Google


รวมรุ่น iPod

สำหรับคนที่เพิ่งติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ iPod อาจจะยังไม่ทราบว่า iPod นั้นตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบันนั้นมีมาทั้งหมดกี่รุ่นแล้ว และแต่ละรุ่นหน้าตาเป็นยังไงนั้น สามารถอ่านที่มาที่ไปของ iPod แต่ละรุ่นรวมถึง iTunes ได้จากด้านล่างนี้

iPod 1G Scroll Wheel

iPod 1st Gennaration

ผลิต : ตุลาคม 2001
สิ้นสุด : เมษายน 2003
โคดเนม : Dulcimer
มิติ : 4.02 x 2.43 x 0.78 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ขาว
น้ำหนัก : 184 กรัม
ความจุ : 5 GB และ 10 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมโพลีเมอร์
ระยะเวลาในการใช้งาน : 10 ชั่วโมง
การเชื่อมต่อ : Firewire400
หน้าจอ : LCD ขนาด 2 นิ้วพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง,ที่ชาร์ทไฟบ้าน,สาย Firewire

เปิดศักราชแต่ยังไม่ฉายแววความนิยมในปี 2001 ราวเดือนพฤศจิกายนซึ่งโครงการณ์เครื่องเล่นเพลงตัวนี้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2001 และมาสำเร็จเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ซึ่งในขณะนั้้นในตลาดเครืื่องเล่่นเพลงพกพายังมีโซนี่เป็นพี่ใหญ่ที่นำเสนอเครืื่องเล่นซีดีและเครื่องเล่นมินิดิกส์ ซึ่งมีผู้ผลิตรายอื่นได้ลองตลาดด้วยเครื่องเล่นแบบใช้แฟลชเมโมรี่ในความจุที่ไม่มากนัก (ประมาณ 16-64 MB) โดยยังไม่ใครได้ทันเฉลียวใจแอปเปิ้ลนำโดยสตีฟ จ็อบส์ก็ได้นำเสนอเครื่องเล่นเพลงพกพาแบบใช้ฮาร์ดดิกส์ โดยมีขนาดเล็กกว่าพวกเครื่องเล่นเทปแบบพกพาเสียอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ในขณะนั้นกับ iPod with scroll wheel ความจุ 5 GB โดยการนำเสนอในครั้งนั้นบอกว่าเป็นเครื่องเล่นเพลงความจุกว่า 1,000 เพลง ในขนาดที่พอ ๆ กับซองบุหรี่และสามารถใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อได้อย่างสบายในราคา $399 (ประมาณ 16,000 บาท)
หลังจากนั้นเดือนมีนาคม 2002 แอปเปิ้ลก็ได้เพิ่มรุ่นความจุ 10 GB เข้ามาในตลาดกับราคา $499 (ประมาณ 20,000 บาท)

เมื่อมีเครื่องแล้วแน่นอนว่าโปรแกรมคู่บุญคือ iTunes ซึ่งแอปเปิ้ลได้เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2001 ในงาน MacWorld Expo San Francisco 2001 ซึ่งในขณะนั้น iTunes ยังรันอยู่บน Mac OS 9.0.4 หรือ 9.1 ก็ได้ถูกนำมาใช้เพื่อการนี้เช่นกัน โดยในสมัยนั้น iTunes 1.0 ยังไม่มีอะไรมากมายนักมีเพียงการสร้าง Playlist เท่านั้นที่เป็นส่ิงแปลกใหม่ ซึ่งหลังจากปล่อยให้ดาวน์โหลดผ่านไปหนึ่งอาทิตย์มียอดดาวน์โหลดมากถึง 275,000 ครั้งหลังจากนั้นไม่นานแอปเปิ้ลก็ได้ทำการอัพเดทเป็นเวอร์ชั่น 1.1 พอมาถึงเดือนตุลาคมในปีเดียวกันนั้นแอปเปิ้ลก็ออก iTunes 2 ซึ่งมีการปรับปรุงเพิ่มเติมต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นการบันทึกเพลงเป็นแผ่นซีดีแบบ mp3 ,บันทึกแผ่นซีดีออดิโอได้เร็วกว่าเวอร์ชั่นก่อน,การปรับแต่งอีควอไลเซอร์ และครอสเฟสดิง รวมถึงการปรับเปลี่ยนหน้าตาโลโก้ให้ดูทันสมัยขึ้น แน่นอนว่าสามารถใช้งานร่วมกับ iPod ได้ iTunes 2 ใช้งานร่วมกับ Mac OS 9.2.1 หรือ OS X 10.1

iPod 2G touch wheel

ผลิต : กรกฎาคม 2002
สิ้นสุด : เมษายน 2003
โคดเนม : P97
มิติ : 4.02 x 2.43 x 0.78 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ขาว
น้ำหนัก : 184 กรัม
ความจุ : 10 GB และ 20 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมโพลีเมอร์
ระยะเวลาในการใช้งาน : 10 ชั่วโมง
การเชื่อมต่อ : Firewire400
หน้าจอ : LCD ขนาด 2 นิ้วพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง,ที่ชาร์ทไฟบ้าน,สาย Firewire,รีโมท,ซอง

หลังจากเริ่มประสบความสำเร็จกับรุ่นแรกไปแล้ว แอปเปิ้ลก็ได้ทำการปรับปรุงการใช้งาน "Wheel" ให้ดีขึ้นโดยเรียกชื่อใหม่ว่า "Touch wheel" ที่มีการใช้งานได้ดีขึ้นควบคุมได้ง่ายขึ้น ซึ่งแอปเปิ้ลเปิดตัว iPod รุ่นนี้ในงาน MACWORLD EXPO, NEW YORK โดยมีความจุ 5 GB ราคา $299,10GB ราคา $399 และ 20GB ราคา $499 ซึ่งในรุ่น 20 GB สามารถจุเพลงได้มากถึง 4,000 เพลง และเป็นครั้งแรกที่มี iPod สำหรับชาววินโดวส์อีกด้วย โดยการใช้งานบนวินโดวส์ในขณะนั้นจะต้องใช้งาน iPod ร่วมกับโปรแกรม MusicMatch Jukebox ซึี่งในตอนนนั้นมี iPod เพียงเจ้าเดียวที่นำเทคโนโลยี Auto-sync มาใช้กับเครื่องพีซี โดยการทำงานของ Auto-sync ก็คือเมื่อนำ iPod มาต่อเข้ากับเครื่องพีซีเพียงเท่านี้ก็จะสามารถอัพเดทเพลงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทันทีผ่านทางโปรแกรม MusicMatch Jukebox (คล้ายกับ Auto update ในปัจจุบัน) นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรกที่ทางแอปเปิ้ลได้เปิดบริการสลักเลเซอร์ (Laser engraving) ให้แก่เครื่อง iPod โดยสามารถสลักได้ 2 บรรทัด 27 ตัวอักษรต่อบรรทัดในราคา $49

iTunes3 ได้เปิดตัวในงานเดียวกันนี้ได้เพิ่มฟังก์ชั่นต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น Smart Playlist, Sound Check, สนับสนุนการใช้งาน audio programming จาก Audible.com โดยในเวลานั้น iTunes มียอดดาวน์โหลดมากว่า 14 ล้านครั้ง และมีการเปลี่ยนสีโลโก้จากตัวโน๊ตสีน้ำเงินเป็นสีม่วง iTunes 3 ใช้งานร่วมกับ Mac OS X 10.1.4 ขึ้นไป

iPod 3G Dock Connector

iPod 3rd Genaration
ผลิต : เมษายน 2003
สิ้นสุด : กรกฎาคม 2004
โคดเนม : Q14
มิติ : รุ่น 10,15,20 GB 4.1 x 2.4 x 0.62 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา) และรุ่น 30,40 GB 4.1 x 2.4 x 0.73 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ขาว
น้ำหนัก : 158 กรัม
ความจุ : 10 GB, 15 GB, 20 GB, 30 GB และ 40 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียม ไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 8 ชั่วโมง
การเชื่อมต่อ : Firewire 400, USB 2.0 ผ่าน dock connector
หน้าจอ : LCD ขนาด 2 นิ้วพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง,ที่ชาร์ทไฟบ้าน,สาย Firewire,รีโมท,ซอง, แท่นวางเครื่อง

จุ 7,500 เพลงในขนาดเครื่องทีบางกว่ากล่องซีดี 2 กล่องนั้นคือคำจำกัดความของ iPod รุ่นนี้ สำหรับการเปิดตัวไอพอดครั้งนี้มีขึ้นในเดือนเมษายน 2003 โดยเร่ิมแรมมีให้เลือก 3 รุ่นด้วยกันได้แก่ 10 GB ($299), 15GB ($399), 30 GB ($499) สิ่งที่เปลีี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดคือรูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไปมากไม่ว่าจะเป็น Wheel ที่ใช้เป็นระบบสัมผัส ปุ่มคำสั่งต่าง ๆ นำไปอยู่ด้านบนเป็นแถวเรียงกัน 4 ปุ่มพร้อมไฟเรืองแสงสีส้มที่ตัวปุ่ม (เป็นรุ่นเดียวที่มีแสงไฟสีส้มนี้) การออกแบบตัวเครื่องได้รับคำชมต่าง ๆ มากมาย ส่วนซอฟท์แวร์ภายในเครื่องได้เพิ่ม"On-The-Go"playlist เข้ามาช่วยให้ผู้งานสามรถสร้าง playlist ได้ทันทีจากเครื่อง iPod เอง นอกจากนั้นยังเป็นรุ่นแรกที่ iPod สามารถใช้งานร่วมกับ USB 2.0 ได้อีกด้วยแต่ยังไม่สามารถชาร์ทไฟผ่านทางพอร์ท USB ได้ นอกเหนือจากนี้แอปเปิ้ลก็ลดราคาค่าสลักเลเซอร์เหลือเพียง $19 และเมื่อถึงเดือนกันยายน 2003 แอปเปิ้ลก็ได้ปล่อย iPod ความจุขนาด 40 GB และ 20 GB มาลงตลาดทำให้ถึงตอนนั้นมี iPod เหลือเพียงรุ่น 10 GB ($299) ,20 GB ($399) และ 40 GB ($499)

ไม่ใช่แค่เครื่องเล่นเพลงแต่มันคือร้านขายเพลงออนไลน์(ว่าที่)ใหญ่ที่สุดในโลก

มาถึงตอนนี้นอกจากการเปิดตัว iPod 3G แล้วแอปเปิ้ลยังได้ประกาศเปิดตัว iTunes Music Store หรือ iTMS ในอเมริกาซึ่งเป็นร้านขายเพลงออนไลน์ที่ใช้งานงานผ่านทางโปรแกรม iTunes โดย iTMS ในขณะนั้นมีเพลงให้เลือกซื้อกว่า 200,000 เพลงจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ทั้งBMG, EMI, Sony Music Entertainment, Universal และ Warner โดยขายเพลงละ $0.99 ซึ่งนอกจากเพลงทั่วไปที่หาฟังได้จากแผ่นซีดีแล้วยังมีเพลงเวอร์ชั่นพิเศษจากศิลปินชื่อดัง แถมด้วยการเปิดใช้ชมมิวสิควิดีโอฟรีอีกด้วย ฟังก์ชั่น iTMS จะมาพร้อมกับ iTunes 4 ซึ่งมีการเปลี่ยนสีโลโก้ตัวโน๊ตเป็นสีเขียวแทนสีม่วงของเดิมและข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเพลงในตอนนั้นสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.apple.com/music ซึ่งในปัจจุบันคือ www.apple.com/itunes นั้นเอง หลังจากเปิดขายเพลงได้หนึ่งอาทิตย์ก็มียอดดาวน์โหลดกว่า 1 ล้านเพลงหลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือนก็มียอดดาวน์โหลดเข้าสู่ 5 ล้านเพลงเมื่อมาถึงเดือนกันยายนยอดดาวน์โหลดก็ทะยานไปสู่หลัก 10 ล้านเพลงและเมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม 2003 แอปเปิ้ลได้ทำการเปิดตัว iTunes for Windows (iTunes 4.1) ซึี่งนับเป็นการเปิดศักราชอีกหน้าของ iPod และ iTunes

iPod mini

iPod mini
ผลิต : มกราคม 2004
สิ้นสุด : กุมภาพันธ์ 2005
โคดเนม : Q22
มิติ : 3.6 x 2.0 x 0.5 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : เงิน,ฟ้า,เขียว,ชมพู และทอง

น้ำหนัก : 102 กรัม
ความจุ : 4 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 8 ชั่วโมง
การเชื่อมต่อ : Firewire400 และ USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 1.67 นิ้วพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, คลิปหนีบเข็มขัด, สาย Firewire, สาย USB 2.0

ไม่นึกไม่ฝันว่าวันหนึ่ง iPod จะมีเครื่องเป็นสีสรรสดใสกับเค้าด้วยเหมือนกัน iPod mini เปิดตัวในเดือนมกราคมปี 2004 ในงาน MacWorldExpo ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียม อโนไดซ์ 5 สีด้วยกันได้แก่เงิน,ฟ้า,เขียว,ชมพู และทอง มาพร้อมกับความจุขนาด 4 GBรูปแบบไมโครไดรฟ์ในราคา $249 ซึ่งในช่วงเวลาที่เปิดตัว iPod mini ถือเป็นเครื่องเล่นเพลงพกพาที่มีขนาดเล็กที่สุดที่สามารถจุเพลงได้ถึง 1,000 เพลง โดย iPod mini ได้ใช้ Wheel แบบใหม่เรียกว่า "Click Wheel" ซึ่งเป็นระบบการควบคุมแบบใหม่ที่แอปเปิ้ลนำมาใช้และด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไปนักกับรูปลักษณ์สีสรรที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้ iPod mini มียอดจองเกินกว่า 100,000 เครื่อง (วางจำหน่ายจริงเดือนกุมภาพันธ์ 2004)และเมื่อออกวางจำหน่ายก็ปรากฏว่าสิ้นค้าขาดตลาดไปช่วงหนึ่งเลยทีเดียว และกว่าจะวางจำหน่ายทั่วโลกก็เข้าไปถึงเดือนกรกฏาคม

หลังจากนั้นไม่นาน iTMS ก็มียอดดาวน์โหลด 50 เพลงในเดือนมีนาคมซึ่งเพลงที่ถูกดาวน์โหลดไปคือ The Path of Thorns (Sarah McLachlan) โดยในช่วงนั้นมีการดาวน์โหลลเพลงมากถึง 2.5 ล้านเพลงต่อวัน iTMS มีเพลงให้เลือกกว่า 500,000 เพลงจาก 5 ค่ายเพลงชั้นนำ, 300 ค่ายอิสระ และกว่า 5,000 ออดิโอบุ๊ค ซึ่งทำให้ iTMS เป็นร้านขายเพลงออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

iPod 4G Click Wheel

iPod 4th Genaration
ผลิต : กรกฎาคม 2004
สิ้นสุด : มิถุนายน 2005
โคดเนม : Q21
มิติ : รุ่น 20 GB 4.1 x 2.4 x 0.57 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา) และรุ่น 40 GB 4.1 x 2.4 x 0.69 นิ้ว
สี : ขาว
น้ำหนัก : 158 กรัม และ 175 กรัม
ความจุ : 20 GB และ 40 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 12 ชั่วโมง
การเชื่อมต่อ : Firewire400 และ USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 2 นิ้วพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, อแดปเตอร์ชาร์ทไฟบ้าน, สาย Firewire, สาย USB 2.0 และ Dock (เฉพาะรุ่น 40 GB)

เมื่อถึงเดือนกรกฎาคม 2004 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ iPod ก็ดำเนินมาถึงจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งด้วยการเปลี่ยนตามรอย iPod mini ที่มาใช้ Click wheel ด้วยเช่นกันด้านความจุไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักจากรุ่นก่อน แต่ด้านราคากลับมีการลดลงอย่างไม่น่าเชื่อคือ รุ่น 20 GB ราคา $299 และรุ่น 40 GB ราคา $399 ด้วยการใช้งานที่ง่ายประกอบกับราคาต่อหน่วยความจุคุ้มค่่ามากขึ้นจึงทำให้รุ่นนี้เป็นที่กล่าวขวัญถึงในวงที่กว้างขึ้น อีกจุดหนึ่งที่ถูกปรับปรุงก็คือแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานขึ้นเป็น 12 ชั่วโมงและการชาร์ทไฟผ่านทางพอร์ท USB ได้ทำให้การใช้งานได้รับความสะดวกมากขึ้นในฝั่งผู้ใช้งานวินโดวส์

นอกเหนือจากนี้ค่ายคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง HP ก็หันมาสนใจตลาดเพลงดิจิตอลด้วยเช่นกันและก็เลือกเครื่อง iPod รุ่นนี้ในนามของบริษัทตัวเองและใช้ชื่อเป็น "iPod HP" ซึ่งออกวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2004

หลังจากเปิดตัว iPod รุ่นใหม่ได้ไม่กี่สัปดาห์ก็มีข่าวน่ายินดีอีกหนึ่งข่าวนั้นคือการประกาศความร่วมมือของโมโตโรล่าและแอปเปิ้ลที่หมายมั่นจะทำ iTunes Phone ที่สามารถใช้งานร่วมกับ iTunes ได้ง่าย ๆ ผ่านทางสายต่อ USB และ Bluetooth ซึ่ง iTunes Phone เครื่องแรกจะวางจำหน่ายในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2005

ส่วนทาง iTMS ก็ได้มีการเฉลิมฉลองครบ 100 ล้านเพลงด้วยการแจก Powerbook 17", iPod 40 GB, บัตรสมนาคุณ iTMS 10,000 เพลง ให้กับผู้โชคดีที่ซื้อเพลงที่ 100 ล้านพอดี ซึ่งได้แก่ Kevin Britten ซื้อเพลง “Somersault (Dangermouse remix)” by Zero 7 เป็นผู้โชคดีแบบส้มหล่น


iPod 4G U2 Special Edition

iPod 4G U2
ผลิต : ตุลาคม 2004
สิ้นสุด : มิถุนายน 2005
โคดเนม : -
มิติ : 4.1 x 2.4 x 0.57 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ดำ-แดง
น้ำหนัก : 158 กรัม
ความจุ : 20 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 12 ชั่วโมง
การเชื่อมต่อ : Firewire400 และ USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 2 นิ้วพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, อแดปเตอร์ชาร์ทไฟบ้าน, สาย Firewire, สาย USB 2.0

"iPod ดำแดง" ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าแอปเปิ้ลจะแหกกฎการทำ iPod เฉพาะสีขาวของตัวเอง โดยความร่วมมือของแอปเปิ้ลและยูนิเวอร์แซล มิวสิค ได้ทำ iPod รุ่นพิเศษนี้ขึ้นมาด้วยตัวเครื่องสีดำ และ Click wheel สีแดง พร้อมด้วยด้านหลังสลักเลเซอร์ลายเซ็นสมาชิกวง U2 ทั้งหมดบนพื้นสีเงิน ส่ิงพิเศษนอกเหนือจากตัวเครื่องที่ไม่เหมือนใครแล้วก็คือบัตรสมนาคุณจาก iTMS ที่สามารถใช้ดาวน์โหลดเพลง "The Complete U2" กว่า 400 เพลงได้ในราคาพิเศษเพียง $149 เท่านั้น

iPod 4G Photo

iPod 4th Genneration (Photo)
ผลิต : ตุลาคม 2004
สิ้นสุด : มิถุนายน 2005
โคดเนม : P98
มิติ : รุ่น 30 GB 4.1 x 2.4 x 0.63 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา) และรุ่น 40/60 GB 4.1 x 2.4 x 0.75 นิ้ว
สี : ขาว
น้ำหนัก : 167 และ 181 กรัม
ความจุ : 30 GB, 40 GB และ 60 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 15 ชั่วโมง และ 5 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง
การเชื่อมต่อ : Firewire400 และ USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 2 นิ้ว 65,535 สีพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, อแดปเตอร์ชาร์ทไฟบ้าน, สาย USB 2.0, Dock

ห้วงเวลาแห่งความหฤหรรษของ iPod ได้เกิดขึ้นอีกครั้งกับการปรับปรุงหน้าจอ 2 น้ิวให้แสดงผลสีได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างรอคอยกันมานานเต็มทีเร่ิมด้วยรุ่น 40 GB ($499) และ 60 GB ($599) ในเดือนตุลาคม 2004 เป็นครั้งแรกที่มากถึง 15,000 เพลงและส่ิงพิเศษสำหรับคราวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความจุและสีสรรในการแสดงผลเท่านั้น iPod ยังสามารถดูรูปผ่านหน้าจอได้อีกด้วย โดยสามารถใส่รูปเพื่อดูผ่านทางหน้าจอได้มากถึง 25,000 รูป แถมด้วยการโชว์ Album artwork ขณะเล่นเพลงได้เป็นครั้งแรก ด้วยราคาที่สูงมากทำให้ในเวลาต่อมาแอปเปิ้ลได้ทำการอัพเดท iPod Photo อีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2005 โดยออกรุ่น 30 GB ($349) แทนรุ่น 40 GB และปรับราคารุ่น 60 GB ลงมาเหลือเพียง $449 นอกจากนัั้นแอปเปิ้ลยังได้เปิดให้สลักเลเซอร์ได้ฟรีเมื่อซื้อเครื่องผ่านทางร้านค้าออนไลน์

เพื่อให้ iPod Photo สมบูรณ์แบบมากย่ิงขึ้นแอปเปิ้ลได้ออกอุปกรณ์เสริม iPod Camera Connector ไว้สำหรับโอนรูปถ่ายจากกล้องดิจิตอลเข้า iPod ได้ทันทีถือเป็นอุปกรณ์เสริมชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ทำให้ iPod อยูเหนือคู่แข่งรายอื่น

สำหรับ iTunes Music Store ได้ผ่านเข้าสู่ 200 ล้านเพลงและมีการอัพเดทเล็กน้อยโดยประกาศความร่วมมือกับ Paypal ให้ผู้ใช้บริการสามารถซื้อเพลงใน iTMS ผ่านทางบริการ PayPal ได้

iPod shuffle

iPod shuffle 1st Genaration
ผลิต : มกราคม 2005
สิ้นสุด : กันยายน 2006
โคดเนม : Shuffle
มิติ : 3.3 x 0.98 x 0.33 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ขาว
น้ำหนัก : 22 กรัม
ความจุ : 512 MB และ 1 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 12 ชั่วโมง
การเชื่อมต่อ : USB 2.0
หน้าจอ : -
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, สายคล้องคอพร้อมฝาปิด

เข้าสู่ปี 2005 แอปเปิ้ลได้ทำการเปิดตัว iPod รุ่นใหม่เพิ่มอีกหนึ่งรุ่นนั้นคือ iPod shuffle ที่มีขนาดเล็กพอ ๆ กับซองหมากฝรั่ง โดย iPod shuffle ถือเป็นครั้งแรกหลาย ๆ อย่าง คือเป็น iPod รุ่นไม่มีหน้าจอ, เป็น iPod รุ่นแรกที่ใช้แฟลชเมโมรี่ และเป็นรุ่นแรกที่ต่อกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรงผ่านทาง USB และเป็น iPod รุ่นแรกที่มีราคาต่ำกว่า $100 คือรุ่น 512 MB ราคา $99 และรุ่่น 1 GB ราคา $149 เมื่อไม่มีหน้าจอให้มองแอปเปิ้ลเลยวางคอนเซ็ปท์การใช้งานให้เป็น "Life is random" คือฟังไปเรื่อย ๆ ลุ้นว่าเพลงต่อไปจะเป็นเพลงอะไรไม่ต้องมากดเปลี่ยนเพลงอะไรมากมาย กระแสตอบรับสำหรับ iPod shuffle เป็นไปด้วยดีอาจด้วยราคาไม่สูงมากและการใช้งานที่ค่อนข้างสะดวก นอกเหนือจากนั้นยังทำหน้าที่เป็น Thumb drive ไปในตัวอีกด้วยเรียกว่าตอบโจทย์สำหรับชีวิตที่รีบเร่งได้ดีทีเดียว

iPod mini (Second Generation)

iPod mini 2nd Gen
ผลิต : กุมภาพันธ์ 2005
สิ้นสุด : กันยายน 2005
โคดเนม : Q22B, Osiris
มิติ : 3.6 x 2.0 x 0.5 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : เงิน,ฟ้า,เขียว,ชมพู
น้ำหนัก : 102 กรัม
ความจุ : 4 GB และ 6 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 18 ชั่วโมง
การเชื่อมต่อ : Firewire400 และ USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 1.67 นิ้วพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, คลิปหนีบเข็มขัด, สาย USB 2.0

สีสรรแห่งเสียงเพลงกลับมาอีกครั้งกับ iPod mini ที่คราวนี้ไม่มีสีทองให้เลือกซื้อกันแล้วเหลือเพียงแค่สีเงิน,ฟ้า,เขียว,ชมพู พร้อมขนาดความจุ 4 GB ($199) และ 6 GB ($249) โดยแค่เห็นตัวเครื่องก็รู้สึกได้ถึงความสดใสที่เพิ่มมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน สำหรับส่ิงที่แตกต่างจากรุ่นแรกชนิดแยกแยะได้ก็คือสีตัวเครื่องที่มีความสดขึ้น ปุ่มเมนูเป็นสีเดียวกับตัวเครื่อง ด้านหลังสกรีนความจุของแต่ละรุ่นไว้ตรงท้ายเครื่อง ส่ิงที่ปรับปรุงขึ้นมาในทางที่ดีขึ้นคือแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานมากว่ารุ่นก่อนเท่าตัว สำหรับราคาที่ลดลงมาในรุ่น 4 GB นั้นทำให้เป็น iPod ที่ใช้ฮาร์ดดิกส์รุ่นแรกที่มีราคาต่ำกว่า $200

มาถึงวันนี้แอปเปิ้ลได้ประกาศว่าขาย iPod ไปแล้วกว่า 10 ล้านเครื่องและ iTMS เป็นร้านขายเพลงออนไลน์อันดับหนึ่งที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดคือราว 70 เปอร์เซ็นต์

iPod 4G Color Display


ผลิต : มิถุนายน 2005
สิ้นสุด : ตุลาคม 2005
โคดเนม : -
มิติ : รุ่น 20 GB 4.1 x 2.4 x 0.63 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา) และรุ่น 60 GB 4.1 x 2.4 x 0.75 นิ้ว
สี : ขาว
น้ำหนัก : 167 และ 181 กรัม
ความจุ : 20 GB และ 60 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 15 ชั่วโมง และ 5 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง
การเชื่อมต่อ : Firewire400 และ USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 2 นิ้ว 65,535 สีพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, อแดปเตอร์ชาร์ทไฟบ้าน, สาย USB 2.0

แอปเปิ้ลออกมาประกาศรวมสายการผลิตทั้ง iPod และ iPod Photo เข้าด้วยกันซึ่งถือเป็นการสิ้นสุด iPod รุ่นจอขาวดำไปด้วยในตัว โดยรุ่นที่ออกมาในคราวนี้มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกันได้แก่ 20 GB ($299) และ 60 GB ($399) โดยยังคงความสามารถทุกอย่างเหมืือน iPod Photo ทุกประการแต่กลับมีราคาลดลงมาอีกเยอะทีเดียว

แอปเปิ้ลได้เดินเกมเข้าสู่โลกเสรีวิทยุนั้นคือ Podcast ซึ่งเป็นคำที่มาจาก iPod และ Broadcast รวมกัน ซึ่งฟังก์ชันใหม่นี้เข้ามาอยู่ใน iTunes 4.9 ที่ โดยแอปเปิ้ลเปิดให้ดาวน์โหลดและสมัครสมาชิกรายการ Podcast ต่าง ๆ ได้ฟรีมากกว่า 3,000 รายการ และต่อมาไม่นานคำนี้ก็กลายเป็นที่รู้จักและคุ้นหูมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวชั้นนำของโลก สตูดิโอเพลงและภาพยนต์ชั้นนำ, รายการวิทยุต่างก็ตอบรับกระแสด้วยการทำรายการ Podcast ด้วยเช่นกัน ซึ่งเรื่องน่ายินดีไม่ใช่แค่อยู่ในโลกอินเตอร์เน็ทเท่่านั้น เพราะทาง New Oxford American Dictionary ได้ยกให้คำว่า podcast เป็นคำแห่งปี 2005 อีกด้วย โดยให้คำจำกัดความว่า "a digital recording of a radio broadcast or similar program, made available on the Internet for downloading to a personal audio player" ต่อมาได้เกิดคำต่าง ๆ มากมายที่แตกออกมาจาก Podcast ไม่ว่าจะเป็น Blogcast, Photocast, Vodcast เป็นต้น ซึ่งเมื่อเปิดบริการไปแค่ 2 วันมียอดสมัครสมาชิกรวมทุกรายการกว่า 1 ล้านสมาชิก

สำหรับ iTMS ก็ได้ทะยายสู่ 500 ล้านเพลงเมื่อเดือนกรกฎาคม 2005 ซึ่งใช้เวลาเพียงสองปีเท่่านั้นตั้งแต่เปิดบริการ iTMS โดยผู้โชคดีได้แก่ Amy Greer ซึ่งเธอได้ซื้อเพลง“Mississippi Girl” (Faith Hill) สำหรับรางวัลมี iPod 10 เครื่อง, บัตรสมนาคุณ iTMS 10,000 เพลง, ค่าใช้จ่ายในการชมคอนเสิร์ท Cold Play รอบโลก 4 ครั้ง

iPod U2 Special Edition (Color Display)


ผลิต : มิถุนายน 2005
สิ้นสุด : ตุลาคม 2005
โคดเนม : -
มิติ : 4.1 x 2.4 x 0.63 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ดำ-แดง
น้ำหนัก : 167 กรัม
ความจุ : 20 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 15 ชั่วโมง และ 5 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง
การเชื่อมต่อ : Firewire400 และ USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 2 นิ้ว 65,535 สีพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, อแดปเตอร์ชาร์ทไฟบ้าน, สาย USB 2.0

ในวันเดียวกันกับทีี่แอปเปิ้ลประกาศรวมสายการผลิต iPod และ iPod Photo นั้นเองก็เป็นวันเดียวกับที่ iPod U2 ได้ทำการเปลี่ยนแปลงมาสู่หน้าจอสีด้วยเช่นกัน ส่วนประกอบต่าง ๆ ยังคงเหมือนกับ U2 รุ่นแรกทุกประการไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องสีดำ Click wkeel สีแดง ด้านหลังเครื่องสลักเลเซอร์ลายเซ็นสมาชิกวง U2 บนพื้นสีเงินวางจำหน่ายในราคา $329 สำหรับรุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นรุ่นหายากมากที่สุดในรุ่นพิเศษ U2 ด้วยกัน

iPod 4G Harry Potter


ผลิต : กันยายน 2005
สิ้นสุด : ตุลาคม 2005
โคดเนม : -
มิติ : 4.1 x 2.4 x 0.63 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ขาว
น้ำหนัก : 167 กรัม
ความจุ : 20 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 15 ชั่วโมง และ 5 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง
การเชื่อมต่อ : Firewire400 และ USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 2 นิ้ว 65,535 สีพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, อแดปเตอร์ชาร์ทไฟบ้าน, สาย USB 2.0

iPod รุ่นพิเศษที่ถูกพูดน้อยที่สุดหรืออาจจะเรียกว่าเป็นรุ่นที่ถูกลืมไปเลยก็ว่าได้ iPod Harry Potter ออกมาเผยโฉมควบคู่กับ Harry Potter audiobook ตั้งแต่เล่ม 1-6 ซึี่งมีความยาวรวมกันถึง 95 ชั่วโมง 4 นาที ตัวเครื่องสีขาวด้านหลังสลักเลเซอร์เป็นสัญลักษณ์โรงเรียนเวทมนต์ฮอกวอร์ตบนพื้นสีเงินจำหน่ายในราคา $299 และสำหรับ audiobook Harry Potter Digital Box Set จำหน่ายในราคา $249 iPod รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นพิเศษหายากมากที่ก็ว่าได้

iPod nano

iPod nano 1st Gen
ผลิต : กันยายน 2005
สิ้นสุด : -
โคดเนม : Drifter
มิติ : 3.5 x 1.6 x 0.27 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ขาว,ดำ
น้ำหนัก : 42.5 กรัม
ความจุ : 1 GB, 2 GB และ 4 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 14 ชั่วโมง และ 4 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง
การเชื่อมต่อ : USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 1.5 นิ้ว 65,535 สีพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, สาย USB 2.0 ,Dock adapter

และก็เป็นอีกครั้งที่แอปเปิ้ลทำให้แฟน ๆ ประหลาดใจเป็นที่สุดกับการเปิดตัว iPod nano ที่ไม่ใช่เพียงแค่ขนาดที่บางเท่า ๆ กับดินสอหรือหน้าจอสีที่มีคุณสมบัติเหมือน iPod color display แต่หมายถึงการเปิดตัวที่สตีฟ จ๊อบส์หยิบมันออกมาจากกระเป๋าเก็บเหรียญจากกางเกงยีนส์ของเขาเองซึ่งถือว่าเป็นลูกเล่นที่ยอดเยี่ยมครั้งหนึ่งที่สตีฟ จ๊อบส์เคยทำมา และนี้ก็ถือเป็นการสิ้นสุด iPod หน้าจอขาวดำโดยสิ้นเชิงเพราะ iPod nano จะถูกเข้ามาทดแทน iPod mini นั้นเอง สำหรับความจุก็มี 2 GB ($199) และ 4 GB ($249) สำหรับฟังก์ชั่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาสำหรับ iPod nano ได้แก่ stopwatch, world clock และ screen lock และที่ทำให้ประหลาดใจมากขึ้นไปอีกก็คือมีสีดำเพิ่มเข้ามานอกเหนือจากสีขาวที่เห็นกันจนชินตาแล้วนั้นเอง และสำหรับรุ่น 1 GB () ก็ออกตามมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2006 ส่ิงที่ถูกตัดออกไปอย่างเงียบ ๆ ก็คือการเชื่อมต่อกับ Firewire แบบไม่มีปีไม่ขลุ่ย

สำหรับ iTunes ก็ได้เดินทางมาถึงเวอร์ชั่นที่ 5 แล้วโดยมีการปรับปรุงต่าง ๆ ให้ดีขึ้นอย่างช่องค้นหา (Search Bar) ที่สามารถค้นหาเพลงได้รวดเร็วขึ้นทั้งจากในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือจาก iTunes Music Store ก็สามารถค้นหาได้รวดเร็วเช่นกันม เพิ่ม parental controls สำหรับผู้ปกครองใช้สำหรับจำกัดการดาวน์โหลดเพลงและพอดแคสท์จาก iTunes Music Store, เมนู Lyrics, Smart Shuffle ที่สามารถสร้างเงื่อนไขสำหรับการเล่นเพลงแบบสุ่มได้และสำหรับผู้ใช้งาน Windows สามารถใช้งาน Auto sync ร่วมกับ Outlook และ Outlook Express ได้แล้ว

iPod 5G


ผลิต : ตุลาคม 2005
สิ้นสุด : กันยายน 2006
โคดเนม : Q98
มิติ : รุ่น 30 GB 4.1 x 2.4 x 0.43 นิ้ว และ รุ่น 60 GB 4.1 x 2.4 x 0.55 นิ้ว(สูงxกว้างxหนา)
สี : ขาว,ดำ
น้ำหนัก : 136 กรัม และ 155 กรัม
ความจุ : 30 GB และ 60 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน :

รุ่น 30 GB 14 ชั่วโมง , 3 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง และ 2 ชั่วโมงสำหรับการเล่่นวีดีโอ

รุ่น 60 GB 20 ชั่วโมง , 4 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง และ 3 ชั่วโมงสำหรับการเล่่นวีดีโอ

การเชื่อมต่อ : USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 2.5 นิ้ว65,535 สีพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, สาย USB 2.0 ,ซอง, Dock adapter

ยังไม่ทันที่ iPod nano เลิกเห่อแอปเปิ้ลก็แย่งซีนกลับไปอย่างรวดเร็วกับการเปิดตัว iPod 5G ที่มีความสามารถในการเล่นวีดีโอได้ ซึี่งการเปิดตัวเกินขึ้นวันเดียวกับที่เปิดตัวเครื่อง iMac 5G ใหม่ และเหลือประโยคเด็ดในตอนท้าย "One more thing" ให้ได้อื้ออึงกันชั่วครู่และส่ิงที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นนั้นคือการเปิดตัว iPod 5G นั้นเอง ตัวเครื่องได้รับการขยายหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น ขนาดเล็กลง 67 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับ iPod 1G รองรับการเล่นวีดีโอซึ่งสิ่งนี้เป็นส่ิงที่ทุกคนรอคอยมานานแสนนาน ความจุมี 2 ขนาดให้ได้เลือกกันคือ 30 GB ($299) และ 60 GB ($399) เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทาง USB เพียงอย่างเดียวโดยทำการตัด Firewire ออกไปจากสาระบบอย่างสิ้นเชิง

และไม่น้อยหน้าไปกว่ากันเท่าไหร่นักแอปเปิ้ลก็ทำการเปิดตัว iTunes 6 เพื่อให้รองรับการใช้งานร่วมกับ iPod 5G โดย iTunes 6 มีการเพิ่มเติมความสามารถในการดูวีดีโอในโปรแกรมได้ทันที รองรับการใช้งาน video Podcasts นั้นทำให้กระแสการทำ video Podcast ได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นกัน นอกจากนั้นมิวสิกวีดีโอที่ให้ดูฟรีมานาน iTMS ก็นำมาขายในราคา $1.99 ไม่เฉพาะมิวสิกวีดีโอเท่านั้นยังมีซีรีย์เรืื่องดัง, การ์ตูน, รายการทีวีจากสถานีชั้นนำอีกด้วย พอเข้าเดือนกุมภาพันธ์ 2006 แอปเปิ้ลก็ได้เฉลิมฉลองกับการดาวน์โหลดเพลงครบ 1 พันล้านเพลงซึ่งใช้เวลาห่างจาก 500 ล้านเพลงแรกเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น โดยผู้โชคดีได้แก่ Alex Ostrovsky ซื้อเพลง “Speed of Sound” (Coldplay) ได้รับรางวัล iMac 20 น้ิว 1 เครื่อง, iPod 60 GB 10 เครื่อง, บัตรสมนาคุณ iTMS $10,000 และแอปเปิ้ลได้มอบทุนการศึกษาแก่ Juiliard School ในนามของเขาอีกด้วย

iPod 5G Harry Potter

iPod 5G Harry Potter
ผลิต : ตุลาคม 2005
สิ้นสุด : -
โคดเนม : Q98
มิติ : 4.1 x 2.4 x 0.43 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ขาว
น้ำหนัก : 136 กรัม
ความจุ : 30 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 14 ชั่วโมง , 3 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง และ 2 ชั่วโมงสำหรับการเล่่นวีดีโอต่อเนื่อง
การเชื่อมต่อ : USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 2.5 นิ้ว65,535 สีพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, สาย USB 2.0 ,ซอง, Dock adapter

iPod รุ่นนี้ออกมาเหมือนไม่มีอะไรจะเสียนั้่นอาจเป็นเพราะรุ่นเดิมมีอายุอยู่ในตลาดค่อนข้างสั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ตัวเครื่องสีขาวด้านหลังสลักเลเซอร์เป็นสัญลักษณ์โรงเรียนเวทมนต์ฮอกวอร์ตบนพื้นสีเงินจำหน่ายในราคา $299 ถือเป็นรุ่นหายากมากอีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

iPod 5G U2

iPod U2 5th Gen
ผลิต : มิถุนายน 2006
สิ้นสุด : -
โคดเนม : Q98
มิติ : 4.1 x 2.4 x 0.43 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ดำ แดง
น้ำหนัก : 136 กรัม
ความจุ : 30 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 14 ชั่วโมง , 3 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง และ 2 ชั่วโมงสำหรับการเล่่นวีดีโอต่อเนื่อง
การเชื่อมต่อ : USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 2.5 นิ้ว 65,535 สีพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, สาย USB 2.0 ,ซอง, Dock adapter

ไม่น่าเชื่อว่า iPod U2 จะดำเนินต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 3 เพราะก่อนหน้าที่จะมีีการออกรุ่นนี้มาได้มีการคาดการณ์ต่าง ๆ นา ๆ ว่าจะมีศิลปินวงไหนเข้ามาแทนที่ U2 ได้ ซึ่งเมืื่อออกมาจริงก็ยังเป็น U2 เช่นเดิม สำหรับความพิเศษของรุ่นนี้นอกจากตัวเครื่องสีดำ Click wheel สีแดงแล้ว ด้านหลังยังเป็นสีดำอีกด้่วยพร้อมมีลายเซ็นสมาชิกวง U2 สลักอยู่เช่นเดิม และในเมื่อเปลี่ยนมาเป็นรุ่น 5G แล้วแน่นอนว่าแอปเปิ้ลก็ให้บัตรสมนาคุณดาวน์โหลด U2 Video ความยาว 30 นาทีผ่าน iTMS มาในกล่องด้วยเช่นกัน วางจำหน่ายในราคา $329

มาถึงวันนี้ iTMS ก็มีเพลงให้เลือกมากกว่า 3 ล้านเพลง รายการในรูปแบบวีดีโอมากกว่า 3,000 รายการ มิวสิกวีดีโอกว่า 10,000 เพลง เฉลี่ยมีการดาวน์โหลดเพลงต่อวันกว่า 3 ล้านเพลงใน 21 ประเทศ

iPod 5.5G

ผลิต : กันยายน 2006
สิ้นสุด : -
โคดเนม : -
มิติ : รุ่น 30 GB 4.1 x 2.4 x 0.43 นิ้ว และ รุ่น 80 GB 4.1 x 2.4 x 0.55 นิ้ว(สูงxกว้างxหนา)
สี : ขาว,ดำ
น้ำหนัก : 136 กรัม และ 155 กรัม
ความจุ : 30 GB และ 80 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน :

รุ่น 30 GB 14 ชั่วโมง , 4 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง และ 3.5 ชั่วโมงสำหรับการเล่่นวีดีโอ

รุ่น 80 GB 20 ชั่วโมง , 6 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง และ 6.5 ชั่วโมงสำหรับการเล่่นวีดีโอ

สำหรับ iPod รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นปรับปรุงโฉมมาจากรุ่นแรกและมีการเพิ่มฟีเจอร์การใช้งานเพิ่มเข้ามาเล็กน้อย หลัก ๆ แล้วที่ทำได้ดีขึ้นก็คือเรื่องแบตเตอรี่ที่แอปเปิ้ลบอกว่าใชั้งานได้นานขึ้นทั้งการฟังเพลงและดูวีดีโอใน iPod สำหรับหน้าจอก็ได้รับการปรับปรุงให้สว่างกว่ารุ่นก่อนถึง 60% และฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้าก็คือระบบค้นหา (Search) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาเพลงมากขึ้น สำหรับความจุก็ถูกเพิ่มขึ้นเป็น 80 GB ในรุ่นสูงสุด ส่วนรุ่นเล็กยังคงอยู่ที่ 30 GB เช่นเดิม และที่น่าแแปลกใจ ณ ตอนนั้นก็คือแอปเปิ้ลลดราคาลงเล็กน้อยจากรุ่นก่อน เรียกว่าซื้อใจกันสุด ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงเดียวกับที่มีข่าวว่าไมโครซอฟท์กำลังจะออกเครื่องเล่นแนวเดียวกับ iPod มาแข่งในตลาด

สำหรับ iTunes Music Store ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น iTunes Store เนื่องจากแอปเป้ิลนำภาพยนตร์เข้ามาขายนั้นเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปรากฏการสำหรับผู้ใช้งานไอพอด นอกจากนั้นภาพยนตร์ที่นำมาขายนั้นสตีฟ จ๊อบส์ยังกล่าวว่ามีคุณภาพใกล้เคียงกับการรับชมจากแผ่นดีวีดีอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอแอปเปิ้ลยังเพิ่มความละเอียดของมิวสิกวีดีโอ, ละครซีรีย์ รวมถึงหนังสั้นต่าง ๆ ที่ก่อนหน้านี้มีความละเอียดอยู่ที่ 320 x 240 เป็น 640 x 480

iPod nano (2nd Generation)

iPod nano 2nd Gen

ผลิต : กันยายน 2006
สิ้นสุด : -
โคดเนม : -
มิติ : 3.5 x 1.6 x 0.26 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : เงิน, ฟ้า, เขียว, ชมพู, ดำ(เฉพาะรุ่น 8GB)
น้ำหนัก : 39.97 กรัม
ความจุ : 2,4 และ 8 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 14 ชั่วโมง , 3 ชั่วโมงในการเล่นสไลด์โชว์พร้อมเพลง และ 2 ชั่วโมงสำหรับการเล่่นวีดีโอต่อเนื่อง
การเชื่อมต่อ : USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 1.5 นิ้ว 65,535 สีพร้อมไฟ LED backlight
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, สาย USB 2.0 ,ซอง, Dock adapter

การกลับมาเกิดใหม่ของ iPod mini ในร่างทรงที่เล็กลง นั้นคือ iPod nano (2nd Generation) หรือที่เรียกติดปากว่า iPod nano 2G มาพร้อมกับสีสรร 5 สีได้แก่ สีเงิน, สีฟ้า, สีเขียว, สีชมพู และสีดำ มาพร้อมกับความจุตั้งแต่ 2 - 8 GB ซึ่งคราวนี้แอปเปิ้ลซื้อใจคชอบสีสรรมากพอดูทั้งในเรื่องการออกแบบที่เล็กและบางลงแล้ว ซอฟท์แวร์ภายในเครื่องก็ยังทำได้ดีขึ้นมากทีเดียวอย่างการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมหลาย ๆ อย่างได้แล้ว เช่นอุปกรณ์เสริมสำหรับบันทึกเสียง เป็่นต้น เรียกว่าใครที่เล็งรุ่นนี้อยู่ถือว่าคุ้มค่ามากพอดู ส่วนที่ปรับปรุงมาจากรุ่นแรกนอกจากสีสรรภายนอกก็คือหน้าจอมีความสว่างมากขึ้น เพิ่มเติมระบบค้นหา (Search) เข้ามาให้ด้วย

หลังจากออกมาได้เพียง 1 เดือนแอปเปิ้ลก็ออก ipod nano รุ่นพิเศษในชื่อรุ่น iPod nano RED (Product) โดยตัวเครื่องมีสีแดงสดใสตัดกับ Click wheel สีขาว โดยรายได้จากการจำหน่ายรุ่นนี้เครื่องละ 10 เปอร์เช็นต์จะนำเข้าร่วมโครงการณ์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่ติดเชื้อ HIV ในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีนักร้องนำวง U2 คือ Bono เป็นโต้โผสำหรับโครงการณ์นี้มาเปิดตัวด้วยตัวเองพร้อมกับแขกรับเชิญพิเศษ โอปร้า วินฟรี้ ที่ Apple Store ในชิคาโก้ สำหรับ iPod nano RED (Product) ที่ออกมานี้มีความจุ 4 GB จำหน่ายในราคา $199 โดยในเดือนต่อมาแอปเปิ้ลก็ออก iPod nano RED (Product) ความจุ 8 GB (ราคา $249) เพิ่มเติมมาอีกหนึี่งรุ่น

iPod shuffle (2nd Generation)

iPod shuffle 2nd Gen

ผลิต : กันยายน 2006
สิ้นสุด : -
โคดเนม : -
มิติ : 1.07 x 1.62 x 0.41 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : เงิน, เขียว, ฟ้า, ชมพู, ส้ม
น้ำหนัก : 15.6 กรัม
ความจุ : 1 GB
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
ระยะเวลาในการใช้งาน : 12 ชั่วโมง
การเชื่อมต่อ : USB 2.0
หน้าจอ : -
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟัง, แท่นชาร์ท (Dock)

การรอคอยให้เปลี่ยนรุ่นสำหรับ iPod shuffle (2nd Generation) ที่ถือว่าเป็นรุ่นหนึ่งที่ท้ิงระยะเวลาในการเปลี่ยนรุ่นนานที่สุด โดยออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยและคาดเคลื่อนจากงานสำคัญ ๆ มาตลอดปี 2006 ตัวเครื่องได้รับการปรับปรุงให้มีขนาดเล็กลงครึ่งหนึ่งจากรุ่นที่แล้ว และไม่ทำสีขาวเดิม ๆ อีกต่อไป โดยเป็น iPod shuffle สีเงินมาดเท่พร้อมคลิปหนีบด้านหลังเครื่อง ส่วนที่ถูกปรับโฉมไปจากเดิมแน่นอนว่าหัวต่อแบบ USB หายไปเป็นการใช้งานโอนถ่านข้อมูลจากช่องหูฟังขนาด 3.5 ม.ม. เรียกว่าช่องเดียวเป็นได้ทุกอย่างทั้งเสียบหูฟังและโอนถ่ายข้อมูล กระแสตอบรับของน้องเล็กเรียกว่ากลบพี่ ๆ ไปพอสมควรในช่วงเปิดตัว ส่วนที่ดูด้อยไปสักหน่อยสำหรับรุ่นนี้ก็คือหูฟังที่ยังคงให้เป็นรุ่นเก่า ไม่เหมือนกับรุ่นพี่ ๆ ที่ปรับมาให้หูฟังรุ่นใหม่ในกล่องแล้ว สำหรับความจุของ iPod shuffle (2nd Generation) ไม่มีขนาดความจุ 512 MB แล้วและมีเพียงขนาดเดียวนั้นคือ 1 GB ราคา $79

ถัดเข้าช่วงปี 2007 แอปเปิ้ลก็เร่ิมออกปฏิบัติการกระตุ้นต่อมอยากซื้ออีกครั้งด้วยการออก iPod shuffle (2nd Generation) สีลูกกวาดมาให้ได้เลือกซื้อกันอีกหนึ่งคำรบ คราวนี้นอกจากสีเงินแล้วยังมีสีฟ้า, สีเขียว, สีชมพู และสีส้ม โดยสีส้มนั้นถือเป็นสีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้เลย ส่วนสีอื่น ๆ อาจคุ้นตามาจาก iPod nano แล้วส่วนหนึ่ง ส่ิงที่ปรับปรุงขึ้นมาไม่ได้เกี่ยวกับตัวเครื่องโดยตรง แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเหมือนกันก็คือหูฟังที่ให้มาในกล่องเป็นรุ่นใหม่เหมือนกับรุ่นอื่น ๆ แล้วนั้นเอง

iPhone

iPhone
เปิดตัว : มกราคม 2007
สิ้นสุด : -
โคดเนม : -
มิติ : 4.5 x 2.4 x 0.46 นิ้ว (สูงxกว้างxหนา)
สี : ดำ
น้ำหนัก : 135 กรัม
ความจุ : 4 GB และ 8 GB
ระบบปฏิบัตการ : OS X
รองรับเครือข่าย : Quad-band (850, 900, 1800, 1900 MHz)
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน
การเชื่อมต่อ : USB 2.0
หน้าจอ : LCD ขนาด 3.5 นิ้ว 480x320 พิกเซลที่ 160 dpi
อุปกรณ์ที่มาพร้อมในกล่อง : หูฟังพร้อมไมค์โครโฟน, สาย USB 2.0, Dock(แท่นชาร์จ), Dock Connector to USB Cable, USB Power Adapter, ผ้าเช็ดหน้าจอ

โทรศัพท์มือถือที่คนรอคอยมากอีกหนึ่งยี่ห้อ ซึ่งมีข่าวคราวมาไม่น้อยกว่า 3 ปีกว่าจะได้เห็นตัวจริงเสียงจริงในงาน MacWorld 2007 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2007 ระบบการทำงานแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ iPod, Phone และ Internet โดยอาศัยการทำงานทุกอย่างบนระบบปฏิบัติการ OS X ของแอปเปิ้ล

ตามที่สตีฟ จ็อบส์ได้กล่าวว่าโครงการนี้เริ่มมาได้ 3-4 ปีแล้ว (ประมาณยุค iPod 3G) และแอบซุ่มพัฒนามาเรื่อยและที่ต้องเปิดตัวให้เห็นก่อนที่จะทำเรื่องอนุญาติในเรื่องสัญญาณคลื่นโทรศัพท์และเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานก็เพราะไม่อยากให้ข้อมูลต่าง ๆ แพร่งพรายออกมาก่อน

  • iPod

    ระบบการทำงานที่เปลี่ยนไปคือไม่มี Clickwheel ที่เราใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันแล้ว ระบบการควบคุมสำหรับ iPhone เป็นระบบสัมผัสเรียกว่า Multi touch หน้าตาการใช้งาน iPod ยังมีส่วนคล้ายในปัจจุบันนี้ ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ตื่นตาตื่นใจคือหน้าจอเป็นแบบจอกว้าง (Widescreen) ที่ทำให้สามารถรับชมภาพยนตร์ได้ดีมากขึ้น ไฮไลท์อีกหนึ่งอย่างก็คือ Cover Flow ที่เราสามารถใช้ปกเพลงทำให้เกิดประโยชน์ได้เต็มที่ไม่ใช่แต่นำมาโชว์ไว้เพียงอย่างเดียว โดยเราสามารถพลิกปกเพลงด้านหลังเพื่อดูเพลงในอัลบัมนั้น ๆ ได้ด้วย

 

  • Phone

    แน่นอนว่าเมื่อเป็น iPhone แล้วก็จะต้องใช้งานโทรศัพท์ได้ด้วย ลูกเล่น ๆ ต่าง ๆ สำหรับโทรศัพท์ก็นำประโยชน์จาก Multi touch มาช่วยในการใช้งานในเรื่องต่าง ๆ ได้โดนใจดียิ่งนัก ฟังก์ชั่นหลัก ๆ ที่นำมาแสดงให้เห็นอย่าง SMS ก็นำหน้าตาจากโปรแกรม iChat (คล้าย MSN) มาใช้กับในส่วนนี้ การพิมพ์ข้อความทั้งใน SMS และส่วนอื่น ๆ ใช้ Qwerty Keyboard ที่จะโผล่มาให้เห็นเป็นแป้นคีย์บอร์ดจำลองขณะใช้งาน รายละเอียดนอกเหนือจากนี้ ณ ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลอะไรโชว์ออกมาให้เห็นมากนัก

 

  • Internet

    สำหรับ iPhone ที่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการ OS X ก็ได้นำโปรแกรมท่องโลกอินเตอร์เน็ทคู่บุญมาด้วยนั้นคือ Safari ที่เข้ามาทำหน้าที่นี้ การใช้ก็สามารถชมเว็บไซท์ต่าง ๆ ได้เหมือนกับการใช้งานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานอยู่ ส่วนการรับส่งอีเมลก็ได้นำโปรแกรม Mail ที่อยู่บนระบบปฏิบัติการ Mac OS X มาด้วยทำให้ iPhone สามารถรับ HTML Mail ได้อย่างสมบูรณ์และไม่เคยมีมาก่อนในโทรศัพท์ Smartphone การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทสำหรับ iPhone สามารถใช้งานได้ทั้ง GPRS/EDGE และ Wireless (WiFi b/g)

สำหรับลูกเล่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับรูปภาพก็น่าในใจไม่น้อยเพราะแอปเปิ้ลได้ใส่ลูกเล่นในการใช้นิ้วของเราย่อขยายรูปได้ง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งการกดปุ่มใด ๆ ส่วนกล้องถ่ายรูปความละเอียด 2 ล้านพิกเซลยังไม่มีการนำมาโชว์ให้เห็นกันแต่อย่างใดว่าถ่ายรูปออกมาชัดมากน้อยแค่ไหน

กำหนดการวางจำหน่ายสำหรับ iPhone จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศอเมริกาก่อนในช่วงเดือนมิถุนายน 2007 หลังจากนั้นจะเป็นการวางจำหน่ายภาคพื้นยุโรปในช่วงปลายปี และจะเร่ิมทยอยเข้าเอเชียปี 2008

 


ข้อมูลอ้างอิง :

  • apple.com
  • apple-history.com
  • wikipedia.com
  • หนังสือ The Cult of iPod
  • หนังสือ The Cult of Mac
  • หนังสือ iPod Therefore I am
  • หนังสือ iCon Steve Jobs




Comments

SK- — 29 July 2007 - 2:11pm
SK-'s picture

เจ๋งครับ แต่ข้อมูลผิดนิดนึงนะครับ iPod 2nd Generation มี 20GB ด้วยครับ ผมมีอยู่ตัวนึง

i'm SK-

kangg — 30 July 2007 - 6:55pm
kangg's picture

ขอบคุณพี่ SK- ที่ท้วงติงเรื่องข้อมูลมาครับ

แก้ไขเรียบร้อยแล้วครับ

bank!!! (not verified) — 31 July 2007 - 8:52pm
bank!!!'s picture

ไม่มีอะไรครับ แต่แอบมาแซวว่า ตก รุ่น 60 ปี ในหลวง กับ ก้านกล้วย ฮ่า ....

nickoe — 1 August 2007 - 4:39pm
nickoe's picture

น่านจิ ลืมของไทยไปเลย เหอะๆๆ ฮ่า ....

kangg — 2 August 2007 - 12:49pm
kangg's picture

ไม่ได้ตกหรอกครับ อันนั้นเรียกว่ารุ่นพิเศษแบบไม่เป็นทางการเลยไม่นำมาใส่
จริง ๆ ในไทยมี iPod mini VIOS ด้วยนะ (ใครจำกันได้บ้าง Cool )

so_ang — 5 August 2007 - 10:08pm
so_ang's picture

ถ้าจำไม่ผิดที่ Jap เคยทำ Mini รุ่น Doraemon , Snoopy ด้วยนะ

nickoe — 9 August 2007 - 1:29pm
nickoe's picture

มี nano mickey mouse ครับ ใส่กล่องเหล็กสวยงาม เคยเห็นอยู่ในเน็ท อยากได้มาก แต่ไม่มีตังค์และไม่มีโอกาส เพราะมันทีแค่ไม่กี่เครื่องเท่านั้นครับ

kangg — 18 August 2007 - 12:47am
kangg's picture

รุ่นพิเศษที่ทำกันเองถ้านับทั้งโลกมีทำกันเยอะมากครับ

Houston tattoo removal (not verified) — 19 July 2008 - 4:26pm
Houston tattoo removal's picture

Apple's iTunes software can be used to transfer music to the devices from computers using certain versions of Apple Macintosh and Microsoft Windows operating systems

 

 



  Freemac dot net ͧ ͧͺͧ   ThaiMacClub   ThaiHi5.com   ThaiHi5.com     ThaiThinkPad User Community : The ThinkPad Community in Thailand   dualGeek, We're in command.

Hosting Powered by BeeNet and CMS Powered by Drupal
Author by kangg, Designed by FunkyDog and Web Technical by Ford AntiTrust
SiamPod.Com © All Rights Reserved |
web hit counter