แอปเปิ้ลเปิดตัว iPad Pro ขนาดหน้าจอ 10.5 นิ้ว, ซีพียู A10x 6-Core

แอปเปิ้ลเปิดตัว iPad Pro ขนาดหน้าจอ 10.5 นิ้ว, ซีพียู A10x 6-Core

นอกจาก iOS 11 ที่แอปเปิ้ลเผยให้ดูแล้ว ยังมีการเปิดตัว iPad Pro รุ่นใหม่ขนาดหน้าจอ 10.5 นิ้วภายใต้ขนาดเครื่องเท่ารุ่นเดิม 9.7 นิ้วอีกด้วย ราคาเริ่มต้นที่ 24,500 บาท

ไม่ผิดไปจากที่ลือ ๆ เก็ง ๆ กันไว้สำหรับ iPad Pro รุ่นหน้าจอ 10.5 นิ้ว ตัวเครื่องถ้าไม่บอกว่าเป็นรุ่นใหม่ดูเผิน ๆ มองไม่ออกเลยเพราะขนาดตัวเครื่องเท่า ๆ กับรุ่นเดิม 9.7 นิ้ว นอกจากรุ่นหน้าจอ 10.5 นิ้ว แอปเปิ้ลก็ยังคงรุ่นหน้าจอ 12.9 นิ้วไว้ด้วยเหมือนเดิมไม่ได้หายไปไหน

สเป็คเครื่อง iPad Pro รุ่นใหม่ต้องบอกว่าแรงขึ้นไปอีก คือจริง ๆ รุ่นเดิมที่ใช้อยู่ก็แรงอยู่แล้วนะ พอรุ่นใหม่มาแรงขึ้นไปได้อีก โดยใช้ซีพียู A10X แบบ 6-Core ตรงจุดนี้จะทำงานเหมือน ๆ A10 ใน iPhone 7 ที่เป็น 4-Core ไม่ได้ทำงานพร้อมกันทุกคอร์

การทำงานจะแบ่งเป็น 3 คอร์ที่วิ่งแรงและอีก 3 คอร์วิ่งเบา ๆ ตอนที่ไม่ได้ใช้งานหนักหน่วงอะไร ซึ่งระบบจะทำการสลับไปมาให้เอง ส่วนหนึ่งเพื่อประหยัดพลังงานในช่วงที่เครื่องไม่ได้ใช้งานหนักอะไร

สำหรับแรมในตัวเครื่องยังไม่ทราบว่ามีเท่าไหร่ จุดนี้ต้องรอเครื่องวางเครื่องและมีเว็บลองแกะภายในมาดูถึงจะทราบ โดยปัจจุบันรุ่นหน้าจอ 12.9 นิ้วจะมีแรมมากกว่ารุ่น 9.7 นิ้ว (4GB กับ 2GB) ต้องรอดูว่า iPad Pro รุ่นใหม่ทั้งสองขนาดหน้าจอจะมีแรมมาให้รุ่นละเท่าไหร่

กล้องของ iPad Pro รุ่นใหม่แอปเปิ้ลทำมาเทียบเท่า iPhone 7 เลยทีเดียว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่าความสว่างรูรับแสง F1.8 ถ่ายในที่แสงน้อยสลัว ๆ ได้ดีมากขึ้น กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล F2.2 ถือว่าเป็นสเป็คกล้องที่ดีสำหรับเครื่องแท็บเล็ตในปัจจุบัน

ที่บอกไปว่ารุ่นหน้าจอ 10.5 นิ้วมีขนาดเท่า ๆ รุ่นเดิม9.7 นิ้ว แอปเปิ้ลใช้วิธีขยายขอบหน้าจอออกมาอีกหน่อย ซึ่งพอดูตัวเครื่องจริง ๆ ขอบเครื่องด้านข้างถึงขอบหน้าจอจะมีพื้นที่เล็กลงไปอีกนิด ความสูงตัวเครื่องรุ่นใหม่สูงกว่าเดิม 1.6 เซนติเมตร กว้างกว่าเดิม 0.5 เซนติเมตร ไม่เอาเครื่องรุ่นใหม่รุ่นเก่ามาวางซ้อนกันแยกไม่ออกแน่นอน

ปุ่ม Home ที่เป็นที่สแกนลายนิ้วมือของ iPad Pro รุ่นใหม่แอปเปิ้ลยังไม่ได้ปรับมาใช้แบบเดียวกับ iPhone 7 ยังคงเป็นปุ่มจริง ๆ ที่กดแล้วยุบตัวลงไปตามปกติ สำหรับภายนอกในจุดอื่น ๆ ของตัวเครื่องก็ยังคงเดิม ลำโพง 4 ลำโพงรอบตัวเครื่อง น้ำหนักเท่า ๆ เดิม ไม่ได้เปลี่ยนอะไร

iPad Pro รุ่นใหม่ เป็นครั้งแรกของอุปกรณ์กลุ่ม iOS ที่รองรับการชาร์จแบบเร็ว (Fast Charging) ได้ด้วยผ่านสาย USB-C to Lightning Cable (ราคา 890-1,300 บาท) ส่วนอแดปเตอร์ USB-C แอปเปิ้ลไม่ได้บอกชัดเจนว่าแนะนำเป็นรุ่นไหนสำหรับ iPad Pro เพราะตอนนี้แอปเปิ้ลมีทั้งรุ่นจ่ายไฟ 29, 61 และ 85 วัตต์ (ราคา 1,700 / 2,500 / 2,800 บาท ตามลำดับ)

โดยในรายละเอียดของอะแดปเตอร์ USB-C ทุกรุ่นบอกว่ารองรับการชาร์จอุปกรณ์ USB-C ใดก็ได้ไม่เกี่ยง ตรงนี้ต้องกลับไปดูที่ตัว iPad Pro ว่ารองรับการชาร์จสูงสุดที่กี่วัตต์ แล้วค่อยซื้ออะแดปเตอร์ให้เหมาะสม หรือถ้าคุณใช้ MacBook, MacBook Pro ที่ใช้อะแดปเตอร์ USB-C อยู่แล้วก็ซื้อแค่สายชาร์จ USB-C to Lightning Cable มาใช้งานกับอะแดปเตอร์ที่มีได้เลย หรือชาร์จผ่านช่อง USB-C บน MacBook, MacBook Pro ก็ได้ไม่ว่ากัน

เรื่องรองรับการชาร์จแบตเตอรี่เร็วผ่าน USB-C อยากรู้เหมือนกันว่าเร็วกว่าใช้อะแดปเตอร์ 12w กี่มากน้อย ถ้าเร็วกว่ากันอีกเท่าตัวก็น่าจะคุ้มในการซื้อสำหรับคนที่มีเวลาน้อยหรือไม่อยากรอชาร์จแบตเตอรี่นาน ๆ

ในส่วนของหน้าจอ iPad Pro รุ่นใหม่มีการปรับปรุงเรื่องเฟรมเรทของหน้าจอให้สามารถแสดงภาพเครื่องไหวได้ดีขึ้นที่ 120Hz ตรงนี้จะเห็นความต่างกับรุ่นเดิมพอควร (รุ่นเดิม 60Hz) โดยภาพเคลื่อนไหวที่แสดงบนหน้าจอ iPad Pro ใหม่จะมีความสมูทของภาพมากกว่าเดิม จุดนี้ถ้าใครเคยไปเลือกซื้อทีวีที่แสดงผล 60Hz, 100Hz, 200Hz และมากกว่านั้น น่าจะเคยเห็นความต่างเวลาที่ร้านเปิดหนังเรื่องเดียวกันบนจอทีวีแต่ละรุ่นว่าภาพที่ออกมาดูนิ่งต่างกัน ภาพดูต่อเนื่องและดูนุ่มต่างกัน คงต้องนำมารีวิวเปรียบเทียบกับของเดิมอีกทีว่าต่างกันยังไงในแง่ใช้งาน

ส่วนมาตรฐานของสีหน้าจอ iPad Pro รุ่นใหม่ยังคงเป็น P3 ที่แสดงผลสีสมจริงและการไล่เฉดส่วนมืดไปส่วนสว่างได้ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

ด้านความจุของ iPad Pro รุ่นใหม่ เป็นครั้งแรกที่แอปเปิ้ลมีความจุ 512GB ให้เลือก ความจุระดับนี้ก็น่าจะมีคนอยากได้กันอยู่บ้าง เช่นคนที่เก็บทุกอย่างไว้ในเครื่อง ไม่ซิงค์ข้อมูลออกมานอกเครื่องเลย เป็นต้น แต่ถ้าดูจากความจุทั้งหมดที่มีให้เลือก 64, 256 และ 512GB รุ่นที่น่าจะขายดีก็น่าจะเป็นรุ่นกลางความจุ 256GB เพราะราคาห่างจากรุ่น 64GB ไม่มากนัก แต่ได้ความจุเพิ่ม 4 เท่า

โดยรวมจากที่แอปเปิ้ลเปิดตัว iPad Pro รุ่นใหม่ น้ำหนักความฮิตไปทางรุ่น 10.5 นิ้วกว่ามากกว่ารุ่น 12.9 นิ้ว ส่วนสเป็คเครื่องถือว่าแรงมากทีเดียว ทั้งนี้ความสามารถใหม่ ๆ ของ iPad Pro ที่แอปเปิ้ลสาธิตให้ดู รวมถึงที่บรรยายไว้ในหน้าเว็บ จะเป็นความสามารถของ iOS 11 เกือบทั้งนั้น จุดนี้ถ้าซื้อตอนนี้เราก็ยังได้ใช้ร่วมกับ iOS 10 อยู่ก่อนนะครับ ส่วน iOS 11 รออัพเดทช่วง ก.ย.-ต.ค. ปีนี้

ราคา iPad Pro (2017) มีดังนี้

รุ่นหน้าจอ 10.5 นิ้ว

Wi-Fi

  • 64GB – 24,500 บาท
  • 256GB – 27,900 บาท
  • 512GB – 34,700 บาท

Wi-Fi + Cellular

  • 64GB – 29,500 บาท
  • 256GB – 32,900 บาท
  • 512GB – 39,700 บาท

 

รุ่นหน้าจอ 12.9 นิ้ว

Wi-Fi

  • 64GB – 30,900 บาท
  • 256GB – 34,300 บาท
  • 512GB – 41,100 บาท

Wi-Fi + Cellular

  • 64GB – 35,900 บาท
  • 256GB – 39,300 บาท
  • 512GB – 46,100 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : apple.com/th/ipad-pro



You May Also Like:

iPad 9.7 (2018) หรือ iPad Pro 10.5 ?

หลังจากที่ iPad 9.7 รุ่นใหม่ออกมาแถมใช้กับ Apple Pencil ได้ด้วย เรียกว่าใครกำลังตัดสินใจซื้อ iPad ตอนนี้ตัดสินใจง่ายมากขึ้น แต่ก็ยังไม่วายสงสัย iPad 9.7 ที่เพิ่งออกมาใหม่ต่างกับ iPad Pro 10.5 ยังไงบ้าง จริง ๆ แล้วเราควรโดนรุ่นไหนกว่ากัน  ..

แอปเปิ้ลจัดงานเปิดตัวสินค้าวันที่ 27 มี.ค. นี้

แอปเปิ้ลส่งอีเมลเชิญชวนสื่อให้ไปร่วมงานวันที่ 27 มี.ค. นี้ โดยรูปที่แอปเปิ้ลส่งไปเป็นโลโก้แอปเปิ้ลที่สื่อถึงการใช้ Apple Pencil วาด พร้อมประโยคน่าสนใจ ‘Creative new ideas for teachers and students’ ..

แอปเปิ้ลเปิดให้ iPad Pro 10.5 ที่ใช้ iOS 11 ดาวน์โหลดวิดีโอแบบ HDR มาดูได้ แต่…

ตอนนี้มีประเด็นเกี่ยวกับ iPad Pro 10.5 ที่ลง iOS 11 จะมีตัวเลือกให้ดาวน์โหลดวิดีโอใน iTunes Store แบบ HDR มาดูได้ด้วย แสดงว่าหน้าจอ iPad Pro 10.5 จริง ๆ แล้วรองรับการแสดงผลแบบ HDR รึเปล่า เรื่องนี้เรามีคำตอบ ..

Share

Tweet

Email