รีวิว : หูฟัง Jaybird – X3

รีวิว : หูฟัง Jaybird – X3

Jaybird ยังคงออกหูฟังเน้นกลุ่มออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ออกรุ่นใหม่ Jaybird – X3 มาดูกันว่า X3 มีอะไรดีบ้าง

สำหรับ Jaybird – X3 ต้องบอกว่าในอเมริกาเปิดตัวและจำหน่ายมาได้หลายเดือนแล้ว กว่าจะมาถึงไทยเรียกว่าลืมไปพักนึงว่ามีรุ่นใหม่ออกมา โดย Jaybird – X3 ยังคงมีหน้าตาคล้ายกับรุ่น X2 ในปีที่แล้ว ในส่วนของหูฟังเป็นแบบ In-Ear มีจุกยางให้เลือกหลายขนาดและมี ‘ฟิน’ หรือครีบไว้สำหรับล็อคเข้ากับด้านในใบหูช่วยให้หูฟังไม่หลุดไปไหนง่าย ๆ โดยในกล่องมีฟินมาให้หลายขนาดหรือถ้าไม่ชอบก็ถอดออกได้

Jaybird – X3 เป็นหูฟัง Bluetooth แบบคล้องหลังคอเช่นเดิม เหมือนจุดนี้เป็นสไตล์ของ Jaybird ไปแล้ว โดยการใส่หูฟังสามารถใส่ได้ทั้งแบบ่ปกติและแบบคว่ำหูฟังลงมาแล้วคล้องกับใบหูของเราอีกที ตรงนี้ก็แล้วแต่สไตล์ใครหรือความถนัดของใคร

สไตล์เสียงของ Jaybird – X3 ยังคงให้เสียงเบสที่แน่นและเสียงร้องเสียงกลางชัดเจน อาจจะเป็นบุคลิกของหูฟังแนวสปอร์ตด้วยก็ได้ที่ต้องเน้นเสียงเบสเสียงต่ำให้ดูมีพลังเจ้าของจะได้คึกคักมากหน่อยเวลาออกกำลังกาย ซึ่ง Jaybird ยังคงเป็นหูฟังกลุ่มสปอร์ตที่ให้เสียงที่ดีมากยี่ห้อหนึ่ง เสียงจาก Jaybird แม้เสียงต่ำเสียงเบสจะมีมากแต่ก็ไม่ได้กลบเสียงอื่นไปหมด เสียงอื่น ๆ ยังคงได้ยินชัดเจนดี เสียงโดยรวมของ Jaybird จะกระชับ ๆ หน่อยนะครับ ไม่ได้เสียงหวาน ๆ

เท่าที่ลองเข้ากับเพลงไกด้ทุกแนวเพียงแต่เพลงี่ต้องการรายละเอียดจัด ๆ หรือพลิ้ว ๆ อาจจะไม่ได้เสียงที่เต็มที่นัก นอกนั้นสำหรับเพลงแนวอื่นถือว่า Jaybird – X3 ทำได้ดี

นอกจากแนวเสียงปกติของหูฟัง ถ้าเราไม่ชอบใจก็สามารถปรับแต่งแนวเสียงได้จากแอพ Jaybird – My Sound   ในแอพสามารถปรับแต่ง Equalizer ได้เองหรือจะเลือกตาม Preset ที่ในแอพมีมาให้หลายสิบหลายร้อยแบบ ที่มีเยอะเพราะคนที่ใช้ Jaybird เขาปรับเสียงหูฟังแล้วก็เอาข้อมูลมาแชร์เพื่อให้คนอื่นได้ใช้ Preset ของเขากันด้วย ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งของ Jaybird ก็ว่าได้

จุดที่ต้องระวังของหูฟัง Jaybird คือตรงที่ชาร์จแบตให้หูฟังเป็นแบบเฉพาะของ Jaybird ที่ในกล่องต้องมีแท่นวางชาร์จอันเล็ก ๆ มาให้ โดยเวลาชาร์จจะวางบริเวณรีโมทไปที่แท่นเผื่อให้หน้าสัมผัสที่ด้านหลังรีโมทประกบไปที่แท่นวางที่ต่อกับ Micro USB อีกที ตรงนี้มีข้อดีคือหูฟังไม่มีช่องให้เหงื่อเข้าได้ง่าย ๆ แต่ในทางกลับกันการใช้ที่ชาร์จเฉพาะของตัวเองไม่ยอมทำเป็นช่อง Micro USB ไปเลยก็ดูจะเป็นสิ่งที่บางคนนำมาคิดด้วยว่าจะซื้อดีหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้สายชาร์จในแต่ละบ้านมีเยอะจริง ๆ การจะมีเพิ่มอีกแบบที่เฉพาะทางไปเลยกลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดเหมือนกัน รวมถึงเวลาไปที่อื่น ๆ เราก็ต้องพกแท่นชาร์จอันเล็กจิ๋วนี้ติดตัวไปด้วย

โดยระยะเวลาการใช้งานของ Jaybird – X3 ชาร์จแบตเตอรี่เต็มหนึ่งครั้งสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง มีระบบชาร์จเร็ว 15 นาทีใช้งานหูฟังได้ 1 ชั่วโมงจุดนี้คือดีเผื่อว่าลืมชาร์จแบตเตอรี่แล้วจะชาร์จแบบแป๊บ ๆ ก็โอเคพาไปออกกำลังกายได้ประมาณนึงแล้ว จากที่ได้ลองเองฟังเพลงไปเรื่อย ๆ ชั่วโมงกว่าแบตเตอรี่ก็ยังไม่ลดระดับครับ

รวม ๆ แล้ว Jaybird – X3 ยังเป็นหูฟังที่ให้เสียงดีมากรุ่นหนึ่งในกลุ่มหูฟังแนว Sport และยังมีแอพช่วยปรับแต่งเสียงให้เป็นไปตามสไตล์ที่เราชอบได้อีก ส่วนเรื่องการชาร์จที่ต้องมีแท่นชาร์จจิ๋วตรงนี้ก็ลองคิดกันดูว่าเราโอเครึเปล่าถ้าต้องมีแท่นชาร์จจิ๋วเพิ่มมาอีกอัน ส่วนการรับประกันหูฟัง jaybird ประกัน 1 ปีครับ



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

KOAN

ราคา

5,490 บาท

ร้านค้าอื่นๆ ที่จัดจำหน่าย

  • iStudio & iBeat by Copperwired
  • iStudio & iBeat by SPVi
  • Ai (Siam Discovery)
  • Dot Life
  • PowerBuy
  • PowerMall
  • Central Department Store
  • BeTrend
  • Siam Discovery (Digital Lab)
  • Munkong Gadget

kangg

You May Also Like:

แอปเป้ิลไม่มีนโยบายเก็บเงินมัดจำจองคิวเปลี่ยนแบตเตอรี่ 500 บาท

จากกระทู้ใน pantip ที่มีการพูดถึงว่าศูนย์บริการแอปเปิ้ลมีการเก็บเงินค่าจองสิทธิ์เปลี่ยนแบตเตอรี่เพิ่มอีก 500 บาท (ได้คืนภายหลัง) ไม่ได้เป็นนโยบายของแอปเปิ้ล ..

ฟิล์มกระจก Mernett

ฟิล์มกระจกมีมากมายหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นมานำเสนอแตกต่างกัน อย่างฟิล์มกระจก Mernett ที่เราได้รับมาก็มีจุดเด่นตรงที่เป็นฟิล์มกระจกที่ติด iPhone X แล้วฝุ่นไม่เข้าบริเวณช่องเซนเซอร์และกล้องด้านหน้าเครื่องด้วย ..

Share

Tweet

Email