQ ในแอพเป็น Moto Spound ที่คำอธิบายบอกว่าใช้ฟังได้กับทุกแนวเพลง ฟังเพลงได้สนุกเสียงแน่น ๆ กระชับดี เสียงร้อง เสียงกลางเด่นพอควร แต่เสียงต่ำเสียงเบสจะไม่ลงลึกมาก เสียงต่ำเราจะรับรู้ได้ว่ามี แต่จะไม่กระเพื่อมไปถึงตับไตไส้พุงครับ ผมลองปรับ EQ ในแอพให้เป็นแบบเน้น Bass ดู เสียงจะตื้อ ๆ นิดหน่อยคือเสียงต่ำเสียงเบสจะชัดขึ้นแต่ไม่ใช่ลงลึกในเสียงนะครับ เหมือนแอพจะปรับค่าให้เสียงอื่นเด่นน้อยลงมากกว่าไม่ได้ปรับเพื่อเพิ่มขีดของเสียงต่ำแต่อย่างใด รวม ๆ สำหรับเสียงต่ำของ VerveOnes+ ผมคิดว่าน่าจะถูกจริตกับคนที่ชอบเสียงต่ำที่มีให้พอควร แต่ไม่ได้ต้องการเน้นเสียงต่ำเสียงเบสมาก แต่ในทางกลับกันถ้าผู้อ่านเป็นประเภทชอบเสียงเบสเสียงต่ำที่ลงลึก ๆ นำมาก่อน VerveOnes+ ไม่น่าเหมาะครับ

ส่วนการใช้ดูวิดีโอของหูฟังตัวนี้ไม่เจออาการเสียงกับปากไม่ซิงค์กันในเสี้ยววินาทีครับ ตรงนี้ให้เป็นจุดสังเกตไว้สำหรับคนที่จะใช้หูฟังดูวิดีโอ เพราะตรงนี้บางยี่ห้อก็จะมีอาการปากกับเสียงไม่ซิงค์กันในเสี้ยววินาที ซึ่งกว่าเราจะรู้ก็คือซื้อมาใช้งานไแล้ว แต่ก็น้อยยี่ห้อน้อยรุ่นมากที่จะเจอเรื่องนี้

motorola-verve-ones-plus_011
motorola-verve-ones-plus_01

สำหรับปุ่มกดที่หูฟังทั้งสองข้างใช้เป็นปุ่มกดเล่นเพลง (1 ครั้ง) หยุดเพลง (1 ครั้ง) เล่นเพลงถัดไป (2 ครั้ง) เล่นเพลงก่อนหน้า (3 ครั้ง) เราจะกดปุ่มที่หูฟังข้างไหนก็ได้ รวมถึงเวลามีโทรศัพท์เข้าก็ใช้ปุ่มนี้กดรับสายวางสายด้วยเช่นกัน

motorola-verve-ones-plus_09

การใช้คุยโทรศัพท์ของ VerveOnes+ ที่ตัวเล็กจิ๋วขนาดนี้บอกเลยว่าตอนที่ทดสอบซุปเปอร์ไม่มั่นใจว่าเสียงเราที่พูดออกไปตอนคุยโทรศัพท์จะชัดดีแค่ไหน เรียกว่ามีความประหม่าในการใช้ครั้งแรก ๆ พอควร แต่หลังจากที่ได้ใช้ต้องบอกว่า โมโตก็คือโมโต ที่ยังไว้ลายเรื่องการใช้คุยโทรศัพท์ไม่ให้เสียชื่อ เสียงที่เราพูดออกไปเวลาคุยโทรศัพท์ปลายสายยังได้ยินได้ดีครับ เท่าที่ทดสอบและสอบถามปลายทางก็พอรู้ว่าต้องใช้หูฟัง Bluetooth แน่ ๆ แต่เสียงที่ได้ยินยังโอเคอยู่ จากที่ลองถ้าไปอยู่ในที่คนเยอะเช่นในห้าง หรือไปเดินจตุจักรอะไรประมาณนี้ มีความเห็นว่ายกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูคุยโทรศัพท์จะดีกว่า เพราะตรงนี้ตอนที่เราใช้ VerveOnes+ เราจะต้องเร่งเสียงแข่งกับรอบข้างแล้วว่าเสียงเราดังพอที่ปลายสายจะได้ยินชัดรึเปล่า

ในทางกลับกันเวลามีโทรศัพท์เข้ามา หูฟังจะมี Voice Noitfication พูดให้เราฟังด้วยว่าใครโทรเข้าไป (จำเป็นต้องตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ) และจะมีบอกต่อว่าจะรับสาย (Answer) หรือไม่รับสาย (Ignore) ซึ่งเราก็แค่พูด Answer หรือ Ignore ตามที่เราต้องการ หรือถ้าไม่ถนัดพูดหรือไม่สะดวกในการพูดสามารถกดปุ่มที่หูฟัง 1 ครั้งเพื่อรับโทรศัพท์ หรือกด 2 ครั้งเพื่อปฏิเสธการรับโทรศัพท์ก็ได้เช่นกัน

ด้านแบตเตอรี่ของ VerveOnes+ ตัวหูฟังชาร์จไฟเต็มใช้ฟังเพลงกว่า 3 ชั่วโมงตามที่มีเสียงบอกอยู่ในหูฟัง และที่ตัวเก็บหูฟังที่เป็นที่ชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วย เมื่อใช้งานคู่กันสามารถใช้ฟังเพลงได้ 12 ชั่วโมง ถือว่าเพียงพอสำหรับใช้ฟังเพลง 1-2 วันแบบทั่วไป

สำหรับการใช้งานครั้งแรกในคู่มือแนะนำให้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ที่เก็บหูฟังเต็มเสียก่อน ซึ่งจะใช้เวลาราว ๆ 2 ชั่วโมงในการชาร์จ

motorola-verve-ones-plus_012

จุดสังเกตเรื่องหนึ่งของ VerveOnes+ ที่เจอคือมีอาการเดียวกับ EARIN ที่เวลาไปใช้ในที่คนเยอะ ๆ จะมีการทวนสัญญาณของหูฟังเป็นระยะ ๆ ครับ โดยการทวนสัญญาณเวลาฟังเพลงอยู่เพลงจะสะดุดไปแป๊บนึงแล้วหูฟังด้านซ้ายจะส่งสัญญาณมาที่หูฟังด้านขวาใหม่ ตรงนี้ให้เป็นขัอสังเกตกันไว้

โดยสรุปสำหรับ Motolora – VerveOnes+ ที่อยู่ในกลุ่มหูฟังไร้สายตัวจิ๋วถือว่าทำได้ดีในแง่ฟังก์ชั่นที่ใช้คุยโทรศัพท์ได้ด้วย การตั้งค่าหูฟังในแอพก็มีตัวเลือกที่ดูใส่ใจในคุณภาพชีวิตเราดีสำหรับบ้านเมืองที่รถมอเตอร์ไซค์วิ่งอยู่บนทางเดินเท้าได้แบบนี้ ส่วนข้อสังเกตที่ให้ไว้ตรงนี้ลองนึก ๆ ดูก่อนนะว่าเราเข้าไปในย่านที่คนเยอะคนพลุกพล่านมากน้อยแค่ไหน รวม ๆ แล้วประทับใจ Motolora – VerveOnes+ พอควร

ส่วนราคาของหูฟังจิ๋วในกลุ่มนี้ไม่ว่ายี่ห้อไหนยังถือว่าสูงพอควรครับ



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

RTB Technology

ราคา

8,990 บาท

ร้านค้าอื่นๆ ที่จัดจำหน่าย

  • iStudio by Copperwired
  • .Life
  • Ai_ (Siam Discovery)
  • Jaymart
Bluetooth Wireless Headphones

kangg

You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง Jaybird – Freedom

Jaybird - Freedom เป็นหูฟังรุ่นใหม่อีกรุ่นของ Jaybird ที่เพิ่งออกมาไม่นานกับ รูปร่างหน้าตาดูสลิมกว่า X-series แต่เสียงที่ได้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว  ..

ลือล่า…หูฟัง AirPods มีแววว่าอาจจะเปิดขายสิ้นเดือน พ.ย. หรือต้น ธ.ค.

หูฟังไร้สาย AirPods จากเดิมที่แอปเปิ้ลกำหนดว่าจะเริ่มขายเดือน ต.ค. แต่ก็เอาเข้าจริงถึงวันนี้ก็ยังไร้วี่แวว แถมมีข่าวออกมาก่อนหน้าว่าอาจจะเริ่มขายต้นปีหน้าด้วยซ้ำ แต่ล่าสุดมีข้อมูลมาใหม่ว่า AirPods อาจจะเปิดให้กดสั่งซื้อสิ้นเดือน พ.ย. หรือต้นเดือน ธ.ค. ที่จะถึงนี้ ..

รีวิว : แม่กุญแจ Noke

แม่กุญแจสำหรับใช้ล็อคประตู ล็อคกล่อง ล็อคตู้ ที่เราสามารถสั่งปลดล็อคแม่กุญแจได้ทั้งจากโทรศัพท์มือถือและใช้รหัสมอสเป็นตัวปลดล็อคได้ด้วย น่าสนใจดีทีเดียวกับแม่กุญแจยี่ห้อ Noke ..

Share

Tweet

Email