รีวิว : August Smart Lock (รองรับ Apple HomeKit ใช้ Siri เปิดประตูได้)

รีวิว : August Smart Lock (รองรับ Apple HomeKit ใช้ Siri เปิดประตูได้)

August Smart Lock เป็นอุปกรณ์ติดเข้ากับที่ล็อค Deadbolt เดิมให้เราสามารถสั่งเปิดปิดด้วยโทรศัพท์มือถือ, สั่งให้ Siri เปิดปิดประตูให้หน่อย และยังสามารถรู้ได้ด้วยเวลาเราเดินกลับมาใกล้ประตู ๆ จะปลดล็อคให้เอง เป็นไงมาดูกัน

สำหรับ August Smart Lock จริง ๆ เขาออกมานานแล้วครับ โดยรุ่นปัจจุบันตอนนี้เป็นรุ่นที่ 2 ออกมาในปี 2016 สามารถใช้งานร่วมกับ Apple HomeKit ได้ ผมเพิ่งมีโอกาสได้ซื้อหามาใช้งานก็เลยนำมารีวิวให้ได้อ่านกันด้วยว่าสิ่งนี้มันมีอะไรดียังไงและมีจุดที่ควรระวังยังไงกันบ้าง

August Smart Lock ของในกล่องประกอบไปด้วยตัวล็อคที่เป็นอันกลม ๆ ใหญ่ ๆ แล้วก็มีแผ่นเหล็กเจาะรูมาให้อีกแผ่น แล้วก็มีท่อพลาสติกสั้น ๆ อีก 3 สีแต่ละแบบจะลักษณะช่องต่างกันไป ของในกล่องมีประมาณนี้เองครับ ถ้าคนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็จะงง ๆ ว่าของแค่นี้จะมาประกอบอะไรเข้ากับประตูเราได้

ติดตั้งง่ายสุดเท่าที่เคยเจอในกลุ่ม Smart Lock

อันดับแรกที่ล็อคประตูที่เราจะสามารถใช้งานเจ้า August Smart Lock ต้องเปิดที่ล็อคแบบ Deadbolt ที่ด้านหนึ่งเป็นช่องเสียบกุญแจ อีกด้านเป็นตัวบิดล็อคประตู จุดนี้เรารื้อด้านที่เป็นตัวบิดล็อคประตูออกแล้วเหลือแกนเหล็กตรงกลางไว้ โดยการรื้อที่ล็อคประตูแบบ Deadbolt แนะนำให้ทำตามที่ August แนะนำว่าให้ใช้เทปใสปิดด้านที่เป็นกุญแจเสียบไว้ก่อนไม่ให้ขยับไปไหน ซึ่งก็มีผลต่อความง่ายในการประกอบร่างตอนเราใส่ August Smart Lock เข้าไป

หน้าตาที่ล็อคประตู Deadbolt มีรูปร่างหน้าตาแบบนี้

พอเราถอดด้านที่เป็นลูกบิดออกเสร็จเรียบร้อยก็นำแผ่นเหล็กที่ให้มาด้วยในกล่องมาทาบเข้าไปแล้วให้น็อตอันยาว ๆ ที่ถอดออกมาไขเข้าไปให้แผ่นเหล็กแนบชิดกับแผ่นประตูของเรา ซึ่งตัวแผ่นเหล็กมันคือที่รองไว้สำหรับให้เราสวมตัวล็อคอันกลม ๆ เข้าไปได้แบบง่ายดายครับ

จัดแจงไขน็อตให้แผ่นเหล็กที่ว่าแนบกับประตูแล้วเรียบร้อย ทีนี้เราก็มาดูว่าตรงแกนกลางที่เป็นกลไกหมุนบิดเปิดปิดประตูเป็นแบบไหน แล้วก็เทียบท่อพลาสติกทั้ง 3 สี ที่ตรงกลางจะมีขนาดต่างกันก็ลองสวมเข้าไปที่แกนเหล็กดังกล่าว แล้วพอหาเจอว่าเราใช้อันไหนสีอะไรก็จัดการนำเอาตัวล็อคอันกลม ๆ มาสวมเข้าไปแล้วก็จัดการล็อคตัวล็อคที่ด้านข้างอันกลม ๆ เข้ากับแผ่นเหล็กเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมจะใช้งานได้

ขั้นตอนการติดตั้ง ถ้าสำหรับผมเองคือผมเปลี่ยนยกชุด หมายถึงผมเปลี่ยนที่ล็อค Deadbolt เป็นของใหม่ด้วยแล้วก็ติดตั้ง August Smart Lock ทั้งหมดใช้เวลาราว ๆ 30-40 นาที ด้วยความเงอะ ๆ งะ ๆ ทำไม่ค่อยเป็นก็จะค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ เท่าที่นึก ๆ ดูถ้าติดตั้งแค่เฉพาะส่วน August Smart Lock คือรื้อที่ล็อคประตูด้านลูกบิดออกแล้วจัดแจงใส่ August Smart Lock เข้าไปแทนรวมเวลาถ้าทำเร็ว ๆ คิดว่า 15 นาทีก็น่าจะเสร็จเรียบร้อย

เริ่มใช้งาน

พอเราติดตั้งเสร็จ ก็จัดการเปิดฝาดึงแผ่นพลาสติกที่กั้นอยู่ที่แบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อนในก้อนกลม ๆ ออก โดยฝาปิดตรงนี้จะเป็นแม่เหล็กจะว่าเปิดง่ายก็ง่ายเพราะแค่ให้เราบิดฝาทวนเข็มนาฬิกาก็เปิดฝาได้แล้ว แต่พอจะหมุนเปิดจริงตอนหมุนฝาก็มือลื่น ๆ ไม่เกาะกับแผ่นฝาปิดที่เป็นโลหะก็หมุนยากเหมือนกันในบางครั้ง

สำหรับเรื่องแบตเตอรี่ที่ให้มาตรงนี้ผมไม่ทราบได้ว่าเป็นแบตเตอรี่เก่าใหม่แค่ไหนผมก็ลืมดูว่าอายุกี่เดือนกี่ปีแล้ว ก็เลยไม่ได้ใช้ของที่ติดมาด้วยตั้งแต่แรก แต่ไปซื้อแบตเตอรี่ AA 4 ก้อนมาใส่เอง

ขั้นตอนเซ็ทอัพอุปกรณ์ที่รองรับ Apple HomeKit ก็ไม่ยากอะไรครับคือเราสามารถทำผ่านแอพ Home ของแอปเปิ้ลก็ได้ หรือดาวน์โหลดแอพ August มาเพื่อตั้งค่าต่าง ๆ และใช้งานก็ได้ก็ง่ายเหมือนกัน

โดยผมจะพูดถึงแอพ August เป็นหลักก่อนเพื่อให้คนที่ใช้งานทั้ง iOS และ Android ได้เห็นภาพเดียวกัน ใช้งานได้เหมือนกัน จะมีแยกย่อยส่วนที่เกี่ยวข้องกับ HomeKit และ Siri แยกให้อีกที

ในขั้นตอนการเซ็ทอัพ August Smart Lock กับแอพ August ง่ายมากครับ ด้วยความที่ตัวล็อคเป็น Bluetooth 4.0 LE เวลาเซ็ทอัพสามารถทำการค้นหาอุปกรณ์ในแอพได้เลยไม่ต้องไปเปิดใน Settings เผื่อจับคู่อุปกรณ์ พอจับคู่กันได้ปั๊บการตั้งค่าใช้งานในตอนแรกผมถือว่ารัดกุมดีมาก โดยจะมีการส่ง OTP เป็น SMS มาให้เราด้วย และต้องยืนยันผ่านอีเมลอีกครั้ง ถือเป็นการตั้งค่าการใช้งานที่มีความปลอดภัยรัดกุมดีมากทีเดียว เรียกว่าใครจะมาโมเมตั้ง user และ password ของเราไม่ได้ง่าย ๆ แต่ทั้งนี้เราก็ไม่ควรจะตั้ง password ให้ง่ายเกินไปด้วยนะครับ

พอเราตั้งค่าเสร็จเราก็ได้สิทธิ์เป็น Owner จากนี้เราสามารถเปิดปิดได้ทั้งจากแอพและการเปิดปิดแบบปกติที่ลูกบิดกลม ๆ อันใหญ่ที่เราติดไป เรียกว่าการใช้งานไม่มีอะไรต่างจากเดิม จะออกจากห้องเราจะไขกุญแจเพื่อปิดประตูเหมือนเดิมก็ได้ หรือจะสั่งปิดด้วยแอพก็ได้ แล้วแต่ถนัดเลยครับ หลักการเบื้องต้นในการเปิดปิดประตูจากแอพคือแอพกับประตูจะส่งสัญญาณผ่าน Bluetooth หากัน การทำงานเวลาเรากดเปิดหรือปิดประตูจากแอพมีจังหวะที่แอพจะตรวจสอบก่อนว่าเราอยู่ใกล้ประตูรึเปล่าแป๊บนึงด้วย (หลายวินาที) ตรงนี้ก็รอกันอึดใจแล้วแตะคำสั่งที่ต้องการจากที่แอพได้เลย

การเปิดปิดประตูจากแอพเขาทำสัญลักษณ์แบบง่าย ๆ เลยคือ วงกลมสีแดงคือประตูล็อคอยู่ ส่วนวงกลมสีเขียวคือประตูเปิดอยู่ ในส่วนอื่น ๆ ของแอพก็มี History แจ้งให้เราได้รู้ว่ามีการเปิดปิดประตูตอนกี่โมง ใครเป็นคนเปิด แล้วเปิดแบบไหนใช้แอพหรือบิดเปิดปิดเองแบบปกติ เรียกว่าเราสามารถตรวจสอบข้อมูลการเปิดปิดได้ทั้งหมด

นอกจากนี้แอพยังสามารถตั้งค่าให้กับคนอื่นให้คนอื่นเปิดปิดประตูของเราได้ด้วย โดยเราสามารถให้สิทธิ์คนอื่นได้ทั้งแบบ Owner หรือ Guest ความแตกต่างของสองแบบนี้คือ Guest จะทำได้แค่เปิดปิดประตู แต่จะไม่สามารถเข้ามาตั้งค่าใด ๆ เกี่ยวกับประตูได้ รวมถึงไม่สามารถดู History ได้

การให้สิทธิ์แบบ Guest เราสามารถตั้งค่าได้ว่า

ให้สิทธิ์แบบตลอด (Aways) สามารถไขเข้าออกได้ตลอดเวลาไม่จำกัดวันเวลา

ให้สิทธิ์แบบเจาะจงในแต่ละวัน (Recurring) ประมาณว่าให้สิทธิ์เฉพาะวัน จันทร์, พุธ, เสาร์ เวลา 10.00 – 14.00 น. ซึ่งถ้าเราให้สิทธิ์แบบนี้ถ้ามาวันอื่นนอกเหนือที่กำหนดก็จะไม่สามารถเปิดประตูได้

ให้สิทธิ์แบบชั่วคราวจำกัดระยะเวลา (Temporary) ประมาณว่าให้ใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 เวลา 08.00 น. ถึงวันที่ 7 เวลา 15.00 น. หลังจากนั้นจะใช้งานไม่ได้

โดยการตั้งค่าทั้งหมดคนที่เป็น Owner สามารถปรับเปลี่ยนสิทธิ์ไปมาของ Guest ได้ตลอดเวลา ซึ่งการเปลี่ยนสิทธิ์แต่ละครั้งก็จะมีการแจ้งไปที่ Guest ด้วย

การเซ็ทอัพแอพของ Guest ของจะเหมือนที่เราเซ็ทอัพครั้งแรกครับที่จะมี OTP จาก SMS ส่งมาให้และจะต้องยืนยันอีกครั้งด้วยอีเมลด้วย ซึ่งในส่วนของเบอร์โทรศัพท์ที่เราใส่เข้าไปในแอพ กับที่เพื่อนหรือคนในบ้านของเราเซ็ทอัพแอพต้องตรงกันชนิดที่ว่าถ้าผมที่เป็น Owner ใส่เบอร์โทรศัพท์เข้าไปเป็น +66 081 234 xxxx แต่เวลาเพื่อนหรือคนในบ้านเซ็ทอัพแอพแล้วใส่เบอร์ +66 81 234 xxxx ก็ถือเป็นคนละเบอร์โทรศัพท์กันนะครับ ตรงนี้ถ้าเราใส่แบบนึง แล้วเพื่อนหรือคนในบ้านใส่แบบนึง ก็จะไม่ได้สิทธิ์ตามที่เราส่งไป ตรงนี้สามารถแก้ไขเบอร์โทรศัพท์ได้ภายหลังไม่ต้องกังวลว่าใส่เบอร์ผิดแล้วต้องมาสร้าง User ใหม่อีกรึเปล่า

สิทธิ์สำคัญที่ต่างกันของ Owner กับ Guest คือคนที่เป็น Owner สามารถสั่งเปิดปิดประตูจากนอกบ้านได้ผ่าน 3G/4G แต่ Guest จะไม่ได้สิทธิ์นี้ จะได้แค่ว่ามายืนหน้าประตูแล้วก็กดเปิดแอพ แตะเปิด/ปิดประตู การสื่อสารระหว่างแอพกับประตูทำผ่าน Bluetooth เพียงอย่างเดียว

เปิดปิดประตูด้วยมือถือจากนอกบ้านทำยังไง

จุดนี้ถ้าเป็น iOS Users ถ้าในบ้านหรือห้องของเรามี Apple TV (4th Gen) อยู่ด้วยหรือมี iPad ที่ใช้ iOS 10.3 ขึ้นไป วางไว้ในห้องในบ้าน ซึ่งบริเวณที่ตั้งขอให้ไม่ไกลจากประตูเกินระยะ Bluetooth ให้ตั้งค่าอุปกรณ์ให้เป็น Home Hub เพื่อให้อุปกรณ์ที่รองรับ Apple HomeKit คุยกันผ่าน Bluetooth แล้วส่งสัญญาณออกมานอกบ้านผ่าน Wi-Fi จาก Apple TV หรือ iPad เท่านี้เราก็สามารถควบคุมการเปิดปิดประตูจากที่ไหนก็ได้แล้ว

โดยการตั้งค่าในส่วนนี้เราจำเป็นต้องตั้งค่าให้อุปกรณ์รู้จักกับแอพ Home ใน iOS ด้วยเพื่อให้สามารถใช้งานเจ้า August Smart Lock ได้ทั้งจากแอพ August เองหรือจากแอพ Home ก็ได้ รวมถึง Siri ด้วย การเซ็ทอัพของอุปกรณ์ที่รองรับ HomeKit กับแอพ Home ก็ง่ายแสนง่าย (ดูได้จากรีวิวอุปกรณ์ตรวจวัดอากาศที่รองรับ HomeKit) พอตั้งค่าเสร็จแล้วเราก็สามารถสั่งเปิดปิดประตูจากนอกบ้านได้แล้ว

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนที่ใช้ iPhone อยู่เครื่องเดียวรวมถึง Android ก็คงแบบอ้าว ก็ฉันไม่มี Apple TV วางไว้ในห้องจะทำไงได้บ้าง ตรงนี้ August เขาก็แก้ปัญหาด้วยการขายของเพิ่มครับ เราจำเป็นต้องซื้อ August Connect เป็นอุปกรณ์ทำหน้าที่คุยกับอุปกรณ์ผ่าน Bluetooth และปล่อย Wi-Fi ออกมานอกบ้านเพื่อให้เราควบคุมจากนอกบ้านได้ โดยราคา August Connect อยู่ที่ $79

ถ้าผู้อ่านไม่มี iPad หรือ Apple TV หรือ August Connect อยู่ในบ้านหรือในห้องก็แค่จะควบคุมจากนอกบ้านไม่ได้ แต่ก็ยังใช้งานอื่น ๆ ได้ปกติจากระยะสัญญาณ Bluetooth จากอุปกรณ์ครับ

การตั้งค่าอื่น ๆ ที่น่าสนใจในแอพ August

เราสามารถตั้งค่า Auto Lock และ Auto Unlock ได้ด้วย

Auto Lock จะเป็นการตั้งค่าง่าย ๆ ครับ ว่าพอเราเปิดประตู แล้วตั้งค่าหน่วงเวลาตั้งแต่ 30 วินาที – 5 นาทีเพื่อให้ประตูล็อคอัตโนมัติเองอีกที ตรงนี้ผมลองแล้วไป ๆ มา ๆ คือไม่เปิดใช้งานเพราะเดี๋ยวมีจังหวะออกเปิดประตูเดินไปทิ้งขยะแล้วไม่พก iPhone ออกมาเดี๋ยวประตูล็อคเองจะยุ่งเอาได้ แต่ผู้อ่านถ้าสนใจก็ต้องลองดูว่าเข้าชีวิตประจำวันเรารึเปล่า

Auto Unlock อันนี้ถือว่าแจ๋วครับ ตัวแอพทำการตรวจสอบว่าเราออกจากพื้นที่แล้วหรือยัง โดยในส่วนนี้จะมี 2 โหมดที่แอพจะสลับไปมาอัตโนมัติคือ Home กับ Away

โดย Home ตามที่ในแอพอธิบายคือถ้าออกจากบ้านไปไม่ไกลมาก เรายังต้องเปิดโทรศัพท์มาแตะเปิดประตูเองจากแอพ

ส่วน Away ถ้าแอพตรวจสอบเจอว่าเราออกนอกบริเวณรัศมีวงกลมที่แอพวางไว้หลวม ๆ แอพจะมีแจ้งเตือนขึ้นมาว่าตอนนี้ตรวจพบว่าเราออกไปจากพื้นที่แล้วนะ จะเข้าโหมด Away แล้วนะ ซึ่งจะมีผลตอนที่เราเดินกลับมาที่ประตู แอพจะมีการส่งสัญญาณไปที่ประตูให้ทำการเปิดประตูรอไว้เลยโดยที่เราไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โดยระยะการทำงานตอนที่แอพกับประตูคุยกันจะอยู่ในระยะ Bluetooth ครับ เรียกว่าเดินเข้ามาใกล้กับประตูในระยะราว ๆ 10 เมตรหรือใกล้กว่านั้นแอพก็จะมีแจ้งเตือนขึ้นมาว่าประตูเปิดรอแล้วนะ จุดนี้จากที่ใช้ถือว่าสะดวกดีมาก ๆ ครับเดินเข้ามาตัวปลิวเปิดประตูได้เลยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์มาเปิดแอพแตะเปิดประตูที่แอพ ทั้งนี้ก็จะใช้โหมด Auto Unlock เราจำเป็นต้องอนุญาตให้แอพ August เข้าถึงการใช้งาน Location แบบตลอดเวลาด้วยนะครับ

โดยในโหมดการเปิด/ปิดประตูอัตโนมัติในแอพ Home ของแอปเปิ้ลก็มีฟีเจอร์นี้เหมือนกัน ผมลองใช้ฟังก์ชั่นการเปิดประตูอัตโนมัติการเข้าถึงพื้นที่ ซึ่งแอพ Home ก็จะแบบว่าตรวจสอบรัศมีไกลทีเดียว ยังเดินห่างอีก 200 เมตร แอพ Home แจ้งเตือนมาเลยจ้า…ว่าเปิดประตูให้แล้วนะจ๊ะ ผมว่าแอพ Home น่าจะตรวจสอบรัศมีวงกลมจาก GPS ซึ่งวงกลมก็จะกว้าง ๆ เป็นระยะหลักหลายร้อยเมตรก็เลยทำงานตั้งแต่เราเริ่มเดินเข้าไปมาในบริเวณแบบว่าอยู่ไกล ๆ แต่ตรวจสอบแล้วว่าอยู่ในรัศมีวงกลมแล้วก็จัดการเปิดให้เลย ตรงจุดนี้ผมไม่ชอบเท่าไหร่ แล้วก็ต่างกับแอพ August ที่ใช้ Bluetooth ในการตรวจสอบว่ามาใกล้ประตูแล้วนะ ก็เลยไม่ใช้ฟีเจอร์นี้ในแอพ Home ครับ

ใช้ Siri สั่งเปิดประตู, ตรวจดูประตูว่าเปิดหรือปิดอยู่ก็ได้

เมื่ออุปกรณ์รองรับ HomeKit แน่นอนว่าเราก็สามารถพูดให้ Siri เปิดปิดประตูได้ด้วย ก็คือดีไปอีกแบบเหมือนเป็นของแถมมากกว่า เพราะในการใช้งานจริงเราแตะเปิดแอพแตะแอพเร็วกว่า ส่วนตอนเข้ามาก็ใช้ฟีเจอร์ Auto Unlock ก็ไม่ได้ใช้ Siri อีกอยู่ดี ผมใช้ Siri บางครั้งเพื่อเช็คว่าผมล็อคประตูรึยังก็สั่ง Siri ประมาณว่า ตอนนี้ประตูเปิดหรือปิดอยู่ Siri ก็จะตรวจสอบมาให้แล้วก็จะแจ้งว่าตอนนี้ประตูเปิดหรือปิดอยู่

เอ๊ะ…แล้วแบบนี้เวลาอยู่หน้าจอ Lock Screen สั่งให้ Siri เปิด/ปิดประตูได้รึเปล่าเนี่ย น่าสงสัย?

ความปลอดภัยในการใช้ August Smart Lock

เรื่องความปลอดภัยของการใช้ August Smart Lock ถือว่าเป็นเรื่องที่ผมใส่ใจมากสุดครับ ซึ่งผมแบ่งเรื่องความปลอดภัยเป็นส่วนของประตูกับแอพ

ประตู Deadbolt ของเราใช้รุ่นไหน กุญแจเป็นแบบไหน อันนี้ก็เป็นส่วนของตัวล็อคที่เราเลือกใช้งาน

ส่วนความปลอดภัยของ August Smart Lock ถ้านับที่ตัวฮาร์ดแวร์มันก็คือลูกบิดประตูขนาดใหญ่มากครับ ความปลอดภัยต่าง ๆ ที่กังวลคือแอพ รวมถึงระบบแอปเปิ้ล Home ว่าเป็นยังไง

ในส่วนของแอพ August หลัก ๆ คือถ้าเราไม่ได้เปิดใช้แอพก็ไม่สามารถกดเปิดปิดประตูได้อยู่แล้ว จุดนี้ตัวเราก็ไม่ควรบอก Passcode ของ iPhone เราอยู่แล้ว ส่วนการใช้งานคู่กับ Home แถมใช้ Siri สั่งเปิดปิดประตูได้ด้วย อันนี้ผมว่าแอปเป้ิลคิดมารอบคอบมากทีเดียว เพราะเมื่ออยู่ที่หน้าจอ Lock Screen เราจะไม่สามารถใช้ช็อตคัทของแอพ Home ที่อยู่ใน Control Center หรือใช้ Siri เปิดประตูห้องได้ เพราะจะติด Passcode ของเครื่องก่อนก็คือว่ามีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพราะถ้าเราไม่ได้บอก Passcode ของเครื่องเรากับคนอื่นก็ไม่มีทางที่จะเปิด/ปิดประตูได้เลย

อ้าว..แล้วแบบนี้คนใช้ Apple Watch ที่ไม่ต้องมี Passcode ก็สั่ง Siri ได้แล้วจะทำไงละ อันนี้แอปเปิ้ลก็รอบคอบเหมือนกัน ถ้าจะใช้ Siri สั่งเปิดปิดประตู ตัว Apple Watch จำเป็นต้องตั้งค่า Passcode ด้วยถ้าไม่ตั้งก็ไม่สามารถใช้ Siri สั่งเปิดประตูได้ แต่ทั้งนี้ Apple Watch ถ้าเรามีแอพ Home หรือ August อยู่ในนั้นแม้ไม่ได้ตั้งค่า Passcode ก็กดเข้าไปถึงอยู่ดี ก็ต้องระวังกันด้วยในจุดนี้ หรือถ้ารู้สึกว่าไม่ปลอดภัยก็ไม่ต้องใส่แอพ Home และ August ใน Apple Watch ก็ได้

นอกจากนั้นแอพ August เองอย่างที่บอกไปแล้ว่าจะมีข้อมูลการเปิดปิดประตูเก็บไว้หมดว่าประตูเปิดหรือปิดตอนกี่โมง เปิดด้วยแอพหรือเปิดด้วยมือหมุนเอง ถ้าเปิดด้วยแอพก็จะมีแจ้งด้วยว่าใครเป็นคนเปิด ก็ถือว่าเป็นข้อมูลให้เราตรวจสอบได้ด้วยดีสำหรับบ้านที่อยู่กันหลายคนจะได้ทราบข้อมูลในจุดนี้ และมีการแจ้งเตือน (Notification) มาทุกครั้งที่มีการเปิดและปิดประตู ซึ่งการแจ้งเตือนเปิดปิดประตูจากที่ใช้ผมแนะนำว่าให้เปิดแจ้งเป็นบางเครื่องก็พอ (กรณีในบ้านมี iPhone, iPad หลายเครื่อง หรือถ้าหลายเครื่องหลายคนก็ใช้วิธีปิดเสียงแจ้งเตือนส่วนนี้ในบางเครื่องก็ได้ ไม่งั้นเปิดประตูทีก็มีเสียงมาจากที่แจ้งเตือนขึ้นมาที ปิดประตูอีกทีก็มีเสียงแจ้งเตือนมาอีกที เปิดปิดหลายทีเสียงแจ้งเตือนเด้งมารัว ๆ เลยทีเดียว

มี Lost Mode เป็นความปลอดภัยอย่างสุดท้ายที่ผมก็เพิ่งรู้ว่ามีตอนที่ได้ใช้งานมาสักพักครับ โดยในเว็บตามปกติเขาจะไม่มีให้เราล็อคอินใด ๆ ยกเว้นกรณีที่เราทำโทรศัพท์หายแล้วมีความกังวลว่าจะมีคนเอาไปเปิดประตูของเราได้ ก็จัดการเข้าเว็บในส่วนของ Lost Mode แล้วทำตามขั้นตอน ซึ่งระบบเว็บก็จะมีการส่งรหัสยืนยันการลบข้อมูลมาที่อีเมลของเรา แล้วนำรหัสดังกล่าวไปใส่ในเว็บเพื่อให้ทุกอุปกรณ์ Log Out เองอัตโนมัติ

ส่วนที่ August Smart Lock เขาไม่มีคือระบบสัญญาณเตือนภัยในตัวเองครับ อันนี้ผมนึกไปถึงกรณีเราโดนงัดห้องงัดประตูก็อยากให้มีสัญญาณเสียงเตือนดัง ๆ แล้วกับมีแจ้งเตือนในโทรศัพท์มือถือสักหน่อยน่าจะครบเครื่องสุด ๆ ไปเลย

และที่ไม่มีอีกอย่างคือไม่ได้กันการงัดแงะประตูนะครับ

ข้อสังเกตุในการใช้ August Smart Lock

อันดับแรกก่อนตัดสินใจซื้อ August Smart Lock ควรตรวจสอบก่อนว่าที่ล็อค Deadbolt ของเราเก่าแล้วหรือยัง หรือมีความฝืดมากรึเปล่า เพราะแรงบิดของ August Smart Lock ผมคิดว่ามีไม่เยอะครับ ถ้าเยอะสลักล็อคที่ฝืดหรือแน่นมากหน่อยมีแววสูงที่จะบิดไม่ได้ จุดนี้ถ้าเราได้พกกุญแจออกมาด้วยก็คงวุ่นวายทีเดียว ถ้าตรวจสอบแล้วตัว Deadbolt ดูฝืด ๆ แนะนำให้เปลี่ยนยกเซ็ทไปเลยพร้อมกับตอนติดตั้ง August Smart Lock

ซึ่งเรื่องที่ August Smart Lock กดเปิดประตูแล้วบิดประตูเปิดไม่ได้ในเว็บ Amazon มีฟีดแบคกันพอสมควรครับ สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมกันได้ ในอเมริกาบางเว็บก็มีบอกไว้ว่าใช้กับ Deadbolt ไม่ได้ทุกรุ่น ส่วนในไทยผมไปยืนดูที่ HomePro เทียบ ๆ ขนาด Deadbolt ปกติที่มีให้เลือกหลายสิบรุ่นก็มีขนาดพอ ๆ กันหมดครับ จุดนี้คิดเองว่าในไทย Deadbolt ปกติน่าจะใช้งานร่วมกับ August Smart Lock

ถ้าตั้งค่า Auto Lock ไว้เวลาออกจากบ้าน/ห้องทุกครั้งอย่าลืมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวล็อคอัตโนมัติปุ๊บเปิดเข้าบ้าน/ห้องไม่ได้

แบตเตอรี่ผมยังไม่ทราบว่าแบตเตอรี่ 1 ชุดอยู่ได้กี่เดือนครับ แต่เท่าที่อ่านข้อมูลถ้าแบตเตอรี่ใกล้หมดจะมีแจ้งเตือนขึ้นมาที่โทรศัพท์มือถือของเราครับ อันนี้ถ้าใครซื้อมาใช้ช่วงแบตเตอรี่ชุดแรกก็จดกันไว้สักหน่อยว่าแบตเตอรี่ 1 ชุดใช้งานได้กี่เดือน คือผมเคยอ่านเจอตั้งแต่ August Smart Lock เวอร์ชั่นแรกคุ้นว่าในเว็บระบุไว้ว่าแบตเตอรี่ 1 ชุดใช้งานได้เกือบปี แต่ตอนนี้ข้อมูลดังกล่าวกับเวอร์ชั่น 2 ไม่ได้ระบุแล้ว ก็เลยไม่ทราบระยะเวลาคร่าว ๆ ว่าใช้ได้กี่เดือน

กรณีมี Owner 2 คนหรือมากกว่านั้น ถ้ากรณีเป็นแฟนกัน หรือสามีภรรยากัน ฝ่ายผู้ชายก็อย่าไปทำให้อะไรให้ผู้หญิงไม่พอใจนะครับ เพราะสิทธิ์ Owner ของเราสามารถถูกลบด้วย Owner คนอื่นได้ด้วย

สำหรับผู้ใช้งาน iOS ที่มี Apple TV หรือ iPad ที่เปิดใช้ Home Hub ก็ขอให้อุปกรณ์ตั้งอยู่ไม่ห่างจากประตูมากนักนะครับ จำเป็นต้องอยู่ในระยะที่ Bluetooth ส่งสัญญาณหากันได้นะครับ ไม่งั้นก็เราก็ไม่สามารถควบคุมประตูจากนอกบ้านได้

อัพเดท : 9 ต.ค. 2017

จากวันที่เขียนรีวิวถึงตอนนี้ประมาณ 3 เดือนแบตเตอรี่หมด โดยอาการแบตเตอรี่หมดก็ไม่มีแจ้งเตือนแต่อย่างใด แต่จะมีอาการแปลก ๆ ที่ลูกบิดคือเวลากดเพื่อบิดให้ประตูล็อคจะหมุนกลับมาไม่ได้บนแอพก็แจ้งแค่ว่าประตูติดขัดนะ ให้ลองทำการคาริเบตลูกบิดดูนะ ซึ่งตอนแรกที่เห็นข้อความก็ทำตามก็ได้แป๊บนึงแล้วก็หมุนคืนไม่ได้ ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าเป็นที่แบตเตอรี่อ่อนรึเปล่า ซึ่งพอเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุกอย่างก็กลับมาใช้งานปกติ

อาการที่ว่านี้ถ้าเราเกิดไม่ได้พกกุญแจออกไปด้วยแล้วบังเอิญแจ็กพอตเข้าห้องไม่ได้ก็เรื่องใหญ่เหมือนกัน ทางที่ดีทุก 3 เดือนก็เปลี่ยนแบตเตอรี่ซะหน่อยครับ

ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ถ้าซื้อแบตเตอรี่ AA แบบดีมากหน่อย 4 ก้อนก็ร้อยกว่าบาทปีนึงใช้ 4 ชุดก็หลายร้อยบาท เพื่อไม่ให้เป็นการเปลืองเงินมากเกินในระยะยาวแนะนำถ่านชาร์จ Eneloop สีดำ (2400 มิลลิแอมป์) ไปเลยครับ ซื้อ 2 ชุดมาสลับ ๆ เปลี่ยนใช้งานจ่ายแพงทีเดียวตอนแรกแต่ระยะยาวไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

กรณีไฟดับ Wi-Fi ใช้ไม่ได้ก็ยังสามารถสั่งเปิดปิดจาก Bluetooth ได้ปกติเพราะในตัวล็อคมีแบตเตอรี่อยู่ด้วย จุดนี้ผมคิดว่าก็เหมือนกับประตู Smart Lock อื่น ๆ ที่มีแบตเตอรี่ในตัวกันอยู่แล้ว (ไม่งั้นระบบไฟฟ้าจะทำงานยังไง)

หน้าตาประตูด้านนอกดูไม่แปลกแยก กรณีอยู่คอนโดก็จะรู้สึกว่าไม่แปลกแยกผิดแปลกไปจากห้องอื่น ๆ ที่เขาไม่ได้ใช้ที่ล็อคกลุ่มนี้ หรือถ้าห้องอื่นใช้ที่เป็นแบบตัวเลขกด ๆ ก็จะดูอลัง ๆ ของเราก็จะดูธรรมดา ๆ ทั่วไปมากครับ รวมถึงการติดตั้งก็จะต่างกับ Smart Lock ที่มีขนาดใหญ่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่หมดต้องเจาะประตูเพิ่ม ซึ่ง August ไม่ได้เจาะอะไรเพิ่มสามารถใช้ร่วมกับที่ล็อคแบบ Deadbolt เดิมได้เลย

ปัญหาที่พบของ August Smart Lock คือที่รีวิวผมต้องเซ็ทอัพใหม่อยู่สามสี่รอบเพื่อทดสอบการใช้งาน ทำให้เจอปัญหาที่ไม่สามารถเซ็ทอัพ Home ของแอปเปิ้ลได้หลังจากที่เราเซ็ทอัพในแอพ August เสร็จแล้วเรียบแล้ว อาการคือในแอพ Home จะค้นหาอุปกรณ์ไม่เจอ จุดนี้จากที่ลองเองจัดการลบอุปกรณ์ทิ้งในแอพ August ก็แล้ว รีเซ็ททุกสิ่งเท่าที่จะทำได้ในแอพ Home ก็ด้วยก็ยังไม่ดีขึ้น จนมาลองไล่ลำดับการเซ็ทอัพใหม่ในตอนเริ่มต้นให้เซ็ทอัพที่แอพ Home ให้เจออุปกรณ์ให้เรียบร้อยก่อนเป็นลำดับแรก (ซึ่งก็เจออุปกรณ์ปกติ) แล้วค่อยไปเซ็ทอัพที่แอพ August ต่ออีกที ถ้าใครเจอปัญหาแบบนี้ให้ลองทำตามดูนะครับ

รวม ๆ แล้วชอบ August Smart Lock มากทีเดียว เรื่องการสั่งด้วยเสียงจริง ๆ รองรับทั้ง Siri, Amazon Alexa , Google Assistant โดยสองอย่างหลังถ้าคุณมีลำโพง Amazon Echo  หรือ ลำโพง Google Home  ก็ตั้งค่าแล้วสั่งเปิดปิดประตูจากลำโพงได้เลย (อนาคตน่าจะใช้งานร่วมกับลำโพง HomePod ของแอปเปิ้ลได้ด้วย) เท่าที่ผมดูข้อมูลก็จะมีการตั้งค่าความปลอดภัยกับตัวลำโพงเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ใครก็ได้มาสั่งเปิดปิดประตูได้ด้วยครับ และสำหรับเจ้าของบ้านที่ปล่อยเช่ากับ Airbnb ตัวประตู August Smart Lock รองรับการใช้งานร่วมกับระบบการเช่าของ Airbnb ด้วย ซึ่งก็เท่ากับว่าคุณไม่จำเป็นต้องให้กุญแจสำรอง หรือรหัสกดใด ๆ (กรณีใช้ Smart Lock แบบกดรหัสตัวเลข) เพราะผู้เข้าพักสามารถใช้งานแอพได้ในช่วงเวลาที่เข้าพักเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่สามารถใช้แอพเพื่อเปิดปิดประตูได้ และผู้เข้าพักไม่จำเป็นต้องจำรหัสใด ๆ หรือถ้าแบบไทย ๆ เป็นห้องเช่ารายเดือนหรือรายปีก็น่าจะประยุกต์นำมาใข้งานได้เหมือนกันไม่ต้องปั๊มกุญแจกันบ่อย ๆ หรือเปลี่ยนที่ล็อคทุกครั้งหลังผู้เช่าคนเก่าออกแล้วมีคนใหม่เข้ามาเช่าแทน

ส่วนบริการอื่น ๆ ที่สามารถใช้ร่วมได้แต่ในไทยอาจจะไม่ได้รู้จักกัน อาทิ Nest, รีโมท Logitech – Harmony, IFTTT ถ้ามีใครซื้อมาใช้งานในไทยเราสามารถผนวกระบบ August เข้าไปด้วยได้เลย

ราคาของ August Smart Lock ค่อนข้างแรงอยู่เหมือนกัน ราคาเต็ม $230 ซึ่งบางเว็บก็จะมีลดราคาอยู่แถว ๆ $190-200 ถ้าต้องซื้อ August Connect อีก $79 เพิ่มด้วยราคารวมเรียกว่ามหากาฬเหมือนกัน ตัดสินใจกันดี ๆ สินค้ากลุ่มนี้ไม่มีราคาถูกครับ ยิ่งแปะป้ายรองรับ HomeKit ของแอปเปิ้ล และยิ่งรองรับ Smart Home แบรนด์อื่น ๆ ด้วยราคาจะโดดเด่นขึ้นมาอีกเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแบรนด์ที่ไม่รองรับ ส่วนตัวผมก็คิดครับว่าราคาแรงไปหน่อยถ้าราคามาอยู่แถว ๆ $150 แปลงเป็นเงินไทยสัก 5,000 – 6,000 บาท จะกลมกล่อมมาก

สำหรับสินค้า August ในกลุ่ม Smart Home มีอุปกรณ์อื่นด้วยสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บ august.com



You May Also Like:

Siri ภาษาไทยรู้จักคำสั่งเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าของ HomeKit บ้างแล้ว

ใกล้งาน WWDC 2015 ก็จะมีข่าวทางเทคนิคเกี่ยวกับความสามารถใหม่ ๆ ของ iOS 9 ออกมาเรื่อย ๆ โดยล่าสุดเราค้นพบว่า Siri ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยรุ้จักกับคำสั่งเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าบ้างแล้ว ..

iOS 9 จะปรับปรุงแผนที่, คีย์บอร์ดปรับปรุงใหม่, รองรับ Force Touch

ใกล้งาน WWDC 2015 ก็มีข่าวเกี่ยวกับ iOS 9 ออกมาเรื่อย ๆ โดยตอนนี้มีข้อมูลออกมาว่า iOS 9 จะจะปรับปรุงแผนที่, คีย์บอร์ดปรับปรุงใหม่, รองรับ Force Touch ซึ่งหมายความว่า iPhone 6s ก็ต้องมีเซ็นเซอร์ Taptic Engine เดียวกับ Apple Watch ..

NYTimes ชี้..แอปเปิ้ลเปิดตัวแอปสุขภาพและระบบเชื่อมต่อควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

เว็บหนังสือพิมพ์ The New York Times เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่าแอปเปิ้ลจะเปิดตัวแอปด้านสุขภาพและระบบควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านแน่นอน ..

Share

Tweet

Email