รีวิว : กล้อง 360Fly (กล้องวิดีโอถ่าย 360 องศา)

รีวิว : กล้อง 360Fly (กล้องวิดีโอถ่าย 360 องศา)

สำหรับการถ่ายรูปภาพ 360 องศาจัดว่าเป็นที่นิยมมาสักพัก ส่วนวิดีโอแบบ 360 องศาเพิ่งเริ่มมีคนพูดถึงและได้ลองกันไม่นาน โดยเรามีกล้องที่สามารถ่ายได้ทั้งรูปนิ่งและวิดีโอ 4k แบบ 360 องศาได้ในเครื่องเดียวกับ 360Fly

กล้อง 360Fly หน้าตามาในรูปทรงกลมสีดำ ด้านบนมีบริเวณที่เป็นเลนส์สำหรับถ่ายภาพและวิดีโอ 360 องศา รอบเครื่องมีปุ่มเปิดการใช้งานที่เป็นปุ่มคำสั่งในการใช้เชื่อมต่อ Bluetooth ไปด้วยในตัว ซึ่งการเชื่อมต่อกับกล้อง 360Fly จริง ๆ จะทำผ่าน Wi-Fi Direct ระหว่างกล้องกับ iPhone เลย ตรงจุดนี้การใช้ Bluetooth จะเป็นการเชื่อมต่อเบื้องต้นเท่านั้น

ข้างใต้กล้องจะเป็นหน้าสัมผัสไว้สำหรับต่อกับฐานชาร์จแบตเตอรี่ โดยบริเวณดังกล่าวจะมีช่องไว้สำหรับใช้กับขาตั้งกล้องมาตรฐานได้ด้วย

สำหรับสเป็คกล้อง 360Fly ถ่ายรูปนิ่งได้ความละเอียด แบบ 360 องศา ส่วนวิดีโอได้สูงสุดความละเอียด 4K แบบ 360 องศา

360 องศา ไม่ใช่แค่ภาพที่กว้าง ๆ แบบพาโนรามาที่เรามักจะคุ้นเคยกว่า เพราะใน iPhone ก็มีโหมดถ่ายภาพแบบนี้เวลาอัพโหลดขึ้น Facebook ก็เอานิ้วปัด ๆ ซ้ายขวาดูภาพ แต่ภาพแบบ 360 องศาภาพจะเป็นทรงกลม ซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง-บน-ล่าง ถูกเก็บมาเป็นภาพหรือวิดีโอทั้งหมด

ในการใช้งานกล้อง 360Fly ไม่ยากอะไรเลย ดาวน์โหลดแอพ 360Fly เสร็จแล้วในขั้นตอนการเชื่อมต่อเบื้องต้นเราเปิดเครื่อง เชื่อมต่อ Bluetooth แล้วจากนั้นก็เข้าไปจับสัญญาณ Wi-Fi ที่กล้องปล่อยออกมา เปิดเข้าแอพมาอีกทีหน้าจอก็ปรากฏภาพขึ้นมาแล้ว

ในการใช้งานก็เพียงแค่เลือกว่าเราจะใช้ถ่ายภาพนิ่งและถ่ายวิดีโอก็เลือกโหมดการใช้งานได้ตามต้องการ แล้วก็จัดการถ่ายได้เลย หรือถ้าต้องการปรับแสง ปรับคอนทราส ของกล้องก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยจะมีส่วนตั้งค่าเกี่ยวกับการถ่ายรูปถ่ายวิดีโอมาให้ด้วย

สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้กล้องถ่ายรูปแบบ 360 องศามาก่อนเลย อาจจะงง ๆ ว่ากล้องแบบนี้ถ่ายมาแล้วภาพออกมายังไง คือภาพที่ออกมาจะเป็นทรงกลมเห็นโดยรอบที่กล้องเก็บภาพได้ทั้งหมด ซ้าย-ขวา-บน-ล่าง เก็บภาพมาได้หมด

ทีนี้เวลาถ่ายรูปหรือวิดีโอออกมาภาพก็จะมียืด ๆ ตามความโค้งของรูปทรงกลมไปด้วย ซึ่งจะเป็นปกติของภาพประเภทนี้ไม่ต้องตกใจไป ความสนุกสนานเวลาใช้กล้องถ่ายแบบ 360 องศาคือเก็บภาพเพื่อนได้ครบถ้วนจะยืนอยู่มุมไหนของกล้องก็เห็นภาพได้หมด หรือถ้าเป็นสายท่องเที่ยวเวลาไปดูวัด วัง หรือสถานที่มีสถาปัตยกรรมสวย ๆ ก็ใช้ถ่ายรูปและวิดีโอเก็บภาพมาให้หมด โดยความละเอียดของภาพหรือวิดีโอที่เราถ่ายจะอยู่ที่ 2880×2880 พิกเซล

จากที่ได้ใช้งาน 360Fly เวลาใช้ถ่ายรูปง่ายมาก ๆ คือเราแค่ยื่นกล้องแล้วก็เล็งว่าจะวางภาพให้อะไรอยู่ตรงกลาง แล้วก็กดถ่ายแชะจากบนแอพที่ iPhone หรือ Android ถ้าจะถ่ายรูปแบบไม่ให้ติดตัวเราก็เปลี่ยนจากยื่นมือออกไป เป็นวางไว้บนหัวเราแทนซึ่งตัวเราก็จะเป็นแกนกลางรูปออกมาก็จะไม่เห็นตัวเรา

สำหรับการถ่ายวิดิโอแบบ 360 องศาแนวคิดจะเหมือนกับภาพนิ่งเลยครับ อยากถ่ายวิดีโอตรงไหนก็เอากล้องไปวางไว้กดบันทึกภาพจาก iPhone หรือ Android ก็บันทึกวิดีโอไปเรื่อยเท่านั้นก็ จากที่ทดลองใช้พบว่าถ้ถ่ายวิดีโอไปเดินไป ก็มีการกระเทือนมาก เพราะที่ออกมาก็สั่นพอควรครับ จุดนี้ถ้าจะนำไปถ่ายวิดีโอจริง ๆ แล้วต้องมีจังหวะเคลื่อนตัวไปมาก็ให้ระวังกันด้วย ถ้าจำเป็นต้องมีการเคลื่อนตัวไปมาแนะนำให้หาไม้จับหรือขาตั้งกล้องเล็ก ๆ มาต่อกับกล้อง 360Fly อีกทีเพื่อช่วยให้ภาพสั่นน้อยลงตอนที่ถือกล้อง

หลังจากที่เราถ่ายรูปถ่ายวิดีโอเสร็จ ไฟล์จะอยู่ในกล้องก่อน โดยตัวกล้องมีหน่วยความจำมาให้ 64GB เวลาเราจะใช้ไฟล์ไหนก็จัดการดาวน์โหลดย้ายไฟล์มาไว้ที่โทรศัพทของเราเสียก่อน จากนั้นจะเอาไปอัพโหลดขึ้น Facebook , YouTube ได้ตามต้องการ ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มรองรับไฟล์ภาพและวิดีโอ 360 องศาอยู่แล้ว

สำหรับการอัพโหลดรูปภาพ 360 องศาขึ้น Facebook เราจะต้อง Export รูปจากในแอพ 360FLY มาเก็บในแอพ Photos ของ iPhone/iPad ก่อน จากนั้นเปิดแอพ Facebook เลือกอัพโหลดรูป 360 องศาได้เลย

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งจากที่ได้ทดลองเวลาอัพรูปและวิดีโอ 360 องศาขึ้น Facebook , YouTube คุณภาพของภาพและวิดีโอดรอปลงเมื่อเทียบกับไฟล์จริงที่อยู่ในโทรศัพท์ ความคมชัดความใสของภาพที่เห็นจาก YouTube   เทียบกับไฟล์เดียวกันที่อยู่ใน iPhone พอสังเกตเห็นได้ว่าคมชัดต่างกัน ส่วนถ้ายิ่งเทียบกับไฟล์ที่อัพโหลดขึ้น Facebook ต้องบอกว่า Facebook ลดคุณภาพไฟล์วิดีโอไปเยอะมาก

(สำหรับไฟล์วิดีโอแบบ 360 องศา เบราเซอร์ Safari ของ OS X และ iOS ยังไม่ซับพอร์ทการดูวิดีโอ 360 องศา บนเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้เบราเซอร์ Chrome ในการดูวิดีโอ ส่วนบน iPhone/iPad ต้องดูผ่านแอพ YouTube)

ส่วนการนำไปใช้งานงานวิดีโอประเภทที่ต้องเอามาตัดต่อร่วมกับไฟล์วิดีโออื่น ๆ แอพกลุ่มโปรอย่าง Adobe Premier และ Final Cut Pro สามารถรองรับการใช้งาน จากที่ลองกับ Final Cut Pro X ไฟล์ที่ได้ตอนแรกจะเป็นแบบวงกลมเลยครับ ซึ่งในการตัดต่อไฟล์ 360 องศา เราต้องมีการตั้งค่าเพื่อรองรับไฟล์ประเภทนี้เสียก่อน ซึ่งสุดท้ายปลายทางไฟล์ที่ Export ออกมาจะเป็นไฟล์ปกติที่เป็นภาพจอกว้างที่สามารถหมุนไปมาได้

ข้อสังเกตจากที่ได้ใช้งานกล้อง 360FLY คือแอพยังมีเออเรอร์อยู่บ้างนิดหน่อย เช่น ตอนที่เราเปิดใช้งานแอพไปสักพักแล้วออกจากแอพแล้วเข้าแอพมาใหม่บางทีกว่าแอพจะพรีวิวภาพจากวิดีโอมาให้ก็สักพักใหญ่หรือต้องกดสลับโหมดถ่ายรูปนิ่งกับวิดีโอไปมาถึงจะพรีวิวภาพขึ้นมาให้

ส่วนการเลือการเลือกความละเอียดในการถ่ายวิดีโอจะไม่สามารถปรับได้ คือกล้องมีให้ถ่ายที่ความละเอียด 4K เพียงอย่างเดียว และตอนที่ถ่ายวิดีโอบางครั้งหน้าจอไม่พรีวิวภาพขณะถ่ายวิดีโอขึ้นมาให้

สิ่งที่ผมคาดหวังน้อยสุด แต่ทำได้ดีมากคือไมโครโฟนบนตัวกล้องโดย 360FLY รุ่น 4K มีไมโครโฟน 2 ตัวรับเสียงแบบสเตอริโอ จากที่ได้ลองถือว่ารับเสียงได้ชัดเจนดีทีเดียว

สำหรับแบตเตอรี่ในกล้องชาร์จไฟ 1 ครั้งใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 60 นาทีใช้ถ่ายทั่วไปเป็นระยะ ๆ ได้พอควร แต่ถ้าจะถ่ายวิดีโอต่อเนื่องกับตลอดเวลาคงต้องเตรียมฐานชาร์จกับพาวเวอร์แบงค์ติดมือไปด้วย

ทำไมต้องทำฐานชาร์จแยกออกมาแบบนี้จริง ๆ แล้วเขาก็มีเหตุผลที่ทำเพราะตัวกล้องจะได้ไม่มีช่องใด ๆ ให้น้ำเข้าได้ จุดนี้ทำให้ตัวกล้อง 360FLY กันน้ำกันฝุ่นได้ในระดับ IP67 หรือสามารถลงน้ำได้ในระดับไม่เกิน 1 เมตรระยะเวลาไม่เกิน 30 นาทีได้ด้วย

360FLY จัดเป็นกล้องที่ใช้ถ่ายได้สนุกดี ยิ่งถ้าไปกันหลายคนเวลาถ่ายรูปหรือวิดีโอแบบหลาย ๆ คนก็จะได้ภาพในมุมแปลก ๆ น่าสนใจทีเดียว การนำไปใช้งานต่อหลังถ่ายรูปหรือวิดีโอแบบ 360 องศา อย่างที่ได้บอกไปแล้วถ้าไม่ได้ใช้งานอะไรอัพดโหลดขึ้นได้เลยไม่มีปัญหา ส่วนถ้าต้องการนำไปตัดต่อเพิ่มเติมต้องทำความเข้าใจกับไฟล์วิดีโอทรงกลมแบบนี้ด้วยว่าจะมีวิธีการยืดออกมาให้เป็นปกติอย่างไรก่อนในแต่ละแอพที่ใช้ตัดต่อวิดีโอ

ราคา :

  • 360FLY 4K : 22,990 บาท
  • 360FLY HD : 14,990 บาท


เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

KOAN

ราคา

14,990 - 24,990 บาท

ร้านค้าอื่นๆ ที่จัดจำหน่าย

  • .Life
360 degree camera

kangg

You May Also Like:

Share

Tweet

Email