ลือกันว่า…แอปเปิ้ลกำลังร่วมงานกับผู้ผลิตเลนส์ Carl Zeiss เผื่อผลิตอุปกรณ์ AR

ลือกันว่า…แอปเปิ้ลกำลังร่วมงานกับผู้ผลิตเลนส์ Carl Zeiss เผื่อผลิตอุปกรณ์ AR

มีข่าวลือที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางของแอปเปิ้ลในอนาคตว่าตอนนี้แอปเปิ้ลกำลังทำงานร่วมกับผู้ผลิตเลนส์ Carl Zeiss ทำอุปกรณ์ AR

สำหรับข้อมูลนี้มาจากคนที่อยู่ในแวดวง AR/VR บอกว่าได้ข้อมูลจากคนของ Zeiss เองที่บอกว่าแอปเปิ้ลทำงานร่วมกับ Zeiss จริง คาดว่าจะออกแว่นตา AR ในปีหน้า (2018) โดยแว่นตาดังกล่าวแอปเปิ้ลจะสั่งผลิตชิ้นเลนส์/ชิ้นกระจกแบบบางพิเศษ

ด้าน Carl Zeiss ในวงการถ่ายรูปเป็นที่ทราบกันดีเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพเลนส์อยู่แล้ว ส่วนในแวดวงเกี่ยวกับแว่น AR/VR ก็มีทำชิ้นกระจกให้กับแว่น VR One Plus อยู่แล้ว

ทั้งนี้กระแสด้าน AR หรือ Augmented Reality กับแอปเปิ้ลเป็นที่สนใจเพราะ Tim Cook เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตัวเขาคิดว่า AR มีภาษีดีกว่าระยะยาวเมื่อเทียบกับ VR

ที่มา : appleinsider.com

AR (Augmented Reality) คือ การเสริมภาพหรือวิดีโอเสมือนเข้าไปในภาพหรือวิดีโอจริง ๆ ถ้าให้นึกภาพออกในปัจจุบันก็อย่างเกม Ingress และ Pokemon Go ที่เวลาเราใช้โทรศัพท์เราส่องสถานที่จริงไปมาด้านหลังกล้องเราจะเห็นเป็นภาพจริง และถ้ามีไอเท็มหรือมอนสเตอร์ให้เก็บก็จะเห็นผ่านตรงนี้ไปด้วย หรือหนังสือบางเล่มหรือแอพแนว ๆ แผนที่ที่มีลูกเล่น AR เมื่อเราใช้แอพที่ใช้ร่วมกับหนังสือหรือแอพส่องที่หนังสือหรือส่องไปยังสถานที่นั้น ๆ ก็จะปรากฎวัตถุหรือข้อมูลต่าง ๆ ขึ้นมาก็ได้เหมือนกัน แบบนี้คือส่วนเสริมของภาพหรือวิดีโอเสมือนเข้าไปในภาพจริงอีกที โดยการใช้งานปัจจุบันทำได้ทั้งแบบแบบไม่ต้องใช้การสวมแว่นตาใด ๆ (แบบที่ใช้โทรศัพท์ส่องไปยังวัตถุหรือสถานที่) หรือแบบที่ใช้แว่นตาสวมใส่เพื่อความสมจริง

VR (Virtual Reality) คือ ความจริงเสมือนที่ถูกสร้างขึ้นมา การสร้างวิดีโอจำลองว่าคนที่ใช้ VR เหมือนนั่งในที่นั่งคนขับเครื่องบินไอพ่น โดยการใช้ VR ในปัจจุบันจำเป็นต้องใส่แว่นตาที่มีลักษณ์หน้ามากหน่อยเพื่อวางโทรศัพท์มือถือให้เป็นหน้าจอ หรือแว่นตาดังกล่าวต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเกม ตามที่ยกตัวอย่างว่าเราเข้าไปนั่งในที่นั่งคนขับเครื่องบินไอพ่นเราก็จะเห็นภาพแบบเดียวกับที่นักบินไอพ่น โดยทั่วไป VR ในปัจจุบันจะทำภาพเป็น 360 องศา ซึ่งคนที่สวมแว่นอยู่สามารถหันไปทางไหนก็ได้ โดย VR ในปัจจุบันถูกนำมาใช้กับเกมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหลายเกมที่รองรับแว่น VR ก็จะให้อรรถรสในการเล่นที่ต่างกับการเล่นจากหน้าจอทีวีมากพอสมควร

——–

ตัวผมเองยังไม่อินกับ VR มากนักเพราะต้องพึ่งพาอุปกรณ์อื่นประกอบด้วย (แว่นตา) ซึ่งการใส่แว่นตาเป็นอุปกรณ์เสริมแบบนี้ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาก็เคยมีกับทีวี 3D มาแล้ว ซึ่งสุดท้ายก็ค่อย ๆ ล้มหายตายจากไปไม่เปรี้ยงปร้างอย่างที่โปรโมทกันเพราะคนขี้เกียจมาใส่แว่นเพื่อดูทีวี แต่ทั้งนี้แม้ผมจะไม่อินกับ VR แต่เชื่อว่า VR น่าจะได้รับความนิยมในแวดวงเกมอย่างเดียว เพราะให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจริง ๆ เมื่อเทียบกับการเล่นบนจอทีวีธรรมดาแล้วเรากดปุ่มบังคับ VR ในปัจจุบันคือว่ายังอยู่ในยุคเริ่มต้นคิดว่ายังทำได้ดีกว่านี้อีกมาก

ส่วน AR ภาพรวมมีการใช้งานที่ง่ายกว่า VR แต่ก็ให้ผลลัพธ์และอรรถรสคนละแบบกับ VR ซึ่ง AR จะมีความอันตรายในการใช้งานอยู่มากพอควร เพราะที่เห็น ๆ กันคือเราต้องมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อค้นหาสิ่งต่าง ๆ ในแอพหรือเกม ทำให้เราไม่ได้ทางไม่ได้สังเกต ตรงนี้ก็จะมีความอันตรายกับชีวิตอยู่ไม่มากก็น้อยถ้าเดิน ๆ ไปแล้วไม่สังเกตรถที่วิ่งมาหรือเดินเพลิน ๆ กลายเป็นเดินตกท่อตกถนนก็จะซวยกันไป แต่ทั้งนี้ AR ที่โด่งดังไม่ใช่แค่การส่องอยู่บนโทรศัพท์มือถือ แต่เป็น Google Glass ที่กูเกิ้ลเคยทำออกมาให้เห็นก่อนหน้าเป็นแว่นตาอันไม่ใหญ่มาก มีกล้องถ่ายรูปอยู่ที่ขาแว่น ถือเป็นต้นแบบของแว่น AR ในยุคใหม่ก็ว่าได้

สำหรับ AR นอกจากที่ยกตัวอย่างเกี่ยวกับเกม Ingress และ Pokemon Go ไป แอพขายเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านอย่าง IKEA ก็มีทำ AR ด้วยเหมือนกัน โดยตัวแอพ IKEA เมื่อส่องไปยังมุมที่เราอยากวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ของ IKEA ก็จะมีรูปสามมิติของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นดังกล่าวมาให้เราเห็นจริง ๆ ว่าเมื่อวางอยู่ในบริเวณนั้น ๆ จะเป็นอย่างไร

ทั้ง AR และ VR ส่วนตัวมองว่าน่าจะได้เห็นประโยชน์หรือความสามารถเต็มเม็ดเต็มหน่วยตอนโอลิมปิค 2020 ที่ญี่ปุ่น เช่นใช้ AR ส่องข้อมูลต่าง ๆ สำหรับคนที่ไปดูที่สนามจริง ส่วนคนที่ไม่ได้ไปอยู่ในสถานที่จริงก็ใช้ VR สวมกับหัว แล้วก็กดเลือกที่นั่งในสนาม –> จ่ายเงิน —> ก็จะเหมือนเราอยู่ในบรรยากาศในสนามกีฬาไปด้วยก็เป็นได้



You May Also Like:

Share

Tweet

Email