รีวิว : กล้องวงจรปิด Reolink – Argus 2

รีวิว : กล้องวงจรปิด Reolink – Argus 2

กล้องวงจรปิดปกติเราจะคุ้นกับการต่อสายไฟอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ตัวกล้องทำงาน แต่กล้องวงจรปิด Reolink – Argus 2 ไม่ง้อการต่อสายไฟเพราะมีแบตเตอรี่ในตัวที่สามารถใช้งานได้นานนับเดือน

ตอนที่ได้รับ Reolink – Argus 2 มาทดสอบการใช้งาน ผมตื่นเต้นกับกล้องตัวนี้ในแง่ว่าเป็นกล้องวงจรปิดที่มีแบตเตอรี่ในตัว ซึ่งต่างกับกล้องวงจรปิดอื่น ๆ เลยทำให้ตอนที่ได้มารีบแกะกล่องใช้งานทันที ภายในกล่องประกอบด้วยตัวกล้อง, แบตเตอรี่, ฐานติดตั้งกล้องแบบแม่เหล็ก, ฐานติดตั้งกล้องแบบไขน็อต และซิลิโคนเคสสำหรับกล้อง

คุณสมบัติของกล้อง Reolink – Argus 2 เป็นกล้องวงจรปิดแบบจับความเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้องถึงจะบันทึกวิดีโอไม่ได้เป็นกล้องวงจรปิดที่บันทึกวิดีโอตลอดเวลา อ่านถึงตรงนี้หลายคนน่าจะพยักหน้าร้องอ๋อกันเรื่องว่าทำไมถึงใช้แบตเตอรี่ได้ เรื่องการบันทึกวิดีโอสามารถบันทึกได้ที่ความละเอียด 1080p แบบ 15 เฟรม , มุมมองของเลนส์กว้างมากถึง 130 องศา และตัวกล้องมีคุณสมบัตกันละอองน้ำในระดับ IPX4 ซึ่งเราสามารถใส่ซิลิโคนเคสเพื่อช่วยป้องกันน้ำได้มากขึ้นอีกนิดหน่อย

ส่วนการบันทึกวิดีโอด้านข้างกล้องจะมีช่อง MicroSD ให้ใส่การ์ด โดยการ์ดเราจำเป็นต้องซื้อเพิ่มเองในกล่องไม่มีมาให้ โดยผมทดสอบด้วยการ์ด MicroSD ขนาด 64GB 

ส่วนการเชื่อมต่อกับแอพในโทรศัพท์มือถือทำผ่าน Wi-Fi ในบ้าน หรือผ่าน 4G เวลาเราอยู่นอกบ้านก็ได้ครับ โดยเรื่องการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือของกล้องวงจรปิดก็ดูเป็นเรื่องที่ต้องมีกันอยู่แล้ว แต่เรื่องว่ายี่ห้อไหนแบรนด์ไหนทำแอพออกมามีลูกเล่นดียังไงก็ว่ากันไปตามแต่ละยี่ห้อ

ด้านการใช้งานหลังจากที่เปิดกล่องออกมา เราใส่การ์ด MicroSD เข้าไปที่ตัวกล้องแล้วก็เสียบแบตเตอรี่เข้าไปก็เท่ากับการเปิดกล้องเพื่อใช้งานแล้ว ส่วนต่อกับฐานติดตั้งกล้องทั้ง 2 แบบก็แล้วแต่ว่าเราชอบแบบไหนหรือแบบไหนเหมาะกับเรากว่ากันตรงนี้ต้องเลือกกันเองอีกทีสำหรับคนที่ซื้อไปใช้งาน ส่วนตัวผมชอบฐานแบบแม่เหล็กเพราะสะดวกในการใช้งานและปรับมุมกล้องได้ง่ายดี ตัวฐานแม่เหล็กถือว่าแน่นหนาดีไม่ใช่ว่าเห็นเป็นแม่เหล็กแล้วจะง่อนแง่นนะครับ 

ในการใช้งานหลัก ๆ ของกล้องคือบนแอพครับ ตั้งแต่การตั้งค่าต่าง ๆ รวมถึงการดูวิดีโอจากกล้องก็ทำอยู่บนแอพทั้งหมด โดยในแอพแรกสุดผมก็เกรงว่าจะใช้งานยาก แต่พอได้ใช้จริงไม่ยากอะไร โดยบนแอพทำให้เราได้รู้ว่ากล้องมีความสามารถในการใข้สนทนาได้ด้วย โดยเราสามารถกดปุ่มบนแอพเพื่อพูดหรือรับฟังเสียงจากคนที่อยู่หน้ากล้องได้ด้วย นอกจากนั้นในแอพขณะเราดูภาพจากล้องแบบเรียลไทม์เราสามารถจับภาพหน้าจอได้ และสามารถกดบันทึกวิดีโอขณะนั้นได้เลยไม่ต้องรอให้กล้องจับความเคลื่อนไหวแล้วค่อยบันทึก

ในการตั้งค่าเพื่อให้กล้องบันทึกวิดีโอ เราสามารถตั้งค่าการจับความเครื่องไหวว่าให้อยู่ในระดับอ่อนไหวได้ 3 ระดับ ซึ่งตรงนี้จะสัมพันกับระยะใกล้ไกลที่เราต้องการให้กล้องจับภาพด้วย ตัวผมช่วงที่ทดสอบผมตั้งอยู่ในระดับปานกลางแล้วตั้งกล้องไว้บริเวณทีวี ซึ่งยังผมก็ต้องเดินผ่านหรือนั่งดูทีวีบ่อย ๆ อยู่แล้ว ตรงนี้ผมอยากรู้ว่าถ้าเราเดินผ่านหน้ากล้องหรือนั่งดูทีวีแล้วเคลื่อนไหวตัวไปมากล้องจะบันทึกวิดีโอได้แค่ไหน รวมถึงผมอยากทดสอบเรื่องแบตเตอรี่ไปด้วยในตัวว่าอึดแค่ไหน ซึ่งผมก็ตั้งทิ้งไว้แบบไม่สนใจเลยร่วมเดือน ทั้งนี้ในแอพ Reolink สามารถตั้งค่าได้ด้วยเวลาที่กล้องจับความเคลื่อนไหวได้แล้วให้มีการแจ้งเตือนมาที่แอพ (Notification) โดยในช่วงที่ผมลองใช้งานอย่างที่บอกไปแล้วว่าตั้งไว้หน้าทีวี การแจ้งเตือนเด้งมารัว ๆ เลยทีเดียว

เวลาผ่านไปเกือบเดือนผมค่อยมาเปิดดูในแอพว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมว่าตัวกล้องจับความเคลื่อนไหวและบันทึกวิดีโอได้เยอะมากในแต่ละวัน บางวันบันทึกวิดีโอช่วงสั้น ๆ (8, 15 หรือ 30 วินาที แล้วแต่เราตั้งค่า) ไว้ได้รวมกันหลายร้อยนาที เพราะบางวันไม่ได้ไปไหนก็นั่งดูทีวีไปทำงานไปด้วยกล้องก็ตรวจจับความเคลื่อนไหวได้บ่อยมากหน่อย 

วิดีโอที่ออกมาถือว่าชัดดี แม้การบันทึกวิดีโอจะทำได้สูงสุด 15 เฟรม แต่วิดีโอจริง ๆ ไม่กระตุกอะไรมากนัก ส่วนเสียงที่กล้องบันทึกได้ถือว่าชัดเจนมากครับ ส่วนภาพในตอนกลางคืนตัวกล้องมีอินฟราเรด (IR) ช่วยบันทึกภาพตอนกลางเท่าที่ได้ใช้งานก็อยู่ในเกณฑ์ที่ภาพออกมาชัดระดับดีใช้ได้ครับ

ส่วนการเลือกดูวิดีโอที่กล้องบันทึกได้ย้อนหลัง ในแอพทำเข้าใจง่ายดี เพราะแค่กดไปที่วันที่เราต้องการแล้วก็มาเลื่อน ๆ ดูช่วงเวลาที่เราต้องการดูแค่นั้นเอง ตรงนี้รวม ๆ แล้วถือว่าใช้งานได้ง่ายและไม่ลำบากเวลามากดดูย้อนหลังเมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ 

ส่วนที่ห่วงแรกสุดจากที่เปิดดูว่ากล้องบันทึกวิดีโอแต่ละวันเยอะมากก็คือการ์ด MicroSD ว่าจะพอรึเปล่าแม้จะใส่การ์ด 64GB เข้าไปก็เถอะ (ในกล้องเห็นพื้นที่จริง 59.48 GB) ผลปรากฏว่าราว ๆ 1 เดือนกล้องบันทึกวิดีโอไปราว 6.5 GB เท่านั้น ส่วนตัวผมถือว่าไม่เยอะนะครับ ถ้าเทียบว่าแต่ละวันกล้องทำการบันทึกวิดีโอหลายครั้งและแต่ละวันรวมกันออกมานานหลายร้อยนาที โดยกรณีที่เราบันทึกไปเรื่อย ๆ แล้วการ์ดเต็มกล้องก็จะลบไฟล์วิดีโอเก่าสุดออกแล้วบันทึกวิดีโอใหม่เข้าไปเอง หรือจะเรียกว่ามีฟังก์ชั่นการบันทึกวิดีโอแบบวนลูปอัตโนมัติเองก็ได้

ส่วนแบตเตอรี่พอมาเช็คสถานะดูพบว่าเหลือแบตเตอรี่อยู่ราว ๆ 30 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าทำได้ดีมากสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ 1 คร้ัง โดยที่ผมทดสอบผมถือว่าผมวางกล้องไว้ในจุดที่ไม่ปกติเพื่อให้มีการบันทึกวิดีโอตลอดเวลาถ้าผมอยู่ในห้อง ตรงนี้ถ้าใครซื้อไปใช้งานและนำไปวางในจุดที่นาน ๆ มีคนเดินผ่านหรือนาน ๆ ทีกล้องจับความเคลื่อนไหวได้ ผมคิดว่าแบตเตอรี่จะสามารถใช้งานได้งานมากกว่านี้อีกหลายอาทิตย์ครับ เผลอ ๆ ถ้าในแต่ละวันมีการบันทึกวิดีโอไม่กี่ครั้ง อาจจะใช้งานได้งานร่วม 2 เดือนก็เป็นได้ โดยการชาร์จแบตเตอรี่จะทำผ่านช่อง Micro USB ที่ด้านหลังของก้อนแบตเตอรี่

และด้วยความที่ตัวกล้องกันน้ำในระดับ IPX4 ได้ด้วย ก็สามารถนำกล้องไปติดตั้งภายนอกได้ด้วย หรือนำไปติดไว้บริเวณผนังบ้านด้านนอกก็ได้ ตรงนี้ก็แล้วแต่ว่าเราจะนำไปประยุกต์ใช้งานยังไง โดย Reolink ก็ทำการบ้านมาดีเผื่อใครนำไปใช้นอกอาคารคือมีซิลิโคนเคสมาให้ด้วยเพื่อช่วยกันละอองน้ำได้อีกทาง แล้วถ้าเรานำไปติดตั้งในที่ ๆ มีแสงแดดส่องถึงในบริเวณนั้น ๆ Reolink มีแผงโซลาร์เซลสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ของกล้องมาขายแยกต่างหากเพิ่มเติมด้วย (ราคา 890 บาท)

ซึ่งถ้าใช้กล้องคู่กับแผงโซลาร์เซลเรียกว่าใช้กันยาวโดยที่เราอาจจะไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่อีกเลยอีกครึ่งปีหรือตลอดปีก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ในการใช้งานภายนอกอาคารก็ขอให้อยู่ในบริเวณที่ Wi-Fi ยังมาถึงตัวกล้องได้เพื่อที่เราจะได้เชื่อมต่อกล้องกับแอพได้ราบรื่น ไม่อย่างงั้นเวลาเกิดเหตุจำเป็นที่เราต้องดูภาพจากกล้องในขณะนั้นทันทีจะไม่สามารถทำได้

เรื่องการเชื่อมต่อแอพเวลาอยู่นอกบ้านเขาไปที่กล้อง เท่าที่ได้ลองพบว่าเชื่อมต่อหากันได้เร็วดี ก็ไม่ใช่ว่าเปิดแอพปุ๊บเห็นปั๊บใน 1-2 วินาที แต่จังหวะรอให้ภาพปรากฏก็ไม่ได้ใช้เวลานานอะไรนะครับเท่าที่ลองผมว่าไม่เกิน 20 หรือ 30 วินาทีภาพก็ปรากฏให้เราเห็นแล้วในกรณีที่เราอยู่นอกบ้านแล้วจะดูภาพที่กล้อง

ในการตั้งค่าของกล้องนอกจากเรื่องตั้งค่าความอ่อนไหวเพื่อให้กล้องบันทึกวิดีโอ เราสามารถตั้งอย่างอื่นได้อีกเพียบ อาทิ ตั้งค่าไฟสถานะบนตัวกล้องว่าจะให้มีหรือไม่มีก็ได้, ตั้งค่าเกี่ยวกับไฟอินฟราเรดตอนกลางคืนว่าจะให้เปิดใช้หรือไม่ (ผมว่าควรเปิดไว้นะ) 

ใครเหมาะกับกล้องวงจรปิด Reolink – Argus 2 ?

แรกสุดที่ได้มาใช้ผมนึกไปถึงกลุ่มคนที่มีกล้องวงจรปิดแบบที่บันทึกวิดีโอตลอดเวลาแล้วอยากได้กล้องที่บันทึกเวลามีอะไรเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้องไปเสริมในบางจุดก็น่าจะโอเค เพราะอาจจะไม่อยากลากสายไฟใหม่หรือในบริเวณนั้น ๆ ไม่มีที่เสียบปลั๊กไฟก็ตามแต่ ตรงนี้เจ้า Reolink – Argus 2 ช่วยได้

แต่พอใช้ ๆ ไปผมว่าไม่จำเป็นว่าต้องไปเสริมกับกล้องเดิมที่มีอยู่ก็ได้ แต่ใช้เป็นกล้องหลักสำหรับคนที่ต้องการฟังก์ชั่นกล้องวงจรปิดประมาณนี้ก็ได้ครับ ซึ่งก็ต้องดูความต้องการกันเป็นคน ๆ เป็นบ้าน ๆ ไปว่าเราต้องการใช้กล้องแบบไหน โดย Reolink – Argus 2 สามารถติดตั้งใช้งานได้หลายเครื่องพร้อมกัน โดยบนแอพเราสามารถตั้งชื่อกล้องแต่ละตัวและสลับดูกล้องแต่ละตัวได้ไม่ยากอะไร 

โดยรวมสำหรับ Reolink – Argus 2 ถึงจะไม่ใช่กล้องวงจรปิดที่บันทึกวิดีโอตลอดเวลา แต่ถือว่าเป็นกล้องวงจรปิดที่มีคุณสมบัติที่ดีไม่น้อย รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับแบตเตอรี่ทำใช้งานได้นานมากแถมยังมีแผงโซลาร์เซลเผื่อเวลาติดตั้งข้างนอกตัวบ้านให้ใช้อีกด้วย ใครที่มองหากล้องวงจรปิดที่มีคุณสมบัติประมาณนี้ลองดู Reolink – Argus 2 ไว้เป็นตัวเลือกอีกแบรนด์ครับ 



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบโดย

KOAN

ราคา

4,290 บาท

ร้านค้าอื่นๆ ที่จัดจำหน่าย

  • iStudio & iBeat by Copperwired
  • dot Life
  • Ai (Siam Discovery)
กล้อง CCTV กล้องวงจรปิด กล้องวงจรปิดนอกอาคาร กล้องวงจรปิดในบ้าน

kangg

You May Also Like:

Share

Tweet

Email