บรรยากาศต่อแถว Apple Store ที่สิงคโปร์ สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บรรยากาศต่อแถว Apple Store ที่สิงคโปร์ สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เป็นครั้งที่สองที่ได้ไปต่อแถวข้ามคืนรอเปิด Apple Store ในวันแรก โดยครั้งนี้เป็น Apple Store สาขาแรกในสิงคโปร์และเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

Apple Store ที่สิงคโปร์มีข่าวมาตั้งแต่ปีก่อนว่าจะเปิดช่วงปลายปี 2016 จนแล้วจนรอดก็เพิ่งได้มาเปิดเมื่อ 27 พ.ค. 2017 ที่ผ่านมา สาขาแรกในสิงโปร์ถือสาขาที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน เพราะเป็นช่วงที่แอปเปิ้ลกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านหลายสาขาทั่วโลกอยู่พอดี ซึ่งพอเป็นสาขาใหม่ที่เพิ่งเปิดก็เลยกลายเป็นสาขาที่มีคอนเซ็ปท์ไปโดยปริยายแบบไม่ต้องมาปรับปรุงภายหลัง

ไปถึงวันศุกร์ที่ 26 ก็จ้ำอ้าวไปดูหน้าร้านก่อนเลยว่าเป็นยังไง เห็นจากในเว็บมาแล้วประมาณหนึ่ง พอมาเห็นด้วยตาตัวเองก็ยังทำให้ใจเต้นได้อยู่เหมือนกัน ไม่ได้เฉย ๆ ว่าแบบเห็นจากรูปมาแล้วไม่ตื่นเต้นแล้วนะ

วันศุกร์ช่วงเย็น ๆ ที่ร้านมีรอบ VVIP ให้คนที่ได้รับบัตรเชิญเข้าร้านไปก่อน ซึ่งก่อนหน้านั้นแอปเปิ้ลเชิญสื่อบางส่วนเข้าไปถ่ายข้างในร้านมาบ้างแล้ว

ความรู้สึกแรกที่เห็นร้านแบบเต็ม ๆ ในวันศุกร์คือ เห้ย..สวยเว้ย ตัวร้าน Apple Store สาขาถนน Orchard ทำเป็น 2 ชั้น แรกสุดที่เห็นรูปจากในเว็บต่าง ๆ ก็ว่าใหญ่มากแล้ว พอไปเห็นร้านจริง ๆ ใหญ่กว่าที่คิดไว้เยอะเลย ตัวร้าน 2 ชั้นก็จริง แต่เทียบจากร้านอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ กัน กลายเป็นว่า Apple Store มีความสูงประมาณ 3-4 ชั้นของร้านค้าอื่นของตึกละแวกเดียวกัน กระจกหน้าร้านสูงเกือบ 40 เมตร พื้นที่ภายในร้านใหญ่มาก ๆ พื้นที่ชั้นล่างสามารถวางโต๊ะตัวใหญ่ ๆ พร้อมโชว์สินค้าแอปเปิ้ลได้ทุกอย่าง มีโต๊ะใหญ่ ๆ อยู่ที่ชั้น 1 ราว ๆ 10 ตัวได้

ช่วงใกล้ค่ำมีคนมาต่อแถวก่อนจำนวน 1 คนถ้วน ตอนแรกก็ไม่รู้จนเดินเข้าไปถามก็เลยรู้ว่ามาต่อแถว ซึ่งเขาเป็นคนแรกที่มาครับ พอเห็นว่ามีคนมาต่อแถวแล้วช่วงค่ำ ๆ หลังกินข้าวเสร็จ 3 หนุ่มจากไทยและลาวก็พากันจัดแจงซื้อน้ำซื้อขนมเตรียมตัวนอนหน้าร้าน Apple Store เรียกว่าเสบียงจัดเต็มมาก ๆ อยู่กันยาว ๆ ได้ถึงเช้าแน่นอน เพราะตัวผมเองเคยมีประสบการณ์นอนรอที่ Apple Store , IFC ที่ฮ่องกงมาแล้ว คราวนี้รู้แล้วว่าน้ำกับขนมสำคัญมาก แล้วก็ปลั๊กไฟ พาวเวอร์แบงค์ก็สำคัญไม่แพ้กัน

แต่สิ่งที่เราไม่รู้เกี่ยวกับสิงคโปร์คือประเทศนี้เขาอนุญาตให้นอนเรียงรายกันหน้าถนนหน้าทางเท้าแบบนี้รึเปล่า นั้นเป็นสิ่งที่ได้คุยกับเพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันไว้ว่าถ้าแผนแรกคือนอนหน้าร้านไม่ได้ แผนสองคือเรานอนที่โรงแรม (โรงแรมอยู่ด้านหลัง Apple Store ห่างกันสัก 100-200 ก้าว) แล้วจะลงมาตอนเช้ามืด ตรงนี้ก็เลยเกรง ๆ กันอยู่เหมือนกัน

แต่ไม่เป็นไรใจสู้มีคนต่อแถวอยู่ ถ้าโดนก็โดนด้วยกันละว้า ไปถึงหน้าร้านอีกทีตอนสองทุ่มเกือบสามทุ่มก็เริ่มีคนมาต่อแถวเพิ่มขึ้นอีกสัก 5-6 คน เรียกว่าถ้านับเรียงคนกลุ่มเราน่าจะอยู่ไม่เกินคนที่ 10 จากนั้นก็มีคนทยอยมาอีกเล็กน้อย

งก ๆ เงิน ๆ กันแป๊บนึงยืน ๆ นั่ง ๆ รอไปสักพักก็เริ่มมีคนที่มีหน้าที่ดูแลแฟนคลับมาพูดคุยแรกสุดที่เขาบอกก็ประมาณว่าไม่ให้ต่อแถวนะ กลับบ้านไปเถอะ เดี๋ยวค่อยมาตอนเช้าก็ได้นะ

พูดแบบนี้มาปุ๊บก็มีคนสิงคโปร์บางส่วนกลับเหมือนกัน แต่พวกแฟนคลับแอปเปิ้ลเดนตายที่เหลือยังคงนั่ง ๆ นอน ๆ หน้าร้าน ส่วนตัวผมคิดว่าคนที่มาคุยเขาก็รู้แหละว่าพวกนี้ไม่กลับหรอกครับ เหมือนเป็นธรรมเนียมของแฟนคลับทั่วโลกที่เวลาเปิดสาขาใหม่จะมีคนมารอ แล้วครั้งนี้เป็นสาขาแรกของประเทศด้วย มีคนมาต่อแถวนอนรอข้ามคืนแน่นอน

ประมาณ 5 ทุ่มมีรถบรรทุก 2 คันมาจอดหน้าร้าน มีราวเหล็กมา เป็นสัญญาณให้เรา ๆ ที่ต่อแถวกันอยู่รู้แล้วว่าเดี๋ยวคงมีการวางอุปกรณ์เหล่านี้ที่หน้าร้าน คำถามคือเราจะไปอยู่ตรงไหนต่อ สักพักเจ้าหน้าที่คนเดิมก็มาคุยอีกรอบ ครั้งนี้มาแบบอธิบายยาวเหยียดว่าต่อแถวหน้าร้านไม่ได้แล้วนะ เพราะเดี๋ยวเราจะมีการวางอุปกรณ์หน้าร้าน แต่เราจะพาพวกคุณไปเก็บตัวบนโรงแรมด้านหลัง Apple Store

บรรยากาศในห้องที่ขึ้นไปก็เป็นห้องโล่ง ๆ ทีมงานเตรียมปลั๊กไว้ให้เผื่อใครจะชาร์จไฟ ตรงนี้เหมือนเป็นธรรมเนียมที่แอปเปิ้ลรู้อยู่แล้วว่าต้องเตรียมไว้ให้แฟน ๆ ที่มารอค้างคืนแบบนี้ จากนั้นต่างคนก็ต่างแยกไปนั่งไปนอนคนละที่ พอใกล้ ๆ เจ็ดโมงเช้าทีมงานก็มาชี้แจงว่าเดี๋ยวเราจะลงไปเข้าแถวหน้าร้านกันแล้วนะ แต่เข้าแถวตอนเช้าจะออกจากแถวไม่ได้แล้วฉะนั้นใครจะไปห้องน้ำก็รีบไปด่วนเลย เพราะเป็นรอบสุดท้ายแล้ว หลังจากนั้นยืนกันยาว ๆ ถึง 10 โมงเวลาเปิดร้าน

ช่วงลงไปต่อแถวหน้าร้านนับ ๆ ดูมีสัก 50-60 คนได้ ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับที่เคยไปนอนรอที่ฮ่องกงเมื่อปี 2011 อาจจะด้วยธรรมเนียมในแต่ละประเทศต่างกัน ทำให้ที่สิงคโปร์ช่วงต้น ๆ ของการต่อแถวมีคนมาน้อยมาก ถ้านับย้อนไปเมื่อคืนที่ขึ้นไปบนโรงแรมมันกันสัก 30-40 คนเท่านั้น แล้วค่อย ๆ ทยอยมากันช่วงตีสี่ตีห้ามาสิบกว่าคน

พอใกล้ ๆ 10 โมงเช้าก็มีคนทยอยมาเพิ่มมากขึ้นจนเป็นหลายร้อยคน ถึงตรงนี้ค่อยดูคึกคักขึ้นมาหน่อย แต่บรรยากาศต่อแถวที่สิงคโปร์ก็ยังไม่คึกคักเหมือนที่ฮ่องกงอยู่ดี เปรียบเทียบแล้วที่ฮ่องกงจะคึกคักมากกว่า มีการพูดคุยทักทายกันไปมามากกว่าที่สิงคโปร์หน่อยหนึ่ง

ช่วงแปดโมงกว่า ๆ จะมีทีมงาน Photo ถือ iPad มาคนละเครื่องแล้วเข้าประกบคนที่ต่อแถวให้ ถ่ายรูปเรา แล้วให้เราดูเอกสารว่าแอปเปิ้ลอาจจะถ่ายรูปเราและนำไปใช้ทางการค้าให้เราเซ็นชื่อยินยอมในเอกสารบน iPad ตรงนี้ก็เหมือนกับที่ฮ่องกง และคิดว่าเหมือนกันทั่วโลกเวลามีต่อแถวอะไรแบบนี้ของแอปเปิ้ลนะครับ

หนึ่งในไฮไลท์เวลาต่อแถวคือคนที่มีเสื้อเกี่ยวกับแอเปิ้ลก็จะใส่มาอวดกันด้วย ที่สิงคโปร์ก็มีคนใส่เสื้อแอปเปิ้ลหลากหลายอยู่เหมือนกัน ทั้งเสื้อแอปเปิ้ลรุ่นเก่า ๆ ตั้งแต่สมัย iMac รุ่นแรกมาถึงเสื้อใหม่ ๆ อย่างเสื้อที่เป็นคลื่นเสียงของ Siri ที่ต้องไปซื้อที่ Apple Company Store เท่านั้นที่อื่นไม่มีขาย เป็นต้น แต่ภาพรวมของเสื้อที่ใส่มาอวดกันก็ยังน้อยกว่าที่ฮ่องกงอยู่มาก

ใกล้ ๆ  10 โมงก็จะเป็นช่วงพนักงานร่วมสองร้อยคนที่รออยู่ในร้านเริ่มออกมานอกร้านมาทักทาย มาร้องเพลงต่าง ๆ ตรงนี้ก็สนุกดี คนเริ่มคึกคักมากขึ้น คือเหนื่อยก็เหนื่อย ง่วงก็ง่วง แต่ก็ต้องคึกคักด้วย ฮ่าๆ เริ่มมีคนมาถ่ายรูป มีนักข่าวมาสัมภาษณ์คนที่มาต่อคิวคนแรก (บินมาจากจีน) พอเข้าช่วงนับถอยหลัง 10 วินาทีสุดท้ายก็เริ่มตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน พอลงท้าย 3-2-1 ก็ค่อย ๆ ทยอยเข้าไปในร้านเจอ Angela Ahrendts (Apple’s Senior Vice President of Retail) มาร่วมอยู่ในแถวรอต้อนรับด้วย คนที่เห็นหน้าแล้วนึกออกว่าเธอคือใครก็อยากไปตีมือกับ Angela Ahrendts ทุกคน (ไม่รู้เจ็บมือบ้างมั้ย)

Angela Ahrendts ด้วยความเป็นผู้บริหารระดับสูงของแอปเปิ้ลคนก็ไปขอถ่ายรูปกันเพียบ ตั้งแต่ชั้น 1 จนขึ้นไปชั้น 2 คนรุมถ่ายรูปทุกอิริยาบท ผมเองก็เป็นหนึ่งที่เข้าไปถ่ายรูป Angela Ahrendts รัว ๆ ได้มาหลายรูปเหมือนกัน แล้วก็ไปขอเซลฟี่มาด้วย ^_^

บรรยากาศในร้านตอนที่เข้ามาทีแรกพอพ้นแถวต้อนรับก็จะมีแจกเสื้อที่ระลึกประจำสาขาให้ด้วย เป็นสิ่งที่ทุกคนที่รอต่อแถวต่างอยากได้มากที่สุด เสื้อของ Apple Store, Orchard Road เป็นเสื้อสีเทา พร้อมสัญลักษณ์ แอปเปิ้ล + หัวใจ + จุดแดง หมายถึง Apple Love Singapore ด้านหลังเสื้อมีสกรีนตัวหนังสือสีแดง Apple Orchard Road ซึ่งเสื้อที่ระลึกก็จะต่างกันไปตามแต่ละสาขา อย่างของสาขาแรกที่ฮ่องกงเป็นเสื้อสีแดงพร้อมตัวหนังสือภาษาจีนสีขาว แต่เสื้อที่ระลึกสีประจำจะเป็นสีดำตัวหนังสือสีขาว พอสาขาไหนมีเสื้อสีแปลก ๆ ที่ไม่ใช่สีดำก็จะรู้สึกพิเศษกว่าอีกหน่อยนึง นอกจากนั้นก็มีสติ๊กเกอร์ แอปเปิ้ล + หัวใจ + จุดแดง มาให้ด้วย

Apple Store โฉมใหม่

Apple Store, Orchard Road ถือเป็นสาขาที่เป็นโฉมใหม่ มีการปลูกต้นไม้อยู่ในร้านด้วย โดยต้นไม้ที่แอปเปิ้ลเลือกปลูกก็จะเป็นพันธุ์เดียวกันกับสาขาอื่น ๆ ที่เริ่มมีต้นไม้เข้าไปปลูก

รูปแบบ Apple Store โฉมใหม่เป็นเรื่องของการตกแต่งการดีไซน์ภายในมากกว่า ส่วนรูปแบบภายนอกของร้านยังคงเน้นใช้กระจกเพื่อให้สามารถมองจากข้างนอกเข้ามาได้แบบชัด ๆ โดยกระจกหน้าร้านสูงราว ๆ 36 เมตร ความหนาของกระจกบางส่วนเป็นกระจกหนาสี่แผ่นประกบกันความหนารวมเท่าที่คะเนด้วยสายตาน่าจะหนาอยู่ราว ๆ 10 เซนติเมตรได้อยู่ครับ

ร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น โดยชั้น 1 จะเป็นโต๊ะวางสิ้นค้าต่าง ๆ ให้ได้ลองเล่น ลองสัมผัสกันแบบหน่ำใจ อยากจะลองเครื่องรุ่นไหนมีให้ลองหมด อยากจะดู Apple Watch สายแบบไหนมีให้ลองหมด โดยทุกโต๊ะที่เห็นอยู่ในร้านที่ปลายโต๊ะเป็นมีลิ้นชักเก็บเงินอยู่ด้วย เรียกว่าทุกโต๊ะเป็นแคชเชียร์ได้หมด ซึ่งถ้าเราหันไปมองรอบ ๆ จะไม่เห็นมีจุดจ่ายเงินเป็นเรื่องเป็นราวครับ เพราะพนักงานทุกคนสามารถทำหน้าที่คิดเงินให้เราได้ทันที พนักงานทุกคนจะมีเครื่องคิดเงินเหน็บติดตัวกันหมด

เครื่องคิดเงินแบบพกพาที่ว่าด้านหนึ่งเป็น iPhone 6 ด้านนี้จะมีแอพที่แอปเปิ้ลทำขึ้นมาเองไว้ให้คิดเงิน (อ่านไม่ทันว่าแอปชื่ออะไร) เริ่มตั้งแต่กดเข้าแอพ สามารถหาข้อมูลของสต็อกสินค้าที่อยู่หลังร้านผ่านแอพได้ สามารถสแกนบาร์โค้ดสินค้าตอนจะคิดเงินได้ (ที่ปลายเครื่องมีตัวยิงแสงเพื่อสแกนบาร์โค้ด)  พลิกมากอีกด้านจะเป็นเครื่องรูดบัตร จากนั้นพนักงานก็จะถามว่าเราจะเอาใบเสร็จแบบไหน มีให้เลือกทั้ง อีเมล , กระดาษ, อีเมล+กระดาษ

ตรงนี้ต้องบอกกันไว้เล็กน้อยสำหรับคนที่ไม่เคย เผื่ออยากลองประมาณว่าขอใบเสร็จเป็นอีเมล กรณีนี้จะทำเคลม GST (เหมือน Vat บ้านเรา) ที่สนามบินไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ ๆ สนามบินเขาต้องการหลักฐานที่เป็นกระดาษใบเสร็จ ไม่สามารถใช้ใบเสร็จจากอีเมลได้นะครับ พอดีตอนขากลับที่สนามบินเห็นคนที่ต่อแถวข้างหน้าหิวถุง MacBook Pro โชว์ใบเสร็จในอีเมลจะทำเคลม GST เจ้าหน้าที่ส่ายหัวอย่างเดียวบอกว่าขอเป็นใบเสร็จกระดาษมายืนยันนะยู อีเมลใช้บ่ได้

เรื่องเครื่องคิดเงินพกพาจริง ๆ ก็เคยเห็นตั้งแต่ตอน Apple Store ที่ฮ่องกงแล้วละครับ แต่ตอนนี้มันไฉไลขึ้น นอกจากรองรับบัตรเครดิต/เดบิต แน่นอนว่าเครื่องที่ว่านี้รองรับการจ่ายเงินด้วย Apple Pay ด้วย สองวันแรกที่เปิดร้านเท่าที่เห็นยังไม่เห็นมีใครจ่ายเงินด้วย Apple Pay เลย ฮ่าๆ

สำหรับร้านชั้น 2 เป็นส่วนผสมระหว่างคอนเซ็ปท์ใหม่ที่มีพื้นที่โล่ง ๆ ไว้ทำกิจกรรมที่มีการรวมคนเยอ ๆ กับมีโต๊ะเทรนนิ่ง ซึ่งโต๊ะเทรนนิ่งก็จะมีสอนการใช้งานอุปกรณ์หรือซอฟท์แวร์ของแอปเปิ้ล จุดนี้ก็จะเหมือนเวลาเราเข้า iStudio แล้วบางทีเราเข้าไปก็จะเจอว่ามีการสอนใช้งานอุปกรณ์หรือซอฟท์แวร์ของแอปเปิ้ลอยู่ในร้านครับ ที่ Apple Store ก็แบบเดียวกัน เพียงแต่มีโต๊ะเทรนนิ่งอยู่ 5-6 โต๊ะบนพื้นที่ชั้น 2 รอบ โดยโต๊ะเทรนนิ่งทุกตัวจะมีลูกเล่นที่เราเคยเห็นจากวิดีโอที่เอามือลูบ ๆ ด้านข้างแล้วมีปลั๊กโผล่ขึ้นมา พอมาลองเองก็เห้ย..แจ๋ว ใครไปใครมาก็ต้องเอามือมาลองดูครับ บ้างก็ปาดมือลอย ๆ ตัวปลั๊กก็ไม่พลิกมาให้ บ้างก็ปาดมือลอยก็แล้ว ปาดด้านหน้าก็แล้วก็ไม่ได้ออกแนวโมโหทุบโต๊ะเลยก็มี ซึ่งจริง ๆ แล้วมันมีทริกอยู่นิดเดียวเอง

ส่วนตรงกลางที่เป็นพื้นที่ว่าง ๆ มีเก้าอี้ไม้เล็ก ๆ ให้นั่งหลายสิบตัว มีจอขนาดใหญ่มาก ๆ อยู่กลางร้าน บริเวณนี้เอาไว้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่แอปเปิ้ลเพิ่งเปิดตัวทั่วโลกในชื่อ Today at Apple อย่างวันเปิดร้านวันแรกช่วงเย็นก็จะมีการเชิญศิลปินของสิงคโปร์คุณ Sezairi มาร้องเพลง คนดูแน่นชั้น 2 เลยทีเดียว หรืออย่างวันอาทิตย์ช่วงสาย ๆ มีกิจกรรม Photo Walk ด้วย iPhone ก็นัดหมายกันที่ชั้น 2 ก่อนจะออกไปเดินถ่ายรูปแนวสตรีทข้างนอกแล้วก็ค่อยกลับมาที่ร้าน

พื้นที่ชั้น 2 ของร้านพอบอกได้กลาย ๆ ว่าร้านของแอปเปิ้ลยุคใหม่ไม่ได้เน้นขายสิ้นค้าแล้ว เพราะสินค้าก็ขายได้อยู่แล้วไม่ต้องเชียร์คนก็เข้ามาซื้อที่ชั้น 1 เอง แต่ภาพรวมของ Apple Store ยุคใหม่แอปเปิ้ลน่าจะอยากให้ผู้คนไม่ว่าจะใครก็ได้มาใช้เวลาอยู่ในร้านตัวเองให้นานขึ้น มาทำกิจกรรม นัดเพื่อน มานั่งใช้ Wi-Fi ให้มากขึ้นนานขึ้น ในร้านเองก็พยามหากิจกรรมต่าง ๆ มาดึงดูดเพื่อให้คนมาใช้เวลาอยู่ในร้านบริเวณชั้น 2 กันให้มาก ๆ ตรงนี้ถือเป็นงานหนักของทีมงาน Apple Store ทั่วโลกที่ต้องหากิจกรรมมาเพื่อตอบรับกับ Today at Apple ที่แอปเปิ้ลทำขึ้นมา

แล้วแบบนี้คอนเซ็ปท์ Today at Apple จะถูกถ่ายทอดมาถึง iStudio ในบ้านเราด้วยหรือไม่ เบื้องต้นจากที่ไปเห็นที่สิงคโปร์คิดว่าคอนเซ็ปท์นี้น่าจะยังไม่มาถึง iStudio ด้วยว่าแอปเปิ้ลน่าจะอยากให้คอนเซ็ปท์ดังกล่าวอยู่ใน Apple Store เองแต่เพียงผู้เดียว กับสองคือกิจกรรม Today at Apple ต้องการพื้นที่ให้คนมาร่วมงานมากพอสมควร ตรงนี้น่าจะเป็นปัญหาของร้าน iStudio และร้านตัวแทนจำหน่ายแบบเดียวกันทั่วโลกที่ไม่มีพื้นที่เหลือไว้จัดกิจกรรมใหญ่ ๆ ได้ และยังต้องหากิจกรรมที่น่าสนใจพอจะดึงคนเข้าร้านได้มาหมุนเวียนทุกอาทิตย์ ถือว่าเป็นการบ้านที่ยากไม่น้อย

ความประทับใจที่ไปค้างคืนก่อนเปิดร้านวันแรกของ Apple Store, Orchard Road ส่วนตัวประทับใจตัวร้านดีครับ แต่เพื่อน ๆ ชาวสิงคโปร์อย่างที่บอกไปแล้วว่าไม่ค่อยคึกคักกันไม่ค่อยเล่นกันมากนักถ้าเทียบกับบรรยากาศสาขาแรกของฮ่องกงที่ IFC Mall แต่รวม ๆ แล้วสนุกดีครับ ตัวร้านคอนเซ็ปท์ใหม่น่าประทับใจดี ใครมีโอกาสลองไปเดินเล่น ไม่ต้องซื้อของก็ได้

สำหรับกิจกรรม Today at Apple เพื่อใครที่มีโอกาสได้ไป Apple Store ถ้าต้องการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ สามารถดูรายละเอียดของกิจกรรมของแต่ละสาขาได้ที่หน้าเว็บ อย่างกิจกรรมของ Apple Store, Orchard Road สามารถดูได้ที่ apple.com/sg/today ดูเสร็จก็ต้องทำการกดจองเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจากหน้าเว็บเลยนะครับ บางกิจกรรมเต็มเร็วมาก

เจอกันที่ Apple Store สาขาต่อไปครับ :)



You May Also Like:

Apple Store สาขาแรกในสิงคโปร์เปิดวันเสาร์ที่ 27 พ.ค.

แอปเปิ้ลเพิ่งประกาศเป็นทางการว่า Apple Store สาขาแรกในสิงคโปร์เปิดวันเสาร์ที่ 27 พ.ค. ..

Apple Pay เปิดบริการในประเทศไต้หวัน

เป็นประเทศที่ 5 ในเอเชียสำหรับไต้หวันที่แอปเปิ้ลเพิ่งเปิดบริการจ่ายเงินผ่านระบบ Apple Pay เบื้องต้นรองรับบัตรพลาสติกจาก 7 ธนาคารในไต้หวัน ..

แอปเปิ้ลเตรียมเปิด Apple Store สิงคโปร์เดือน พ.ย. ปีนี้ ส่วนปีหน้าที่ไต้หวัน และถัดจากนั้นจะเปิดที่ไทย

แอปเปิ้ลกำลังสร้าง Apple Store ที่สิงคโปร์ มีกำหนดเปิดตัวช่วงเดือน พ.ย. ปีนี้ ถัดจากนั้นจะเป็นที่ไต้หวัน และไทยเป็นลำดับถัดไป ..

Share

Tweet

Email