รีวิว : หูฟัง B&O Play H8i และ H9i

รีวิว : หูฟัง B&O Play H8i และ H9i

ได้รับข้อความสั้น ๆ มาว่าหูฟัง B&O Play H8i และ H9i มาแล้วจะเอาไปลองฟังมั้ย ไม่พลาดครับรีบดิ่งไปรับมาลองทันที

สำหรับหูฟัง B&O Play H8i และ H9i เป็นหูฟังรุ่นที่อัพเดทมาจาก B&O Play H8 และ H9 สิ่งที่เปลี่ยนไปภายนนอกหลัก ๆ คือเรื่องดีไซน์ที่มีการปรับเปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนหน้า สำหรับ H8i จะเป็นหูฟังครอบหัวแบบ On-Ears ส่วน H9i จะเป็นหูฟังครอบหัวแบบ Over-Ears

ทีนี้เรามาดูรุ่น H8i กันก่อน สำหรับรุ่นนี้อย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นหูฟังครอบหัวแบบ On-Ears ขนาดของหูฟังถือว่าไม่ใหญ่นัก บริเวณนวมหูฟังจะเป็นหนังแกะซึ่งมีความนิ่มมาก บริเวณหนังที่คาดศรีษะเป็นหนังวัว ก้านหูฟังเป็นอะลูมิเนียม

ฟีเจอร์ของหูฟัง H8i คือมี ANC หรือ Active Noise Cancelled ช่วยกั้นเสียงภายนอกไม่ให้เข้ามา ทำให้เวลาเราฟังเพลงก็จะไม่ได้ยินเสียงภายนอกไปด้วย

ส่วนปุ่มกดต่าง ๆ ของ H8i มีอยู่ข้างใต้หูฟังทั้งสองข้าง ข้างซ้ายเป็นปุ่มปรับสำหรับการเลือกใช้ ANC ส่วนด้านขวาจะเป็นปุ่มกดปรับเสียง กดเล่นเพลง/หยุดเพลง

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบใน H8i ก็คือมีเซ็นเซอร์ตรวจจับเวลาเราถอดหูฟังเพลงที่ฟังอยู่ก็จะหยุดเอง แล้วพอเรายกหูฟังขึ้นมาสวมศรีษะของเราเพลงก็จะเล่นต่อเอง ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ดีมากครับ

ถัดมา H9i ขนาดก็จะใหญ่กว่ารุ่นด้านบนอีกนิด ตามรูปแบบเรียกว่าเป็นหูฟัง Over-Ears ด้วยเหตุที่ตรงบริเวณหูฟังทั้งสองข้างเวลาเราใส่เข้าไปจะครอบใบหูของเราทั้งหมด ซึ่งจะต่างกับ On-Ears ที่นวมหูฟังจะยังอยู่บนใบหูของเรา

สำหรับ H9i บริเวณนวมหูฟังก็ทำจากหนังแกะแล้วก็นิ่มมากเช่นกัน รวมถึงบริเวณหนังด้านบนของที่คาดศรีษะที่ทำจากหนังวัว บริเวณก้านหูฟังเป็นอะลูมิเนียมสามารถปรับระดับได้

โดยรวมเรื่องวัสดุของ H8i และ H9i ถือว่าพรีเมี่ยมมาก ๆ

ด้านฟีเจอร์ของหูฟังทั้งสองรุ่นที่มีเหมือนกันก็คือระบบ ANC – Active Noise Cancelled ป้องกันเสียงจากภายนอกไม่ให้มารบกวนตอนฟังเพลง และมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเครื่องไหวเวลาที่เราถอดหูฟังออกมาเพลงก็จะหยุดเล่นและเมื่อเราสวมหูฟังที่ศรีษะเราอีกครั้งเพลงก็จะเล่นต่อเองจากเมื่อครู่

ในส่วนของ ANC – Active Noise Cancelled เท่าที่ลองจากหูฟังทั้งสองรุ่นถือว่าประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนภายนอกอยู่ในระดับที่ดีมาก ซึ่ง H9i จะทำได้ดีกว่าเล็กน้อยเพราะบริเวณหูฟังจะครอบเราไปทั้งหูก็จะรู้สึกได้ว่ากั้นเสียงภายนอกออกไปได้หมดจดกว่า

ในการของการกั้นเสียงภายนอกสำหรับคนที่เกรงว่าเดินฟังเพลงไปเพลิน ๆ แล้วไม่ได้ยินเสียงภายนอกจะทำยังไงเดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุมาจะยุ่ง จุดนี้ในหูฟัง Beoplay ทั้งสองรุ่นเขาก็มีโหมด Tranparent ปรับเพื่อให้เราได้ยินเสียงภายนอกเข้ามาได้ด้วย เท่าที่ลองเสียงภายนอกที่เข้ามาให้เราได้ยินอยู่ในระดับที่ไม่ได้เสียงดังเท่ากับระดับเสียงปกตินะครับ เสียงจะเบาพอควรแต่ยังรู้เรื่องว่าเป็นเสียงรถวิ่งผ่านไปมา เสียงแม่ค้าพูดคุยกัน

ด้านการปุ่มกดต่าง ๆ ถ้าเป็นของ H8i จะเป็นปุ่มกดอยู่ข้างใต้หูฟังแต่ละข้างทำให้เรารู้เลยว่าปุ่มนี้ใช้กดเพื่อลดเพิ่มระดับเสียงนะ ปุ่มนี้ให้เลื่อนเพื่อปรับเป็นโหมด ANC และ Tranparent นะ ก็จะค่อนข้างง่ายในการกดคำสั่งต่าง ๆ ขณะเราฟังเพลง

ส่วน H9i ไม่มีปุ่มคำสั่งแบบเป็นปุ่ม ๆ แต่มาเป็นระบบสัมผัส Touch Control ที่บริเวณหูฟังด้านขวา โดยจะเป็นแบบการแตะตรงกลางบริเวณโลโก้ก็จะเป็นเล่นเพลงหยุดเพลง สไลด์นิ้วเลื่อนขึ้นหรือลงจะเป็นโหมด ANC หรือ Tranparent ส่วนการปรับระดับเสียงจะใช้นิ้ววน ๆ รอบหูฟังทั้งตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา

ซึ่งจากที่ผมใช้ ผมค่อนข้างตะกุกตะกักกับแตะและสัมผัสบน H9i เพื่อควมคุมหูฟังอยู่เหมือนกัน เช่นถ้าจะเพิ่มระดับเสียงเวลาหมุนนิ้วยกนิ้วขึ้นไปวน ๆ ก็จะวนไม่เป็นวงกลมตลอดก็จะต้องมาหมุนย้ำ ๆ อีกครั้งสองครั้ง จุดนี้คิดว่าถ้าใครปรับตัวได้ก็น่าจะโอเคในการใช้งานครับ ส่วนตัวผมขอแบบเป็นปุ่ม ๆ ของ H8i ใช้งานสะดวกกว่า

ความพิเศษของ H9i ที่ต่างไปจาก H8i ก็คือแบตเตอรี่สามารถถอดเปลี่ยนได้ โดยแบตเตอรี่จะซ่อนอยู่ในหูฟังด้านซ้าย ถ้าจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็หมุนที่ฝาหูฟังแล้วหยิบแบตเตอรี่ออกมาแค่นั้น โดยแบตเตอรี่ของ H9i ชาร์จหนึ่งครั้งตามสเป็คใช้ฟังเพลงได้ต่อเนื่องสูงสุด 16 ชั่วโมง ส่วน H8i จะเป็นแบตเตอรี่บิวด์มาเลยไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ แต่ H8i ตามสเป็คแบตเตอรี่ชาร์จไฟหนึ่งครั้งใช้ฟังต่อเนื่องได้สูงสุด 30 ชั่วโมง โดยทั้งคู่ชาร์จไฟผ่านช่อง USB-C

ด้านเสียงของ H8i และ H9i แม้จะมีความต่างของขนาดหูฟังที่เราเห็นได้ แต่โทนเสียงของทั้งคู่ไปในโทนเดียวกันคือนวล ๆ ลอย ๆ เสียงเบสมีน้ำหนักแต่ไม่กระแทกกระทั้น เสียงโดยรวมบของทั้งคู่ประกอบกับการมีการกั้นเสียงภายนอก (ANC) ยิ่งทำให้เสียงต่าง ๆ ชัดเจนมากขึ้น

สิ่งที่ต่างกันของหูฟังสองรุ่นนี้เวลาฟังเทียบกันก็คือ H9i ให้ซาวด์สเตจที่กว้างกว่าด้วยความที่เป็นหูฟังแบบ Over-Ears ที่ครอบหูเราเข้าไปเลยก็จะรู้สึกถึงมิติเสียงที่กว้างกว่า H8i ที่เสียงจะลอย ๆ อยู่ข้างหูแบบแนบชิด จุดนี้ถ้าใครต้องการมิติเสียงที่กว้างขึ้นก็ต้องเลือก H9i ครับ

อีกสิ่งที่ทำได้ดีพอกันของทั้งคู่คือเวลาใช้คุยโทรศัพท์ที่เสียงคู่สนทนาชัดและคมมาก จะบอกว่าเป็นอานิสงค์ของการมี ANC ก็ไม่ผิด แต่เท่าที่ได้ลองหูฟังที่เป็นลักษณะนี้ผมว่า H8i และ H9i เสียงคู่สนทนาชัดเจนที่สุด ส่วนเสียงพูดของเราเท่าที่สอบถามจากเพื่อนที่คุยด้วยถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเลยครับ

จากที่ใช้งานทั้ง H8i และ H9i ในเวลาเดียวกันแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นต่างกันชัดนะครับ เช่นว่า H8i เหมาะกับคนใส่แว่นมากกว่า H9i เพราะถ้าเป็น H9i เวลาเราใส่ตัวนวมหูฟังที่ครอบหูเราก็จะทับขาแว่นไปด้วย แต่จริง ๆ  แล้วก็ไม่ใช่ว่าไม่สะดวกหรืออึดอัดอะไรนะครับคนใส่แว่นก็ใช้ได้เหมือนกัน ส่วนน้ำหนักของหูฟังถ้าเน้นพกพา H8i ก็จะโอเคกว่าในแง่น้ำหนักที่เบาและขนาดที่เล็กกว่า เรียกว่าทั้งคู่กินกันไม่ลงครับอยู่ที่ไลฟ์สไตล์ของเราเลยว่าเป็นแบบไหน ส่วนตัวผมชอบเสียงจาก H9i ที่ซาวด์สเตจกว้างกว่า แต่ชอบปุ่มกดของ H8i มากกว่า

ถือว่าทั้งคู่เป็นหูฟังแบบครอบหัวทีให้เสียงที่ละมุนมากครับ

ราคา :

  • B&O Play H8i – 17,900 บาท
  • B&O Play H9i – 19,900 บาท


เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

RTB Technology

ราคา

17,900 / 19,000 บาท

ร้านค้าอื่นๆ ที่จัดจำหน่าย

  • iStudio
  • Siam Discovery (Digital Lab)
  • Power Buy
  • Power Mall
  • Munkong Gadget
  • .Life
  • Soundproofbros
  • King Power
Headphones Wireless Headphones

kangg

You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง Sennheiser CX 6.00BT

หูฟังสัญชาติเยอรมนี Sennheiser เป็นหูฟังที่หลายคนชอบในเสียงที่มีพลังเสียงแต่ไม่บุ่มบ่ามลองมาดูกันว่า Sennheiser CX 6.00BT จะยังคงทำได้ดีเช่นเดิมหรือไม่ ..

รีวิว : หูฟัง Jabra – Elite 65t

สำหรับหูฟัง Jabra - Elite 65t เพิ่งเปิดตัวในไทยกันไปแบบอุ่น ๆ เรานำมารีวิวให้ดูให้อ่านกันทันใจ ซึ่งผมยกให้หูฟังตัวนี้เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันของ Jabra ยุคใหม่ที่ให้เสียงได้ดีมากรุ่นหนึ่งในปัจจุบัน ..

รีวิว : หูฟัง JayBird – Run

ชื่อ JayBird ในแวดวงหูฟังสำหรับคนออกกำลังกายถือว่ามีชื่อเสียงมากแบรนด์หนึ่ง คนออกกำลังกายหลายคนปลื้ม แนะนำกันปากต่อปากก็เยอะ ซึ่งล่าสุด JayBird ออกหูฟังรุ่น Run มาใหม่เป็นแบบไร้สายจริง ๆ ของ JayBird เลยทีเดียว  ..

Share

Tweet

Email