48 ชั่วโมงกับ iPhone X

48 ชั่วโมงกับ iPhone X

ได้ใช้ iPhone X แบบเต็ม ๆ ในช่วง 2 วันมานี้ เลยอยากมาบอกเล่ากันสักนิดว่ารู้สึกนึกคิดยังไงบ้างเกี่ยวกับ iPhone X

iPhone X อย่างที่รู้กันว่าตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่ารุ่นพลัส แต่ขนาดจอมีพื้นที่มากกว่า ตัวเครื่องจริง ๆ จะมีขนาดยาวกว่า iPhone รุ่นหน้าจอ 4.7 นิ้วเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นคนชอบเครื่องเล็กมากกว่าพอมาถือ iPhone X ก็รู้สึกมั่นใจในการจับถือกว่าเครื่องหน้าจอ 5.5 ที่มีขนาดใหญ่กว่าพอควร

***แก้ไขข้อมูลในวิดีโอ : เพิ่งมาพบหลังจากทำวิดีโอเสร็จแล้วว่าตอนนี้ YouTube ทำให้ใข้ 2 นิ้วถ่างเพื่อขยายเต็มหน้าจอได้ครับ ขออภัยที่ไม่สามารถแก้ไขวิดีโอได้ทันท่วงที***

หน้าจอ OLED ของ iPhone X เทียบทั้งความสว่างและการแสดงสีสันกับ iPhone รุ่นอื่นที่เป็นจอ LCD สว่างกว่าและขับสีได้จัดจ้านกว่า รวมถึงสีดำบนหน้าจอ iPhopne X ที่ทำได้ดำสนิทมากกว่าจุดนี้ถ้าใช้ทั่วไปไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่ถ้าเป็นคนที่มักคุ้นกับทีวี OLED น่าจะชอบจอ iPhone X ไปด้วย

สิ่งที่ต้องปรับตัวพอสมควรในช่วง 48 ชั่วโมงแรกคือการใช้งานจากที่ตัวเครื่องไม่มีปุ่ม Home ให้กดแล้ว เหลือแต่หน้าจอเปล่า ๆ อย่างเดียวเลยทำให้มีเผลอเอื้อมนิ้วโป้งจะกดปุ่ม Home อยู่บ้าง (ฮ่าๆ) จากการใช้ผมว่าตรงนี้คือจุดที่เราต้องปรับตัวมากที่สุดในเครื่องแล้วครับ แต่รวม ๆ กันผมว่าใช้เวลาปรับตัวไม่นานอะไร แค่ต้องจำกันใหม่ว่าลากนิ้วบริเวณแบบไหนได้อะไรขึ้นมา ส่วนตัวมองว่า iPhone X คือจุดเริ่มต้นการใช้งานเครื่องแบบใหม่ที่เราจะเจอไปตลอดในอีกหลายปี

Face ID คิดว่าทุกคนที่ติดตามข่าว iPhone X คงเห็นเว็บต่างประเทศทดสอบ Face ID กันไปมากพอควรแล้ว ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่ดูต่างประเทศรีวิว Face ID ไปมากพอควร พอได้มาใช้จริงแบบเต็ม ๆ ก็สะดวกดีไม่ต้องมีจังหวะวางนิ้วที่ปุ่ม Home แล้ว เรื่องความสะดวกที่ตอนนี้มักโดนเทียบกันระหว่าง Face ID ผมว่าไม่ต่างกับ Touch ID นะครับ มีแค่ตอนนอนตะแคงแล้วหน้าเรายังจมอยู่ในหมอนไปสักครึ่งหน้าแบบนี้ก็เจอว่าสแกนใบหน้าไม่ได้เหมือนกัน ส่วนความรวดเร็วในการสแกนใบหน้าของ Face ID เท่าที่ได้ใช้งานถือว่ารวดเร็วดี

ส่วนเรื่องการเรียนรู้จดจำใบหน้าของเราทั้งหน้าปกติ ใส่แว่น/ถอดแว่น ใส่หมวก ถือว่า Face ID ทำได้ดีทีเดียว จากที่ได้ใช้เครื่องมา 2 วันผมว่าระบบการเรียนรู้ใบหน้าโอเคมาก (มีจังหวะที่ถือแก้วน้ำบังหน้าก็สแกนได้ด้วย แต่อันนี้ไม่ชัวร์ขอลองให้ชัวร์ก่อนว่า Face ID ทำได้จริงๆ) เท่าที่ลองของกับ Face ID ในการใช้งานปกติจะใส่แว่น ถอดแว่น ทำผมเรียบ ๆ ผมฟู ๆ สามารถปลดล็อคได้หมด โอเคว่าจุดนี้เราคงได้เห็นข่าวต่าง ๆ ว่าใช้หน้ากากก็ปลดล็อคได้ ซึ่งในการใช้งานจริงเราคงไม่มีใครมาทำหน้ากากเป็นใบหน้าของเราครับ จุดนี้ก็คงต้องแยกกันระหว่างการใช้งานจริงกับการทดสอบแบบโหด ๆ ที่ทำกัน ส่วนเรื่องฝาแฝดเหมือนก็เป็นจุดที่แอปเปิ้ลเคยอธิบายตอนเปิดตัวไปแล้วว่ามีโอกาสที่จะสแกนใบหน้าแทนกันได้ ก็ต้องรอให้แอปเปิ้ลพัฒนา Face ID ให้เก่งขึ้นไปเรื่อย ๆ กว่านี้

เรื่องกล้องถ่ายรูปทั้งกล้องหลังและกล้องหน้าถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ทั้งคู่ก็โอเคครับ ส่วนตัวผมไม่อะไรมากกับกล้องหน้ามากนักเพราะเป็นคนที่ถ่ายรูปเซลฟี่น้อยมากเป็นทุนเดิม สิ่งที่ผมชอบคือกล้องด้านหลังมากกว่าที่แอปเปิ้ลปรับให้เลนส์เทเลสามารถรับแสดงได้ที่ระดับ f2.4 (ใน iPhone 8 Plus เลนส์เทเลค่า f2.8) เท่าที่ใช้ส่งผลให้เวลาเราใช้งานโหมดหน้าชัดหลังเบลอภาพที่ได้มีความสว่างเพิ่มมากขึ้นด้วย หรือถ้าอยู่ในแสงน้อย ๆ ภาพที่ได้ก็จะดูโอเคกว่าภาพเดียวกันจาก iPhone 8 Plus

กล้องหน้าใน iPhone X มีให้เลือก Portrait Mode มาด้วยทำให้เวลาถ่ายรูปเราสามารถถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วย แล้วยังสามารถเลือก Portrait Lighting ได้อีกด้วย จากที่ได้ใช้เหมือนว่าต้องยื่นมือกันสุดแขนสักนิดเพื่อให้หน้าดูไม่เต็มจอมากเกินไป

เท่าที่ตามอ่านคนที่ได้ใช้ iPhone X บ้างก็ว่ากล้องหน้า iPhone X สีจริงเกินไปไม่มีโหมดปรับหน้านวล ๆ ขาววิ้งเหมือนยี่ห้ออื่น จริง ๆ แล้ว Portrait Lighting แล้วเลือก Studio Light ก็พอช่วยได้อยู่บ้างเพราะภาพโดยรวมจะดูสว่างมากขึ้นก็เลยทำให้หน้าดูสว่างขาวเพิ่มมากขึ้นด้วย

รวม ๆ แล้วสำหรับ iPhone X จากที่ได้ใช้แบบเร็ว ๆ ใน 48 ชั่วโมง เรื่องที่ปรับตัวเยอะสุดก็คงเป็นเรื่องรูปแบบการกดการลากหน้าจอที่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่ก็เป็นส่วนที่ผมชอบด้วยเหมือนกัน สำหรับ Face ID ในการใช้งานจริงถือว่าทำได้โอเคจุดนี้รออ่านเพิ่มเติมในรีวิวอีกทีนะครับ มีเรื่องให้พูดถึงกันอีกหลายประเด็นเลย สนุกสุดในช่วงนี้ Animoji ส่งรัว ๆ โพสรัว ๆ กล้องหน้าถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้คงได้ใช้งานมากขึ้นจากเดิมที่เป็นคนใช้กล้องหน้าน้อยมากจริง ๆ

รูปภาพทั้งหมดในนี้ใช้ iPhone 8 Plus ถ่าย

—————————————————————————

ใครสนใจ iPhone X ขอแนะนำโปรโมชันจากเอไอเอส รับส่วนลดสูงสุด 7,000 บาท พร้อมได้สิทธิ์เป็นลูกค้า Serenade ได้ดูฟรีแพ็กเกจ Premier Full HD นาน 6เดือนและยังโบนัสดู Netflix ฟรี 3 เดือนอีกด้วยครับ

ใครที่สนใจก็ติดต่อได้ที่ AIS Shop ทุกสาขา หรือหากใครไม่สะดวกเดินทาง ก็สามารถสั่งผ่าน AIS Online Store รอรับเครื่องอยู่บ้าน หรือที่ทำงานได้เลย สะดวกมากๆ ครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.ais.co.th/iphonex



You May Also Like:

ค่าเคลม iPhone X กรณีอยู่นอกเหนือการรับประกัน 25,822 บาท

ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับค่าเคลม iPhone X ในไทยมาแล้วราคาหนาวสะท้าน...ไต 25,822 บาท ..

แกะกล่อง iPhone X

ได้รับเครื่องมาแล้วเรียบร้อยสำหรับ iPhone X เลยนำมาแกะกล่องให้ได้ดูกันก่อนเลยครับ  ..

AIS เปิดให้สั่งซื้อ iPhone X ล่วงหน้าแล้ว ลดสูงสุด 7,000 บาท …เครื่องหมดในเวลา 7 นาที

AIS เปิดหน้าเว็บให้สั่งซื้อ iPhone X ล่วงหน้าแล้วโดยมีส่วนลดสูงสุด 7,000 บาท ..

Share

Tweet

Email