รีวิว : หูฟัง Jabra – Elite Sport

รีวิว : หูฟัง Jabra – Elite Sport

ในไทยวางขายปุ๊บหมดเกลี้ยงปั๊บสำหรับหูฟัง Jabra – Elite Sport จัดเป็นหูฟังที่มีคนรอชมรอซื้อมากรุ่นหนึ่ง เราได้รับมารีวิวลองมาดูกันว่าหูฟังรุ่นนี้เป็นยังไงกันบ้าง

สำหรับหูฟัง Jabra – Elite Sport เป็นหูฟังแบบไร้สายที่ไร้สายจริง ๆ คือหูฟัง 2 ข้างไม่มีสายหูฟังเชื่อมต่อกันใช้การส่งสัญญาณผ่าน Bluetooth ทั้งหมด ตัวหูฟังออกแบบมารองรับการใช้การออกกำลังกายตั้งแต่รูปร่างหน้าตาที่ดูสปอร์ต ๆ มากหน่อย บริเวณจุกยางหูฟังมีฟินไว้ยันที่ใบหูด้านในไม่ให้หูฟังหลุดไปไหนง่าย ๆ ตัวหูฟังรุ่นนี้มีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP67 ที่หมายถึงว่าถ้าหูฟังตกน้ำลึกไม่เกิน 1 เมตรแช่อยู่ในน้ำไม่เกิน 30 นาที หูฟังยังปลอดภัยอยู่ แปลความได้ว่ากันเหงื่อได้ดีมากแถมว่ารับประกันจากเหตุเสียเพราะเหงื่อเข้า 3 ปี จุดนี้ในการใช้งานจริงก็ไม่ใช่ว่าเห็นว่ากันน้ำเลยเอาไปว่ายน้ำซะเลย ตรงนี้ทำแบบนั้นไม่ได้นะครับหูฟังไม่ได้ออกแบบมาให้ลงไปว่ายน้ำได้ นอกจากนั้นหูฟังรุ่นนี้ยังมีเซ็นเซอร์ไว้วัดอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ด้วย จุดนี้เหมือนเป็นการนำจุดเด่นของ Jabra – Sport Pulse มาไว้ใน Jabra – Elite Sport ด้วย และยังมีเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวมาด้วยในหูฟัง

ตัวหูฟัง Jabra – Elite Sport จะมาพร้อมกล่องที่ใช้ทั้งเก็บและชาร์จไฟให้หูฟังไปด้วยในตัว ตัวกล่องเก็บก็จะมีแบตเตอรี่ในตัวอยู่ด้วย บริเวณกล่องก็จะมีช่อง Micro USB ไว้เสียบชาร์จ โดยสเป็คของแบตเตอรี่ของหูฟังชาร์จไฟ 1 ครั้งใช้งานได้ต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง และตัวกล่องสามารถชาร์จไฟได้อีก 2 ครั้งรวมระยะเวลาการใช้งานสูงสุดอยู่ที่ 9 ชั่วโมง

ภาพรวมหน้าตา, คุณสมบัติและกล่องใส่ของหูฟัง Jabra – Elite Sport ตัวหูฟังออกแบบมาทำให้รู้ว่าใช้ออกกำลังกายเป็นหลัก แต่ก็ไม่แปลกถ้าจะเอามาใช้ในวันปกติด้วย คือหน้าตาหูฟังแนว ๆ นี้ก็ไม่ได้แปลกหรือประหลาดอะไร ใส่ได้ทั่วไปไม่เขิน ส่วนคุณสมบัติถือว่าเป็นผู้นำในหูฟังกลุ่มนี้ที่ใส่ฟีเจอร์ด้านออกกำลังกายเยอะมากรุ่นหนึ่ง ส่วนกล่องใส่ที่เป็นที่ชาร์จแบตเตอรี่ในตัวบอกตรง ๆ ตัวผมทดสอบหูฟังแนวนี้เป็นรุ่นที่ 4 แล้วเริ่มชินแล้วกับการที่ต้องพกกล่องเก็บไปด้วย

ด้านการใช้งานของหูฟัง Jabra – Elite Sport เริ่มจากจุกยาง ให้ข้อสังเกตไว้ว่าถ้าใส่แล้วไม่พอดีลองปรับเปลี่ยนขนาดจุกยางดูก่อน ตัวผมเองตอนทดสอบก็ต้องเปลี่ยนจุกยางมาเป็นอันเล็กลง 1 ไซส์ถึงจะใส่แล้วพอดีแบบที่ไม่เจ็บไม่ต้องจับยัดเข้าไปในหู

เรื่องเสียงของหูฟัง Jabra – Elite Sport ถือว่ามีพัฒนาการที่ดีของ Jabra ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาถือว่าเสียงดีขึ้นเรื่อย ๆ เวลาใช้ฟังเพลง โดยเสียงที่ได้จากหูฟัง Jabra – Elite Sport จะติดทุ้มนิด ๆ แต่ไม่ใช่แบบเสียงหนักเสียงเบสมาแน่น ๆ นะครับ เสียงโดยรวมยังไม่โดนเสียงเบสเสียงต่ำกลบไป เสียงเบสเสียงต่ำยังคงทำหน้าที่ได้ดีแม้ไม่ตึ๊บมาก ด้านเสียงกลางเสียงแหลมที่ให้ค่อนข้างเป็นเสียงที่ออกไปทางแข็ง ๆ มากกว่าจะหวาน ๆ ใส ๆ

บริเวณหูฟังด้านนอกจะมีปุ่มกดคำสั่งอยู่ ที่หูฟังด้านซ้ายจะเป็นปุ่มเพิ่มและลดระดับเสียง ถ้ากดปุ่มค้างจะเป็นคำสั่งเล่นเพลงก่อนหน้าหรือเพลงถัดไป ส่วนที่หูฟังด้านขวาจะเป็นปุ่มกดเพื่อเล่นเพลงหยุดเพลง รวมถึงใช้กดรับและวางโทรศัพท์ จุดนี้คือมาครบครับไม่ขาด ไม่เหมือนกับ Apple – AirPod ที่ไม่มีปุ่มอะไรให้กด

ด้านการใช้ออกกำลังกาย เร่ิมที่ฟีเจอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่มีอยู่ในหูฟัง จุดนี้จำเป็นต้องใช้ร่วมกับแอพออกกำลังกาย Jabra Sport หรือแอพที่รองรับ อาทิ Endomodo โดยเรื่องนี้ผมลองวัดเทียบกับ Apple Watch พบว่าให้ผลออกมาตรงกันหรือใกล้เคียงกันมาก ๆ จุดนี้ไม่มีติ

สำหรับเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหวที่มีในหูฟังจะช่วยเรื่องเวลาใช้ออกกำลังกายและใช้แอพ Jabra Sport Life ซึ่งในแอพมีรูปแบบการออกกำลังกายหลายอย่างให้เลือก เช่นเราเลือกการออกกำลังกายเป็นเซ็ทที่มีหลายท่าและมีช่วงพักเบรคในแต่ละท่าด้วย เวลาที่เราขยับตัว ตัวหูฟังจะรับรู้ว่าได้ว่าประมาณนี้คือเรากำลังทำท่าออกกำลังกายอยู่ ถ้ามีจังหวะที่ยืนเหนื่อยอยู่ก็จะรู้ได้ว่าเราทำท่าไม่ครบจำนวนในเซ็ทดังกล่าว เป็นต้น รวมถึงเวลาเราวิ่งออกกำลังกายบนเครื่องวิ่ง ตัวเซ็นเซอร์ก็มีส่วนช่วยให้ระยะทางที่เราวิ่งแม่นยำมากขึ้น จุดนี้ถ้าใครที่วิ่งบนเครื่องวิ่งถ้าเจอเครื่องวิ่งที่สายพานไม่ตึงจะพบว่าระยะทางที่เครื่องวิ่งบอกกับที่เราวิ่งจริงมักจะไม่ตรงกัน ตรงนี้ถ้ามีเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหวที่อุปกรณ์ที่ติดตัวอยู่กับเราก็จะมีส่วนช่วยได้มากในการนับระยะทางจริง ๆ ว่าเราวิ่งไปได้เท่าไหร่กันแน่

ตัวแอพ Jabra Sport Life ผมชอบที่มีให้เลือกว่าจะคุม Heart Rate Zone ตอนวิ่งด้วยหรือไม่ เช่นผมเลือกให้ Heart Rate Zone อยู่ในโซน 3 เวลาวิ่งบนไปเรื่อย ๆ แล้วหัวใจเราเต้นเร็วกว่าโซนที่เลือกไว้ก็จะมีเสียงพูดผ่านหูฟังมาว่าให้วิ่งช้าลงอีกหน่อย หรือในทางกลับกันวิ่งช้าไปก็จะมีเสียงบอกว่าให้วิ่งเร็วขึ้นอีกหน่อย ตรงนี้ถ้าใครชอบฟีเจอร์เรื่องคุมอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายาถือว่า Jabra – Elite Sport ตอบโจทย์ตรงนี้ได้

ข้อมูลสรุปหลังออกกำลังกายเสร็จของแอพ Jabra Sport Life ถือว่าทำได้ดีให้ข้อมูลครบถ้วนดี จุดนี้ถ้าคุณยังไม่มีแอพออกกำลังกายหลักหรือที่ใช้อยู่เดิม ลองดูที่แอพ Jabra Sport Life ก่อนว่าถูกใจรึเปล่า

สำหรับการใช้งานหูฟังสามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบ 2 ข้างพร้อมกันปกติ หรือแบบข้างเดียวก็ได้ เท่าที่ลองในเรื่องนี้พบว่าขณะฟังเพลงแบบใส่ 2 ข้างเวลาถอดหูฟังด้านซ้ายเพลงจะหยุด แต่ถ้าถอดหูฟังด้านขวาเพลงจะไม่หยุด ส่วนถ้าจะใช้คุยโทรศัพท์แบบใส่หูฟังข้างเดียวจำเป็นต้องเป็นหูฟังด้านขวา

เรื่องแบตเตอรี่ขณะได้ใช้จริง จากสเป็คที่บอกว่าชาร์จ 1 ครั้งใช้ได้ 3 ชั่วโมง สำหรับคนที่ออกกำลังกายทั่วไปถือว่าเพียงพอแบบพอดี ๆ แต่ถ้าจะใช้ซ้อมวิ่งไปด้วยฟังเพลงไปด้วยตรงนี้ก็ต้องดูว่าเราวิ่งครั้งหนึ่งใช้เวลาเท่าไหร่ ส่วนการใช้งานทั่วไปในวันปกติตอนแรกก็แบบจะพอเหรอแป๊บ ๆ ก็ 3 ชั่วโมงแล้ว แต่ก็ลืมไปว่ามีบางช่วงที่ผมก็ไม่ได้ฟังต่อเนื่องตลอดเวลา ฟังเพลงเสร็จเก็บใส่กล่องก็เท่ากับชาร์จไฟไปด้วยในตัว พอหยิบมาใช้ใหม่แบตเตอรี่ก็เต็ม 100% เหมือนเดิม รวม ๆ คือถ้าไม่ได้ใช้ฟังเพลงหนักหน่วงมีช่วงจังหวะพักแล้วเก็บหูฟังเข้ากล่องสามารถใช้งานได้เรื่อย ๆ แต่ถ้าฟังเพลงเยอะ ฟังเรื่อย ๆ ตลอดเวลาออกจากบ้านเช้ากลับบ้านอีกทีดึก ๆ ถ้าแบบนี้ต้องมีแบตเตอรี่หมดก่อนบ้างเหมือนกัน

เท่าที่ได้ใช้หูฟัง Jabra – Elite Sport จัดว่าเป็นหูฟังออกกำลังกายที่ทรงเครื่องมากมีฟีเจอร์ล้ำ ๆ มาครบในหูฟัง อย่างวัดอัตราการเต้นของหัวใจ Jabra ก็ใส่มาให้หูฟังก่อนใคร แต่พอทำล้ำมาก ๆ ก็ต้องยอมรับว่าราคาก็ล้ำด้วยเหมือนกัน ราคาของ Jabra – Elite Sport ไม่ถูกครับเมื่อเทียบกับหูฟังกลุ่มเดียวกันยี่ห้ออื่น ตรงนี้ต้องชั่งใจชั่งน้ำหนักกันดี ๆ ว่าฟีเจอร์เหล่านี้เราต้องการมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่ใช่ว่าจ่ายราคาสูงแล้วไม่ได้ใช้ ถ้าได้ใช้ก็คุ้มมากครับ แต่ถ้าไม่ได้ใช้เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าซื้อมาร้อยใช้แค่สิบ



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

RTB Technology

ราคา

9,700 บาท

ร้านค้าอื่นๆ ที่จัดจำหน่าย

  • iStudio
Bluetooth Headphones

kangg

You May Also Like:

รีวิว : ลำโพง RIZZ – Summer BeatOut

สำหรับ RIZZ - Summer BeatOut เป็นลำโพงราคาไม่ถึง 500 บาทที่ทำได้ทั้งการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth หรือจะเสียบ Micro SD Card เข้าไป หรือจะเสียบ ThumbDrive เข้าไปเพื่อฟังเพลงได้เหมือนกัน ครบขนาดนี้ลองมาดูกันว่า ลำโพง RIZZ - Summer BeatOut เป็นยังไงกันบ้าง ..

รีวิว : ลำโพง Harman Kardon – Onyx mini

สำหรับ Harman Kardon - Onyx mini เป็นรุ่น Onyx Studio ย่อส่วน หน้าตาดีไซน์เหมือนรุ่นใหญ่เป๊ะ ลองมาดูกันว่า Harman Kardon - Onyx mini เป็นอย่างไร ..

รีวิว : ลำโพง Harman Kardon – Onyx Studio 3

สำหรับ Harman Kardon - Onyx Studio 3 ตามตัวเลขที่ห้อยท้ายคือมาถึงรุ่นที่ 3 แล้วยังคงลักษณะรูปร่างเป็นลำโพงทรงกลมหน้าแป้น ๆ ดูเก๋ไก๋ดีทีเดียว มาดูกันว่า Onyx Studio 3 มีอะไรน่าสนใจบ้าง ..

Share

Tweet

Email