เตี้ย อ้วน ป้อม บาน คำเหล่านี้ถูกใช้กับ iPod nano 3G ที่ได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่ตั้งแต่ภายนอกจรดภายในไม่ว่าจะเป็นขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมหรือซอฟท์แวร์ภายในเครื่องที่มีลูกเล่นใหม่อย่าง Cover Flow เข้ามาเพิ่มเติมสีสรรให้กับ iPod nano 3G ตัวนี้
รูปร่างภายนอก
iPod nano 3G มีมาให้เลือกทั้งหมด 5 สีได้แก่ สีเงิน, สีเขียว, สีฟ้า, สีดำ และสีแดง ซึ่งสีแดงจะเป็น (PRODUCT) RED รูปร่างหน้าตาภายนอกของ iPod nano 3G ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดไม่แทบไม่เหลือเค้าเดิมที่ตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ รุ่นใหม่ด้านหน้าใช้วัสดุอลูมินั่มมาพร้อมหน้าจอขนาด 2 น้ิว ส่วนตัว Click wheel ถูกย่อส่วนให้เล็กลงจากรุ่นที่แล้วเล็กน้อย ด้านหลังในเป็นโลหะเงาเหมือนรุ่นใหญ่ ด้านล่างจะมีช่องเสียบสายซิงค์, ช่องหูฟัง และที่เพิ่มมาคือปุ่ม Hold
ความบางของตัวเครื่องเมื่อเทียบกับ iPod nano 2G แล้วนั้นตามตัวเลขคือหนาเท่ากัน (6.5 มิลลิเมตร) เพราะความหนาถูกบังคับด้วยช่องเสียบ ๆ ต่าง ๆ ที่มีขนาดเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ซึ่งถ้าสังเกตดี ๆ ด้านข้างตัวเครื่องของ iPod nano 3G จะถูกออกแบบมาให้หลบมุมเล็กน้อย เพื่อหลอกตาว่าเครื่องบางลงกว่าเดิม
สรุปแล้วสำหรับรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนเป็นในทางที่ดีขึ้น วัสดุพื้นผิววัสดุปราณีตตามมาตรฐานของแอปเปิ้ล ด้านหลังกลับมาใช้พื้นผิวแบบสแตนเลสซึ่งต้องระวังในการเป็นรอยขูดขีด
รายละเอียดต่าง ๆ
เมนูการใช้งานสำหรับ iPod nano 3G และ classic ได้ถูกพัฒนาให้มีลูกเล่นต่าง ๆ เพิ่มขึ้นหลัก ๆ ถ้าไล่กันตั้งแต่หน้าจอแรกก็จะเห็นความเปลี่ยนไปนั้นคือการแบ่งครึ่งเมนูที่ครึ่งซ้ายเป็นเมนูคำสั่งต่าง ๆ ส่วนครึ่งด้านขวาจะเป็นพื้นที่เอาไว้พรีวิวปกเพลงทีมีอยู่ในเครื่อง
Music
Cover Flow
เมื่อเข้ามาสู่เมนูนี้จะพบการฟังก์ชั่นใหม่นั้นคือ Cover Flow ที่พอกดเลือกแล้วจะเข้าไปเห็นหน้าปกเพลงที่เรามีอยู่ทั้งหมด การทำงานในส่วนนี้ก็คล้าย ๆ บน iTunes และ iPhone รวมเข้าไว้ด้วยกัน คือเครื่องเราเลือกปกเพลงได้แล้วสามารถกดปุ่มตรงกลางเพื่อพลิกดูด้านหลังได้ว่าอัลบัมนั้นมีเพลงอะไรอยู่บ้าง โดยเราสามารถหมุน Click wheel เลือกเพลงได้ตามที่ต้องการ สำหรับในส่วนของ Cover Flow นั้นเท่าที่ทดสอบยังไม่เจออาการหนืดขณะหมุน Click wheel (เพลงทั้งหมด 400 เพลง) ส่วนที่เห็นกันอยู่คืออาการเรนเดอร์ภาพไม่ทันตอนหมุนต้องรอสักเล็กน้อยกว่าภาพหน้าปกจะปรากฏ ซึ่งอาการนี้เป็นอาการที่พบได้จาก iTunes เช่นกันในขณะที่เลื่อนซ้ายขวาด้วยความรวดเร็ว โดยรวมแล้วสำหรับ Cover Flow ถือว่าเหมาะสำหรับคนที่เก็บหน้าปกเพลงไว้อยู่แล้ว ซึ่งถ้าคุณไม่ได้เก็บหน้าปกเพลงไว้ก็เรียบได้ว่าความสวยงามของ Cover Flow แทบไม่มีประโยชน์อะไร เพราะถ้าต้องเราไม่ได้ใส่ปกเพลงเวลาเล่น Cover Flow ก็จะขึ้นเป็นกรอบสี่เหลี่ยมสีเทา ๆ พร้อมตัวโน๊ต เรียกว่าใครเตรียมตัวซื้อรุ่นนี้และอยากหมุน Cover Flow ให้สวยงามก็ต้องไล่ล่าหาปกเพลงกันแล้ว
Playlists
สำหรับเมนู Playlist ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นในเรื่องของการบอกเพลงทั้งหมดใน Playlist นั้น ๆ มาตั้งแต่ตอนเข้าไปที่เมนูนี้ ทำให้เรารู้ได้ว่า Playlist ที่เราสร้างไว้นั้นมีกี่เพลง
Artist/ Albums/ Song/ Genres
สำหรับเมนูทั้ง 4 อันนี้หน้าตาโฉมใหม่จะคล้าย ๆ กันตรงที่สามารถโชว์ปกเพลงเล็ก ๆ ทางด้านซ้ายมือได้เหมือนกัน ซึ่งจะปรากฏต่อเมื่อเรากดเลือกที่ All albums จากด้านบนของแต่ละเมนู ยกเว้นเมนู Albums ที่พอเข้าไปแล้วเห็นปกอัลบัมด้านซ้ายมือทันที การเลือกเพลงต่าง ๆ จากเมนูทั้ง 4 เมนูพบอาการกระตุกในขณะเลือกเพลงถ้าเราใช้การโชว์หน้าปกเพลงไว้ด้านซ้ายมือ ซึ่งเมื่อเทียบกับการเข้าไปที่เมนู Song แล้วหมุนจะไหลลื่นกว่าแบบเห็นได้ชัด
Videos
หน้าจอความละเอียด 320x240 พิกเซลขนาด 2 นิ้วดูเหมือนจะเล็กไปเสียหน่อยกับการดูวีดีโอ ซึ่งการเล่นไฟล์วีดีโอต่าง ๆ นั้นส่วนใหญ่จะเหมือนกับ iPod 5G เกือบทุกประการ ข้อดีที่เพิ่มเข้าคือถ้าไฟล์วิดีโอที่เราแปลงไว้ใส่การแบ่งตอน (Chapter) ไว้ด้วยนั้น ขณะเล่นเราก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าเราชมถึงตอนไหนแล้ว ภาพวิดีโอจากหน้าจอของ iPod nano 3G ค่อนข้างคมชัดกว่า iPod 5G เสียอีก อาจด้วยขนาดจอที่เล็กเลยทำให้ภาพดูชัดกว่า แต่สำหรับเรื่องสีสรรนั้นเรียกว่าสดกว่า iPod 5G แบบเห็นได้ชัด ขณะดูวิดีโอเวลาเราต้องการหมุน Click wheel เพื่อเพิ่มลดเสียงหรือเลื่อนวิดีโอเดินหน้าหรือถอยหลังจะมีเมนูบาร์โผล่มาทั้งด้านบนแล้วด้านล่าง มาเพื่อบอกรายละเอียดต่าง ๆ ของวิดีโอที่เล่นอยู่ในขณะนั้น ส่วนที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดที่เกี่ยวกับวิดีโอก็คือความเร็วในขณะเลือก Chapter ที่ไม่มีอาการหน่วงค้างเหมือนกับ iPod 5G การเลื่อนวิดีโอเดินหน้าถอยหลังก็สามารถตอบสนองได้รวดเร็วแบบกดเลื่อนปั๊บแทบจะมาปุ๊บทันที ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าหน้าจอขนาด 2 น้ิวแบบนี้เหมาะกับการดูหนังหรืออะไรก็ตามที่มีความยาวไม่มากนัก เพราะด้วยหน้าจอขนาดเล็กอาจทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าตาของเราได้เมื่อดูไปนาน ๆ
เปรียบเทียบขนาดตัวหนังสือในโหมด Fullscreen Off
เปรียบเทียบขนาดตัวหนังสือในโหมด Fullscreen On
สำหรับใครที่ห่วงเรื่องตัวหนังสือซับไตเติ้ลเวลานำไฟล์แบบไวด์สกรีนจากแผ่นดีวีดีว่าจะมองไม่เห็นหรือเห็นแต่ตัวหนังสือก็เล็กมากนั้น ก็คงต้องเป็นดูวิดีโอแบบ Fullscreen เพื่อช่วยให้หน้าจอขยายเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยแต่ก็ต้องแลกกับพืนที่ด้านข้างที่จะถูก crop ออกไป
Photo
สำหรับการรับชมรูปภาพนั้นก็หลัก ๆ ก็เหมือนกับ iPod nano 2G รุ่นที่แล้ว ที่เปลียนไปก็คือตำแหน่งของแถวที่มีการแบ่งสัดส่วนใหม่ เอฟเฟ็กเมื่อกดดูรูปภาพแบบสไลด์โชว์ก็ได้รับปรุงปรับให้แตกต่างไปจากของเดิมเล็ก ด้วยความสว่างของหน้าจอและขนาดจอที่ใหญ่กว่าเดิมที่ทำให้ภาพดูได้ชัดกว่าเดิม การเรียบลำดับอัลบัมภาพไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีการเรียงลำดับแบบ Event ตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้
Setting
หน้าจอในเมนู Setting ก็ได้รับการปรับปรุงโฉมใหม่หมดโดยครึ่งซ้ายเป็นเมนูคำสั่ง ครึ่งด้านขวาเป็นภาพประกอบขณะเลือกเมนูคำสั่ง เมนูต่าง ๆ ยังคงเหมือนเดิมแม้จะมีการเปลี่ยนหน้าตาไปบ้าง ส่วนเมนูที่เพิ่มเข้ามาคือ Brightness ไว้ปรับความสว่างของหน้าจอที่ไม่มีใน iPod nano รุ่นก่อน ๆ
อื่น ๆ
สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ อย่างเช่นในเมนู Extra ที่มีใหม่มาให้ทั้งหมด 3 เกมด้วยกันได้แก่ iPod Quiz, Klondike, Vortex ซึ่งเกมที่ซื้อจาก iTunes Store มาก่อนหน้าไม่สามารถใส่ลงใน iPod nano 3G ได้
การใช้งาน
สำหรับการใช้งานแบบทั่วไปไล่ไปตั้งแต่ภายนอกที่การจับถือไม่ถนัดนักอาจด้วยความบางและ Click wheel ที่เล็กลงทำให้การหมุนโดยใช้น้ิวหัวแม่มือต้องถอยนิ้วมานิดหน่อยเพื่อให้หมุนได้สะดวก ปุ่ม Hold ที่ถูกนำไปไวด้านล่าง ส่วนตัวคิดว่าดีกว่ารุ่นที่แล้วที่อยู่หัวอยู่ท้ายทำให้ใช้งานไม่สะดวกเท่าไหร่ ส่วนการย้ายปุ่ม Hod มาไว้ใต้เครื่องก็ยังมีจุดด้อยคือปุ่มอันเล็กเกินไปทำให้เมื่อใช้อุปกรณ์อื่นต่อกับ Dock Connector จะปรับปุ่ม Hold ไม่สะดวก การใช้งาน Cover Flow ดูดีทีเดียว แต่สำหรับผู้ไม่เคยใส่ปกอัลบัมเพลงไว้เลยนั้นก็อาจหงุดหงิดได้ว่าเล่นเมนูนี้แล้วไม่ประทับใจการเลื่อนหมุนต่าง ๆ ไม่ได้มีการสะดุดอะไรมากนัก เมื่อเทียบการใช้เมนูอื่น
เสียง
สำหรับเสียงของ iPod nano 3G เท่าที่ทดสอบในเวลาอันจำกัดไม่ต่างจาก iPod nano 2G เท่าไหร่ เท่าที่ทดสอบเสียงเบสน้อยไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับ iPod 5G แต่เสียงที่ได้ดีกว่าการฟังเพลงบน iPhone อาจด้วย nano มีความกังวาลของเสียงมีมากกว่า โดยรวมแล้วอยู่ในขั้นกลาง ๆ ไม่ได้ดีไปด้านใดด้านหนึ่ง
การโอนถ่ายข้อมูล
เครื่องทดสอบ
-
iPod nano 2G โอนถ่ายข้อมูลด้วยสายแบบ USB
-
iPod nano 3G โอนถ่ายข้อมูลด้วยสายแบบ USB
-
iPod 5G โอนถ่ายข้อมูลด้วยสายแบบ USB
-
iPod 3G โอนถ่ายข้อมูลด้วยสายแบบ Firewire
เครื่องคอมพิวเตอร์ Macbook Core2Duo 2.16 GHZ, Ram 2GB, iTunes 7.4, Mac OS x10.4.10
ขนาดไฟล์ 1.7 GB
- iPod nano 2G ใช้เวลาเฉลี่ย 8.57 นาที
- iPod nano 3G ใช้เวลาเฉลี่ย 2.35
-
iPod 5G ใช้เวลาเฉลี่ย 2.21 นาที
- iPod 3G ใช้เวลาเฉลี่ย 1.51 นาที
การโอนถ่ายข้อมูล 1.7GB ทำได้ดีกว่ารุ่นเดิมเกือบ 4 เท่าความเร็วใกล้เคียงกับ iPod 5G ที่ใช้ฮาร์ดดิกส์ แต่ถึงกระนั้นความเร็วก็ไม่สามารถสู้ iPod 3G ที่ใช้งาน Firewire ได้
ขนาดไฟล์ 3.16GB
- iPod nano 3G ใช้เวลาเฉลี่ย 4.56 นาที
- iPod 5G ใช้เวลาเฉลี่ย 4.08 นาที
- iPod 3G ใช้เวลาเฉลี่ย 3.32 นาที
โอนข้อมูลขนาด 3GB ความเร็วเร่ิมเห็นแตกต่างกับ iPod 5G โดยใช้เวลาต่างกันเกือบ 1 นาที ส่วนที่ล้ำคนอื่นไปไกลแน่นอนว่าเป็น iPod 3G ที่ใช้สายแบบ Firewire ในการทดสอบ
โดยรวมแล้วสำหรับประสิทธิภาพในการโอนถ่ายข้อมูลได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นจากรุ่นเดิมมากทีเดียว เรียกว่าแก้ไขข้อบกพร่องได้สมบูรณ์แบบ
Nike+iPod
ในส่วนนี้ได้รับการปรับปรุงหน้าตาใหม่ด้วยเช่นกัน เรียกกว่าดูไฉไลขึ้นมากทีเดียว ตัวเลขนับเวลาถูกจัดวางไว้ในแถวเดียวกันทั้งหมด
สรุปการทดสอบ iPod nano 3G ครั้งได้รับความประทับใจในเรื่องการใช้งานพอควร อย่างเช่น Cover Flow และการรับชมวิดีโอที่ทำได้ค่อนข้างดี ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลก็จัดว่าไม่น้อยหน้ารุ่นใหญ่ จะมีข้อเสียเล็ก ๆ ก็ในเรื่องของเกมที่ไม่สามารถนำเกมที่ซื้อมาก่อนหน้าใส่ลงไปได้ ส่วนการจับถือก็ขาดความคล่องตัวไปสักหน่อย คือจับถือไม่ค่อยถนัดมือ การหมุน Click wheel ที่เล็กลงก็ลำบากขึ้นเล็กน้อยถ้านิ้วโป้งของคุณใหญ่จะย่ิงเห็นได้ชัด
จุดสังเกต
-
เล่นไฟล์วิดีโอได้
- Click wheel มีขนาดเล็กลง
- Cover Flow ไม่หน่วง
- การจับถือไม่ค่อยถนัดมือนัก
ราคา : รุ่น 4GB ราคา 5990 บาท (มีเฉพาะสีเงิน)
: รุ่น 8GB ราคา 7990 บาท (สีเงิน,สีเขียว,สีฟ้า,สีดำ)
เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : Uficon
Comments
เสียงเหมือน Nano 2gen นี่ใช้หูอะไรเทียบหรอครับ
ใช้หูฟังที่มาในกล่องครับ
จริงๆแล้ว Ipod ทั้งหลายกำลังขับเสียงนั้นดีกว่า ยี่ห้ออื่นๆอยู่แล้วครับ+หูฟังที่ถือว่าดีในระดับคนทั่วๆไปด้้วย
แต่ถ้าพวกที่ หูเทพ แล้วคงต้องเปลี่ยนหูฟังซักนิด + แปลง Files ให้ละเอียดขึ้น ถึงจะสุดๆ
แต่เราพวกเราๆใช้ของที่ให้มาก็แจ่มแล้วครับ
ผมเคยเอาหูฟังจีนแดงมาใช้กับ Ipod เสียงก็ยังมีคุณภาพ แต่พอเอาหูฟัง Ipod ไปฟังกับเครื่องจีนแดง เสียงออกมา ไม่รับประทานเลยครับ....
หลักๆก็ตัวเครื่องเลยครับ ซื้อดีๆหน่อย แต่ใช้ได้นานมากๆ
ผมมีเครื่องIpod รุ่นแรกอยู่ 1 ตัว ใช้เปิดในรถมา 4-5ปีได้ ยังไม่พังซักที อึดสุดๆครับ
^^
ipod g3 แอบเร็วเหมือนกันนะเนี่ย แก่แล้วแต่ยังเจ๋ง อิอิ
ของเก่าๆ นี่ก็มีดี ความเร็วของ port fireware นี่หายห่วงจริงๆ (ขนาดแค่ fireware 400 นะเนี่ย)
ชอบตรง VDO clip ที่คุณกั้งทำ review จัง ทำได้ละเอียดทุกเม็ดจริงๆ
โปรแกรมนี่ ใช้ imovie ตัดหรือปล่าวครับ ?
ขอมาเฉลยความลับเครื่อง Clip เล็กน้อย จริง ๆ ตั้งใจจะลองตัดต่อใน iMovie'08 แต่ลองทำเกือบ ๆ ชั่วโมงไม่คืบหน้า เลยกลับมาใช้ iMovie '06 เหมือนเดิม 2 ชั่วโมงเสร็จ ...ฮา...
review เร็วดีจัง (สุดยอด)
ราคาของ 8 GB เพิ่มตังอีกนิด เอา Classic ดีกว่านิ
พกลำบากหน่อยแต่มัน(memory)หย่ายกว่าเยอะ(มักๆ)
อยากทราบว่าถ้าเราตั้ง Playlist ขึ้นมาแล้วอยากให้มันแสดง Cover Flow จะสามารถทำได้หรือไม่ครับ
ใน Playlists โชว์ Cover Flow ไม่ได้ครับ
ใช้ภาษาไทยได้หรือยังครับ
ยังครับ และยังไม่มีข่าวว่าแฮกได้แล้วเลยครับ
ไปโดนมาแล้วเมื่อวาน 555
โดนมาแล้วครับ ใช้ KARAOKE เอาครับ ต้องมานั่งแก้เอาเองครับ
ที่ไหนบ้างได้ดาวน์โหลดมัน
แล้วเสียบ dock วิทยุได้ป่าวครับ
http://astore.amazon.com/mp3player-reviews---20
http://world-tk.blogspot.com/
นำมาใช้สำหรับยาก
------------------------------------------------------------------*
ใช้อยุ่คิก ๆ
ก้อดีนะจ่ะ
Post new comment