รีวิว : ลำโพง Harman Kardon – Onyx Studio 3

รีวิว : ลำโพง Harman Kardon – Onyx Studio 3

สำหรับ Harman Kardon – Onyx Studio 3 ตามตัวเลขที่ห้อยท้ายคือมาถึงรุ่นที่ 3 แล้วยังคงลักษณะรูปร่างเป็นลำโพงทรงกลมหน้าแป้น ๆ ดูเก๋ไก๋ดีทีเดียว มาดูกันว่า Onyx Studio 3 มีอะไรน่าสนใจบ้าง

Harman Kardon – Onyx Studio 3 รูปร่างหน้าตาเป็นลำโพงที่ทำมารูปร่างกลมแป้น โดยแผงลำโพงด้านหน้าประกอบด้วยดอกลำโพงถึง 4 ดอกลำโพงด้วยกัน โดยแรงขับลำโพงทำได้สูงสุด 15 วัตต์ ด้านหลังมีช่องขับของซับวูฟเฟอร์มาด้วย ช่วยให้เสียงต่ำที่ออกมาทำได้หนักแน่นมากขึ้น สำหรับทรงลำโพงแบบกลมแป้นของ Onyx Studio 3 หน้าลำโพงจะไม่ได้ตั้งตรงขนาดกับพื้นแบบทั่วไป แต่หน้าลำโพงจะเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยมุมองศาที่หน้าลำโพงเชิดขึ้นทำให้เสียงที่ออกมาจากลำโพงเสียงจะลอย ๆ ข้ามหัวไปนิดหน่อย

ขาตั้งด้านหลังของลำโพงเป็นก้านที่ตายตัวไม่สามารถปรับมุมองศาได้ ความแข็งแรงของขาตั้งแน่นหนาวางไปแล้วเอามือไปโดนหรือะเอามือไปโยกก็ยังยิ่งอยู่ได้ไม่ล้มง่าย ๆ

ด้านปุ่มควบคุมบนลำโพง จะให้ปุ่มหลัก ๆ มาครบถ้วนได้แก่ปุ่มเปิดปิดใช้งาน ปุ่มเชื่อมต่อ Bluetooth ปุ่มกดเล่นเพลงหยุดเพลง โดยการเล่นเพลงร่วมกับอุปกรณ์หลัก ๆ จะเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth หรือถ้าเรามีเครื่องเสียงเก่าก็สามารถต่อผ่านสาย 3.5 มม. ด้านหลังลำโพงได้ด้วยเหมือนกัน

สำหรับพลังงานของลำโพงใช้งานได้ทั้งเสียบไฟบ้านหรือแบตเตอรี่ในตัวลำโพงเองก็ได้เลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม โดยถ้าเราใช้แบตเตอรี่จากลำโพงจะใช้ฟังเพลงได้ต่อเนื่องสูงสุด 5 ชั่วโมง จุดนี้ถ้าเรามีที่ฟังประจำเสียบอะแดปเตอร์ไว้ไม่มีปัญหาอะไร หรือนาน ๆ ทีมีเพื่อนมาบ้านจะจัดปาร์ตี้ย่อม ๆ ก็พอไหวถ้าไม่นานเกินไปยกลำโพงมาตั้งตัวเดียวไม่ต้องถอดอะแดปเตอร์มาก็ได้อยู่

ด้านเสียงของ Onyx Studio 3 ถือว่ากระหึ่มมาก ๆ ด้วยความมีสี่ลำโพงแล้วซับวูฟเฟอร์ทำให้เสียงที่ออกมานั้นเสียงต่ำเสียงเบสจะชัดมากกว่าเสียงอื่น ๆ จุดนี้ถ้าเป็นคนที่ชอบโทนเสียงแบบหนักหน่วงหน่อยน่าจะชอบ ทั้งนี้เสียงต่ำเสียงเบสจาก Onyx Studio 3 ก็ไม่ใช่ว่ากระหึ่มแบบไม่ลืมหูลืมตา เพราะเสียงที่ว่าไม่ได้บวม ๆ กังวาลจนกลบเสียงอื่นไปหมด โดยเสียงกลางเสียงสูงก็ยังคงชัดดี แต่โดยรวมเสียงต่ำคือนำมาก่อน

ทั้งนี้จากที่ได้ลองถ้าเราเกิดเสียงเบามากไปในระดับไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ เสียงจากลำโพงออกมาไม่เต็มเสียง คือเสียงต่ำก็มีมาน้อย ๆ เสียงอื่น ๆ ก็มาแบบจุ๋มจิ๋ม ตรงนี้จากที่ผมลองแนะนำให้เปิดความดังมาสักที่ 40 เปอร์เซ็นต์ให้เสียงดังมากขึ้นเพื่อให้เสียงขับออกมาได้เต็มที่อีกนิดจะเสียงไพเราะกว่า

ด้านความดังของเสียง จากที่ได้ใช้งานต้องบอกว่าถ้าอยู่ในห้องนอน อยู่ในคอนโดห้องไม่ใหญ่มาก นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะหาโอกาสเปิดเสียงให้เกินระดับ 70 หรือ 80 เปอร์เซ็นต์ได้ตอนไหน เพราะเปิดแค่ 50-60 เปอร์เซ็นต์เสียงก็ดังเผื่อไปถึงห้องข้าง ๆ แล้ว ลองเปิดเสียงมาถึงระดับ 80 เปอร์เซ็นต์ยกลำโพงไปตั้งไว้หน้าห้อง คือฟังทั่วไปกันไปหลายสิบห้องเลยทีเดียว โดยรวมความดังกระหึ่มของเสียงจัดว่าสะใจมาก ๆ

นอกจากนั้นผมลองต่อ Onyx Studio 3 กับ Apple TV เอามาใช้ดูหนังใน iTunes Store ใน Netflix ก็ถือว่าโอเคเลย ยกลำโพงมาจากที่ประจำมาวางไว้ที่พื้นหน้าทีวี เสียงต่าง ๆ ตอนดูหนังกระหึ่มดีทีเดียว แม้เสียงจะไม่ได้กังวาลแบบโอบล้อมตัวเราแนว ๆ เซอร์ราวด์ก็ตาม แต่ก็ดีกว่าลำโพงจากทีวีแน่นอน ยิ่งพอวางที่พื้นแล้วเรานั่งดูที่โซฟาเสียงจะลอยมาตรงหน้าเราพอดี ตรงนี้ถือเป็นข้อดีที่หน้าลำโพงทำองศาเชิดขึ้น

โดยรวมสำหรับ Onyx Studio 3 ดีทั้งเรื่องรูปลักษณ์ที่ไม่ได้เป็นแค่ลำโพงสี่เหลี่ยมแบบทั่วไป แล้วก็เสียงที่กระหึ่มเกินตัว ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าคุณต้องการเสียงพลิ้ว ๆ แบบละเอียดยิบ อาจจะต้องมองข้ามไป เพราะ Onyx Studio 3 เสียงต่ำเสียงเบสนำมาก่อน เรื่องแบตเตอรี่ในลำโพงที่ใช้ฟังได้ 5 ชั่วโมงส่วนตัวผมมองว่าไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะลำโพงตัวนี้จัดเป็นลำโพงที่ใช้งานในบ้านอยู่แล้ว ไม่ได้เน้นให้พกพาไปไหนตลอดเวลา ฉะนั้นแม้จะย้ายมุมย้ายที่ฟังเป็นครั้งคราวก็ไม่มีปัญหาอะไรถ้ากรณีแบตเตอรี่ใกล้หมดเราก็ยังไปหยิบอะแดปเตอร์มาต่อกับลำโพงได้อยู่



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด

ราคา

8,990 บาท

ร้านค้าอื่นๆ ที่จัดจำหน่าย

  • iStudio
  • .Life
  • Munkong Gadget
  • Soundcity by Mahajak (เอ็มควอเทียร์)
  • Power Buy
  • Power Mall
Bluetooth Wireless Speaker

kangg

You May Also Like:

ลำโพง Fender – Monterey และ Newport

Fender ในยุคใหม่นอกจากหูฟังที่ออกมาพักใหญ่ ตอนนี้มีลำโพงไร้สายออกมาด้วยเหมือนกันกับรุ่น Monterey และ Newport  ..

รีวิว : ลำโพง JBL – Pulse 3

ผมให้นิยามว่าเป็นลำโพงที่สนุกมาก เพราะไม่ใช่แค่เสียงแต่ลำโพงที่เราสามารถเลือกแสงที่อยู่บนตัวลำโพงได้ตามใจชอบอีกด้วยกับ JBL - Pulse 3  ..

รีวิว : หูฟัง iFrogz – Impulse Wireless

ได้หูฟัง iFrogz - Impulse Wireless มาลองใช้งานพักใหญ่ พบว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ราคาไม่แพงที่ให้เสียงได้โอเคเลยแหละ ..

Share

Tweet

Email