iPad 9.7 (2018) หรือ iPad Pro 10.5 ?

iPad 9.7 (2018) หรือ iPad Pro 10.5 ?

หลังจากที่ iPad 9.7 รุ่นใหม่ออกมาแถมใช้กับ Apple Pencil ได้ด้วย เรียกว่าใครกำลังตัดสินใจซื้อ iPad ตอนนี้ตัดสินใจง่ายมากขึ้น แต่ก็ยังไม่วายสงสัย iPad 9.7 ที่เพิ่งออกมาใหม่ต่างกับ iPad Pro 10.5 ยังไงบ้าง จริง ๆ แล้วเราควรโดนรุ่นไหนกว่ากัน 

สำหรับคนที่กำลังสนใจจะซื้อ iPad 9.7 ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่แล้วก็เป็นรุ่นที่ใช้ Apple Pencil ได้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเราคงอดเปรียบเทียบกับ iPad Pro 10.5 ไม่ได้ใช่มั้ยครับ ลองมาดูกันเป็นข้อ ๆ ว่ามีอะไรที่เป็นจุดต่างกันบ้าง

สเป็คเครื่อง

ถ้าดูจากสเป็ค iPad 9.7 ที่เพิ่งออกใช้ชิพ A10 Fusion เทียบกับ iPad Pro 10.5 ที่ใช้ A10X Fusion ภาพรวมทั่วไปต่างกันไม่เยอะมากนัก ซึ่ง iPad 9.7 เพียงพอ…จริง ๆ ต้องบอกเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป สิ่งที่ต่างกันในส่วนสเป็คเครื่องคือ

ชิพ A10X Fusion ที่ใช้ใน iPad Pro 10.5 ความเร็ว 2.3GHz แบบ 6-Core แบ่งเป็น 3-Core สำหรับจังหวะการทำงานทั่วไปไม่ต้องประสิทธิภาพอะไรมากนัก และอีก 3-Core จะตอบสนองเมื่อมีการใช้งานที่ต้องการ ๆ ประมวลผลที่สูงมากขึ้น ด้านหน่วยประมวลผลกราฟิก PowerVR 12-Core โดย iPad Pro 10.5 มีแรมในเครื่องมาด้วย 4GB

ชิพ A10 Fusion  ที่ใช้ใน iPad 9.7 (2018) ความเร็ว 2.2GHz แบบ 4-Core แบ่งเป็น 2-Core สำหรับจังหวะการทำงานทั่วไปไม่ต้องประสิทธิภาพอะไรมากนัก และอีก 2-Core จะตอบสนองเมื่อมีการใช้งานที่ต้องการ ๆ ประมวลผลที่สูงมากขึ้น หน่วยประมวลผลกราฟิกใช้ PowerVR 6-Core และมีแรมในเครื่อง 2GB

จากข้างต้นสเป็ค iPad Pro ดีกว่าพอควรเมื่อจำเป็นต้องใช้งานหนัก ๆ อาทิ การรีทัชรูปภาพทั้ง JPG และ RAW  ที่ขนาดไฟล์ใหญ่มาก ๆ หรือตอนเล่นเกมที่ภาพสวยงามใช้กราฟิกโหด ๆ หรืออย่างการตัดต่อวิดีโอ ก็จะเริ่มเห็นความต่าง

แต่จากที่ใช้งาน iPad Pro 10.5 ในปัจจุบันเท่าที่เคยลองเปิดรูปไฟล์ RAW ขนาดประมาณ 80MB ก็เปิดมาตกแต่งรูปได้ไม่อืดอะไร (ซึ่งก็ลองแค่ 2-3 ไฟล์นะครับไม่ได้เปิดมาพร้อมกันทีละ 10 รูป) ตรงนี้ผมเคยเทียบกับ iPad Pro 9.7 (A9X / 2-Core / แรม 2GB) เปิดไฟล์ RAW เดียวกันผมว่าทำงานได้คือกัน มีความต่างตอนจังหวะปรับสี ปรับแสง ที่ iPad Pro 9.7 มีความอืดความช้ากว่าเล็กน้อยแบบอืดรอกันได้จังหวะแค่แว้บเดียวไม่ได้ช้ากว่าเป็นหลาย ๆ วินาทีหรือถึงขึ้นเป็นหลักนาที

ส่วนการตัดวิดีโอ ด้วยความที่บน iOS ผมใช้ iMovie เป็นหลักในการตัดต่อ ตรงนี้ต้องบอกว่าสเป็ค iPad ทุกรุ่นในปัจจุบันเหลือเฟือในการใช้งานร่วมกับ iMovie ครับ เพราะตัวแอพ iMovie เองก็ไม่ได้ทำอะไรได้เยอะมากนัก และก็ไม่เหมาะกับการนำไฟล์วิดีโอจากกล้องใหญ่ (Mirrorless, DSLR) มาตัดต่อ ฉะนั้นถ้าแค่เราถ่ายวิดีโอจาก iPhone ก็ดี iPad ก็ดี จะ 4K หรือจะ 1080p จากโทรศัพท์มือถืออื่น ๆ ไม่มีปัญหาครับ สเป็คของ iPad เหลือเฟือกับ iMovie มานานแล้ว

ทีนี้เรื่องแรมที่ต่างกันตรงนี้ผมว่าเห็นผลสุดสำหรับการใช้งานทั่วไประหว่าง 2GB กับ 4GB ถ้าจะเห็นผลแบบที่นึกออกได้เหมือน ๆ กันอย่างเช่นเวลาเราเปิดเล่นเว็บต่าง ๆ ใน Safari เครื่องที่แรมน้อยกว่าเวลาเราเปิดหน้าเว็บเยอะ ๆ สลับไปมาระหว่างเว็บ หรือจังหวะสลับแอพไปแล้วกลับมาที่ Safari มีโอกาสที่หน้าเว็บจะมีการรีโหลดใหม่มากกว่า ตรงนี้บางคนก็ซีเรียสและหงุดหงิดที่หน้าเว็บใน Safari ต้องรีโหลดใหม่ และอีกหลายคนก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหาอะไรกับเรื่องนี้

ก็ต้องลองดูครับว่าตัวเราเองซีเรียสกับสเป็คข้างต้นรึเปล่า

คุณภาพหน้าจอ

ไม่ได้เห็นหรือทิ้งห่างกันชัดครับในเรื่องนี้ โดย iPad Pro 10.5 เป็นจอ P3 ที่แสดงขอบเขตสีได้มากกว่า ส่วน iPad 9.7 จะเป็นจอธรรมดาก็จะแสดงสีได้แคบลงมาหน่อย แต่ไมได้ถึงว่าเป็นจอธรรมดาแล้วจะแสดงสีสันได้ไม่ครบนะครับ

ผมยกตัวอย่างพอให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็แล้วกัน สมมุติว่าในรูปภาพที่มีบางส่วนสีดำที่มีการไล่เงา บน iPad 9.7 ที่เป็นจอธรรมดาสมมุติว่าไล่เฉดสีดำได้ 10 ระดับ บน iPad Pro 10.5 อาจจะไล่เฉดได้ 20 ระดับค่อย ๆ ไล่จากส่วนดำสุดไล่โทนไปเรื่อย ๆ แบบสมูทกว่า การไล่แสงไล่เงาของสีดำก็จะดูนวลกว่ากันในจุดนี้

รวมถึงความอิ่มของสีที่ทำได้ดีกว่า แต่ๆๆๆ ถ้าคุณไม่ได้เป็นสายซีเรียสหรือมืออาชีพที่เห็นความต่าง ‘นิดหน่อย’ ในเรื่องนี้ก็ไม่ต้องไปคิดมากกว่าจอธรรมดากับจอแบบ P3 ต่างกันอย่างไร

ส่วนขนาดหน้าจอ 9.7 นิ้วกับ 10.5 นิ้ว ส่วนตัวจากที่ใช้ผมว่าไม่ได้เห็นผลต่างกันมากสำหรับพื้นที่ ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย

จำนวนลำโพง

จะว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ได้ แต่ส่วนตัวผมใช้ iPad Pro 10.5 ที่มี 4 ลำโพงรอบเครื่อง ตอนฟังเพลงหรือตอนเปิดดูหนัง เสียงมีความดังกว่า iPad รุ่นเดิม ๆ ที่มีแค่ 2 ลำโพงท้ายเครื่องมา จุดนี้ผมว่าถ้าคุณขยับมาจาก iPad รุ่นเก่าที่ไม่ใช่ iPad Pro จะไม่รู้สึกอะไรครับ แต่ถ้าคุณมี iPad Pro สักรุ่นอยู่ด้วยถ้าเปิดเสียงเทียบกันก็จะเห็นความต่าง

กล้องถ่ายรูปและวิดีโอ

ข้อนี้ยกมือก่อนเลยว่าผมเป็นคนที่ยก iPad ขึ้นมาถ่ายรูปน้อยมากถึงมากที่สุด สำหรับ iPad 9.7 สเป็คกล้องถือว่ากั๊กไว้ให้รู้สึกว่ามีความต่างกับ iPad Pro อยู่พอควร โดย iPad 9.7 กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล (F2.4) กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล ส่วน iPad Pro 10.5 กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล (F1.8) กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล จากสเป็คก็มีความต่างอยู่พอควร ไม่นับเรื่องค่ารูรับแสงที่เห็นผลเมื่อถ่ายในที่แสงน้อยที่ iPad Pro 10.5 ทำได้ดีกว่า

ทีนี้พอผมใช้ iPad Pro หยิบมาถ่ายรูปน้อยมาก ๆ เรื่องถ่ายวิดีโอด้วย iPad ยิ่งน้อยลงไปอีก ในปี ๆ นึงผมว่าผมใช้ iPad ถ่ายรูปสัก 3 ครั้งไม่น่าเกินนี้ จากสเป็คของ iPad 9.7 ผมเลยไม่อะไรมากที่ถ่ายวิดีโอได้แค่ระดับ Full HD เทียบกับ iPad Pro 10.5 ที่ถ่ายวิดีโอที่ระดับ 4K ได้นั้น เพราะสุดท้ายแล้วผมมักถ่ายวิดีโอจาก iPhone ที่ใช้อยู่เสียมากกว่าแล้วค่อยโอนไฟล์มาบน iPad ในกรณีที่ต้องการตัดต่อกับ iMovie แบบเร่งด่วน

จุดนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นกับน้อยคนมากในการเลือกซื้อ iPad เพราะหลายคนมีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายวิดีโอได้ดีกว่า iPad กันอยู่แล้ว

ความจุตัวเครื่อง (เลือก 128GB เถอะ)

สำหรับความจุตัวเครื่องของ iPad 9.7 มีให้เลือก 32GB ไม่ก็ 128GB ทีนี้ถ้าถามผม ๆ แนะนำให้ไปที่ 128GB ด้วยเหตุผลว่าเครื่องรุ่น 32GB เปล่า ๆ แกะกล่องเปิดมามีพื้นที่ใช้งานจริงอยู่สัก 27GB ทีนี้พอเราใช้งานไประยะหนึ่ง อาจจะมีเก็บรูป เก็บไฟล์วิดีโอไว้ในเครื่องอยู่เรื่อย ๆ ถ้ามีการเล่นเกมที่มีขนาดไฟล์ใหญ่ด้วย แว้บเดียวครับพื้นที่อันน้อยนิดของความจุ 32GB เต็มครับ  ซึ่งหลาย ๆ คนทีใข้อุปกรณ์ iOS ในตอนนี้ไม่เคยโอนไฟล์ไปเก็บที่คอมพิวเตอร์เลย เลยว่าไม่เคยแบ็คอัพ iPhone, iPad กันเลย  iCloud ที่ให้ฟรี 5GB ก็ไม่พอแบ็คอัพใด ๆ แล้วก็ไม่ได้ซื้อพื้นที่ใน iCloud เพิ่ม สุดท้ายเลยไม่แบ็คอัพข้อมูลอะไรไว้ที่ไหนเลย พอพื้นที่ในเครื่องน้อยไม่รู้จะโอนไฟล์ไปที่ไหนจะลบก็เสียดาย ตรงนี้ผมว่าเพิ่มเงินอีกเล็กน้อยไปความจุ 128GB จะดีกว่า ส่วนตัวผมตอนนี้ใช้ iPad Pro 10.5 ความจุ 256GB ผมใช้พื้นที่ในเครื่องอยู่ราว ๆ 50-80GB ตามแต่ว่าบางช่วงผมโอนไฟล์วิดีโอจาก iPhone ไปตัดต่อด่วน ๆ ที่ iMovie รึเปล่า หรือมีการเก็บไฟล์เอกสารประเภท PDF ไว้อ่านเยอะกี่มากน้อย

อ่านถึงตรงนี้ถ้าตัวเราเป็นประเภทตะบี้ตะบันใช้งานอย่างเดียวไม่แบ็คอัพใด ๆ ไม่ซิงค์ข้อมูลกับ iTunes ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แถมทุกอย่างก็อยากให้อยู่ในเครื่องที่เราใช้งาน ก็น่าจะได้คำตอบอยู่นะครับ

ไม่มีช่องต่อ Smart Connector

ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกเช่นกัน เพราะ Smart Connector ในปัจจุบันมีแค่ Smart Keyboard ที่เชื่อมต่อกับขั้วต่อตรงนี้ ซึ่งราคาคีย์บอร์ดก็แพงลิบโลก ตรงนี้จากที่ผมผ่านมาทั้งคีย์บอร์ดแบบ Bluetooth และ Smart Keyboard ขอบอกว่ามีความต่างครับ

ความต่างในทีนี้เวลาเราใช้คีย์บอร์ดแบบ Bluetooth ที่ต่อกับ iPad ผมมีประเด็นว่าตั้งแต่ iOS 10 เรื่องมาถึง iOS 11 การกดสลับภาษาที่ปุ่ม Caplock บนคีย์บอร์ด Bluetooth หลายครั้งที่กดแล้วไม่สลับภาษา ตอนแรกที่ยังไม่ได้ใช้ Smart keyboard ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรครับ แต่พอหน้ามืดซื้อ Smart Keyboard มาใช้งานกับ iPad Pro 10.5 เห็นความต่างมากพอควร ตั้งแต่เรื่องการสลับภาษาที่ปุ่ม Caplock (บน Smart Keyboard จะเป็นปุ่มสลับภาษาโดยตรงเลย) ที่ทำได้ดีลื่นไหลกดแล้วเปลี่ยนกดแล้วสลับให้ไม่มีงอแงเหมือนเวลาใช้คีย์บอร์ดแบบ Bluetooth

ตรงนี้ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนที่จะมาพิมพ์งานจริงจังบน iPad ก็มองข้ามไปได้เลย การเลือก iPad 9.7 น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องในการเลือก

ราคา

จุดต่างที่เด่นสุดที่ใครเห็นก็ตาโตครับ ชนิดว่าคนที่ใช้ iPad Pro มองค้อนกันเลยทีเดียว เพราะราคาห่างกันประมาณเท่าตัว แม้ว่าจากสเป็คหลายอย่างจากตัวหนังสือหรือตัวเลขจะต่างกันก็เถอะ แต่ถ้าเราอยากได้แค่ว่า iPad ราคาไม่แพงที่ใช้งานกับ Apple Pencil ได้ ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ก่อนแอปเปิ้ลจะเปิดตัว iPad 9.7 (2018) เราไม่มีตัวเลือกครับ อยากใช้ Apple Pencil เราต้องจ่ายเงินเริ่มที่เกือบ 30,000 บาท สำหรับคอมโบ้ iPad Pro + Apple Pencil ทีนี้พอ iPad 9.7 รุ่นธรรมดาใช้ Apple Pencil ได้ด้วยราคาหายไปครึ่ง ๆ แม้ว่าสเป็คจะมีต่างกันก็เถอะ

ส่วนตัวอยากให้มองไปที่รุ่นความจุ 128GB + Apple Pencil ก็จะเท่ากับ 14,900 + 3,400 บาท เท่ากับเริ่มที่ 18,300 บาท แต่ถ้าคิดว่าใช้งานไม่ถึงก็จะเลือกแค่ 32GB + Apple Pencil ก็จะเหลือ 14,900 บาท เทียบกับ iPad Pro ถือว่าราคาต่างกันมาก

น่าจะพอเห็นภาพนะครับเผื่อใครกำลังตัดสินใจซื้อกันอยู่



You May Also Like:

รีวิว : iPad 9.7 (2018)

เป็น iPad รุ่นที่หลาย (ย.ยักษ์ ล้านตัว) รอมานาน เพราะจะได้ไม่ต้องซื้อ iPad Pro เพื่อจะใช้กับ Apple Pencil อีกต่อไป ทุกอย่างที่ iPad Pro มาดูกันว่า iPad 9.7 (2018) ทำได้เหมือนกันหรือไม่ ..

iPad 9.7 (2018) จะเริ่มจำหน่ายในไทยวันศุกร์นี้ (Apple Online Store)

สำหรับคนที่รอซื้อ iPad 9.7 (2018) ในไทยเตรึยมเงินกันไว้ได้เลย เพราะแอปเปิ้ลจะเริ่มขายในไทยตั้งแต่วันศุกร์ที่ 30 มี.ค. เป็นต้นไป ..

แอปเปิ้ลเปิดตัว iPad 9.7 ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Apple Pencil ได้ราคาเริ่มที่ 11,500 บาท (ราคานักเรียนเริ่มที่ 10,800 บาท)

แอปเปิ้ลเปิดตัว iPad รุ่นหน้าจอ 9.7 นิ้ว ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Apple Pencil ได้ราคาเริ่มที่ 11,500 บาท เน้นกลุ่มนักเรียน ..

Share

Tweet

Email