Google


รีวิว : Apple iPod nano (2nd generation)

กว่าจะเปลี่ยนรุ่นกันได้เล่นตามลุ้นกันเหนื่อยเหมือนกันกับ iPod nano ที่กลับลำนำสไตล์ของ iPod mini เป็นต้นแบบในเรื่องสีสรรตัวเครืื่อง นอกจากนั้นยังเพิ่มฟังก์ชั่นใหมนั้นคือการค้นหาที่ทำให้สะดวกรวดเร็วขึ้นกว่าเก่าอีกด้วย




















ตัวเครืื่อง iPod nano (2nd generation) ภายนอกได้รับการออกแบบใหม่แตกต่างจากรุ่นที่แล้วโดยสิ้นเชิง โดยวัสดุด้านนอกใช้อลูมิเนียมอโนไดซ์ เหมือนกับ iPod mini ในอดีตมีด้วยกันทั้งหมด 5 สี 3 ความจุ ได้แก่ ความจุ 2 GB (สีเงิน), ความจุ 4 GB (สีเงิน,ฟ้า,ชมพู,ฟ้า,เขียว), ความจุ 8 GB (สีดำ) เริ่มกันตั้งแต่กล่องที่ปรับเปลี่ยนมาใช้กล่องพลาสติกใสแทนกล่องกระดาษ สำหรับตัวกล่องก็ดูแปลกตาไปอีกแบบเพราะทางแอปเปิ้ลยังไม่เคยทำกล่องลักษณะนี้ออกมา ด้านหน้ากล่องสามารถเห็นเครื่องได้ชัดเจน พอเปิดขึ้นและจะนำเครื่องออกมาจากกล่องก็สามารถทำได้ด้วยการดันฐานที่ล็อกเครื่องอยู่ในลักษณะบีบให้โค้งงอไปทางด้านหลัง ก็สามารถหยิบเครื่องออกมาได้ ตัวกล่องโดยรวมเล็กกระทัดรัดสวยงามดีมาก แต่นั้นก็ทำให้ของจำเป็นภายในกล่องหายไปเช่นกัน สำหรับอุปกรณ์ในกล่องต้องบอกว่ารันทดพอสมควรคือคราวนี้แอปเปิ้ลตัดส่ิงที่คิดว่าไม่จำเป็นออกเกือบหมดไม่ว่าจะเป็นแผ่นซีดีโปรแกรม, ฟองน้ำหุ้มหูฟัง, ซองหนัง แถมคู่มือที่ให้มาก็เป็นแบบ Quick guide ไปเสียอีก ซึ่งถ้าเป็นผู้ใช้มือใหม่อาจจะงงๆได้ว่าเจ้า iPod ม้นจะต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อโหลดเพลงได้อย่างไรและใช้งานแบบไหนได้บ้าง ตรงนี้ถือเป็นข้อที่น่าตำหนิเป็นอย่างมาก






อุปกรณ์ที่มาในกล่อง


  • iPod nano
  • หูฟัง
  • สาย USB
  • Dock adapter
  • คู่มือการใช้งานแบบ Quick guide

















รูปร่างภายนอกบางกว่ารุุ่นก่อนเล็กน้อย(จริงๆ) ด้านข้างตัวเครื่องได้รับการปรับปรุงให้มีความโค้งมน วัสดุที่ใช้ทำเคสด้านนอกเป็นสีเดียวกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สำหรับ Click wheel จะมีสีขาวโดยมีขนาดเท่ากับรุ่นเดิมคือความกว้างประมาณ 3 เซนติเมตร โดยสัญลักษณ์ปุ่มกดต่าง ๆ ไม่ได้มีสีเดียวกับตัวเครื่องแต่เป็นสีเทาเหมือนกันทุกรุ่น หน้าจอมีขนาดเดิมคือ 1.5 น้ิว โดยทางแอปเปิ้ลอ้างว่ามีความสว่างมากกว่ารุ่นเดิมถึง 40 เปอร์เซ็นต์ โดยรวมแล้วการออกแบบไม่มีอะไรหวือหวามากนักนอกจากเรื่องสีสรรที่มีเพิ่มเข้ามา









ฟีเจอร์ใหม่



ระบบ Search ค้นหาได้ดังใจ





ส่ิงพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาคือระบบการค้นหาที่ช่วยให้เราค้นหาเพลงได้ง่ายขึ้น โดยเมนู Search จะปรากฎอยู่ข้างในเมนู Music อีกทีหน้าจอการใช้งานสำหรับระบบค้นหาจะมีช่องให้ใส่ตัวหนังสือ ซึ่งเราสามารถเลือกตัวหนังสือภาษาอังกฤษไล่ตั้งแต่ a-z และ 0-9 ได้ด้วย Click wheel  ระบบการทำงานก็เป็นง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนเช่นเมื่อหมุน Click wheel มาที่ตัว "t" iPod ก็จะทำการค้นหารายชื่อเพลง,ชื่อศิลปินและชื่ออัลบัมที่ โดยจะบอกผลการค้นหาไว้ที่ด้านท้ายช่องค้นหาให้ด้วยว่าเจอที่เข้าข่ายอยู่เท่าไหร่ หลังจากนั้นเมื่อกดตัวอักษรตัวต่อไป "a" iPod ก็ตัดการค้นหาเหลือเพียงตัวอักษร "ta" ติดกัน ถึงตรงนี้ถ้าเราพอใจกับการค้นหาแล้วสามารถเลื่อน Click wheel ไปที่ DONE เพื่อดูรายชื่อที่ค้นหาทั้งหมดได้ ส่วนถ้ายังไม่พอใจเราสามารถเพิ่มตัวอักษรต่อจาก ta เป็นได้อีกเช่นคำว่า "tata" ก็จะได้ผลสรุปเป็นการค้นหาชื่อ tata และมีผลการค้นหาเฉพาะที่เกี่ยวกับคำว่า tata เท่านั้น



สัญลักษณ์ต่าง ๆ ในการค้นหา


  • ไม่มีรูปขึ้นด้านหน้า - ชื่อเพลง
  • รูปคน - แทนชื่อศิลปิน
  • รูปสี่เหลี่ยม - แทนชื่ออัลบัม





สำหรับข้อจำกัดของระบบการค้นหาคือไม่สามารถค้นหาคำจากเนื้อเพลง (Lyric) ได้ ,ไม่ครอบคลุมการค้นหาชื่อรูปในส่วนของ Photo, รายชื่อใน Contact และสามารถค้นหาได้เฉพาะตัวอักษรภาษาอังกฤษเท่านั้นแม้ว่าจะเปลี่ยนการแสดงผลเป็นภาษาอื่นแล้วก็ตาม ทดสอบด้วยการเปลี่ยนการแสดงผลเป็นภาษาอื่นทุกภาษาแทนภาษาอังกฤษแล้ว ระบบการค้นหาก็ยังค้นหาด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษเช่นเดิม





การแสดงช่วงตัวอักษร





การแสดงช่วงตัวอักษรปกติแล้วจะไม่มีในเฟิร์มแวร์รุ่นก่อน ๆ ซึ่งเราสามารถอัพเฟิร์แวร์ให้กับ iPod ตัวเก่าให้สามารถมีระบบนี้เพิ่มขึ้นมาได้เช่นกัน โดยการทำงานจะทำงานในลักษณะที่เมื่อเรากดเลื่อนหาเพลงแบบปกติในเมูน Music > Song เมื่อหมุน Click wheel ไปถึงช่วงตัวอักษรใด ๆ ก็จะมีสัญลักษณ์แสดงตัวหนังสือภาษาอังกฤษแสดงให้เห็นว่าเราเลื่อนหาเพลงมาถึงช่วงไหนแล้ว





การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม







การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมของ iPod nano  ได้รับการปรับปรุงให้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์บางอย่างที่ไม่เคยใช้ได้ ให้สามารถใช้งานได้อย่างตัวบันทึกเสียงก็สามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้ด้วยเช่น Belkin TuneTalk Stereo ซึี่งถือว่าได้ใจผู้ที่คิดจะซื้อไปได้มากทีเดียว





หูฟังรุ่นใหม่





สำหรับหูฟังรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องนั้นก็ได้รับการออกแบบเปลี่ยนโฉมไปเล็กน้อยเช่นกัน โดยสียังใช้สีขาวเป็นสีหลักแซมด้วยสีเทาเช่นเดิม สำหรับสิ่งที่เปลี่ยนไปได้แก่ตรงขอบสีเทารอบหูฟังเปลี่ยนจากพลาสติกเป็นเป็นยางช่วยในการยึดเกาะกับหูมากขึ้น ด้านท้ายตัวหูฟังจากพลาสติกสีเทาก็เปลี่ยนมาเป็นแบบยางสีเทา สำหรับตัวก้านด้านหลังหูฟังก็เปลี่ยนมาเป็นแบบชิ้นเดียวผสานไปกับตัวหูฟังไม่ได้แยกเป็นก้านขึ้นมาเหมือนรุ่นก่อน สัญลักษณ์ L และ R ที่เคยอยูด้านนอกก็มาย้ายที่มาอยู่ด้านในตรงก้านหูฟัง สำหรับเสียงของหูฟังชุดนี้ไม่แตกต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก ยังคงให้้เสียงในลักษณะกลาง ๆ เน้นไปทางเสียงกลางและสูง สำหรับเสียงต่ำทำได้พอตัวแต่ไม่ถึงกับดีมากนัก





หน้าจอ



แอปเปิ้ลบอกว่ารุ่นใหม่มีความสว่างกว่าหน้าจอมากกว่ารุ่นเดิมถึง 40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบดูแล้วก็พบว่าสว่างกว่าเดิมแบบเห็นได้ชัด หน้าจอจะค่อนข้างขาวใสและสว่างกว่ารุ่นเดิมที่ออกจะติดเหลืองนิด ๆ และถ้านำมาเทียบความสว่างและสีกับ iPod 5G (รุ่นแรก) ก็มีความสว่างใกล้เคียงกันแบบต่างกันไม่มาก สรุปสำหรับหน้าจอทำได้ดีขึ้นมากทีเดียว







การโอนถ่ายเพลงและข้อมูล



iPod nano รุ่นใหม่ใช้การโอนถ่ายข้อมูลเหมือนกับรุ่นที่แล้วคือผ่านทาง USB เพียงอย่างเดียว แต่จุดแตกต่างสำหรับรุ่นใหม่และรุ่นเก่าคือ ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลที่มีความช้ากว่ารุ่นเดิมแบบจับสังเกตสำหรับผลการทดสอบต่าง ๆ ได้ผลดังนี้



รายละเอียดเครื่องที่ทดสอบ

  • iPod nano (1st generation) ความจุ 2 GB ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่น  1.2
  • iPod nano (2st generation) ความจุ 2 GB ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่น  1.0.1
  • iPod 5G (1st generation) ความจุ 30 GB ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่น  1.1.1



(ทดสอบบนคอมพิวเตอร์ Macintosh ระบบปฎิบัติการ Mac OS X10.4.7, iTunes 7.0, iPhoto 6.0.4)





โอนถ่ายเพลง 200 เพลง






  • iPod nano (1st generation) ใช้เวลา 2.45 นาที


  • iPod nano (2nd generation) ใช้เวลา 4.28 นาที


  • iPod 5G (1st generation) ใช้เวลา 1.49 นาที



จากการทดสอบในหมวดนี้ไม่น่าเชื่อว่า iPod nano (2G) จะทำเวลาได้ช้ากว่ารุ่นแรกมากเกือบเท่าตัว อาจเป็นเพราะทางแอปเปิ้ลเปลี่ยนแปลงชิปคอนโทรลภายในเครื่องหรืออาจจะเป็นที่ซอฟท์แวร์ควบคุมทำได้ไม่ดีก็เป็นได้ ส่วน iPod nano (1G) ทำเวลาห่างจาก iPod 5G ที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดไม่มากนัก





โอนถ่ายรูป 100 รูป






  • iPod nano (1st generation) ใช้เวลา 8.77 วินาที


  • iPod nano (2nd generation) ใช้เวลา 8.51 วินาที


  • iPod 5G (1st generation) ใช้เวลา 09.90 วินาที



การโอนถ่ายรูปแบบ Optimize สำหรับ iPod แล้วอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งเมื่อรูปทั้งหมดเข้าไปในเครื่อง iPod nano ทั้ง 2 รุ่นจะมีขนาดไฟล์ราว 40 MB ส่วน iPod 5G ที่โอนรูปถ่ายช้าอาจเป็นเพราะต้องคำนวนการแสดงผลให้สัมพันธ์กับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่า iPod nano ซึ่งไฟล์รูปเมื่อโอนถ่ายเรียบร้อยมีขนาดใหญ่ถึง 84 MB เลยทีเดียว





โอนถ่ายข้อมูลขนาด 1 กิกะไบท์






  • iPod nano (1st generation) ใช้เวลา 3.18 นาที


  • iPod nano (2nd generation) ใช้เวลา 6.08 นาที


  • iPod 5G (1st generation) ใช้เวลา 1.31 นาที

การโอนถ่ายข้อมูลสำหรับ iPod nano (2G) ทำได้แย่พอกันกับการโอนเพลง ซึ่งปัญหาคงเป็นที่ชิปควบคุมการโอนถ่ายข้อมูลและความเร็วในการอ่าน/เขียนของแฟลชเมโมรี่ทำได้ช้า ส่วน iPod 5G ที่ใช้ฮาร์ดดิกส์ทำเวลาได้ดีกว่า iPod nano (2G) เกือบ 5 เท่าเลยทีเดียว









การใช้งาน



สำหรับในการใช้งานจริง ความคุ้นเคยไม่แตกต่างไปจาก iPod nano รุ่นแรกเท่าไหร่นัก สำหรับผู้ที่มีขนาดมือค่อนข้างใหญ่อาจจะลำบากในการจับถือและใช้งาน Click wheel พอสมควร การเปลี่ยนมาใช้วัสดุอลูมิเนียมที่ด้านข้างมีความโค้งมนและบางทำให้ลักษณะการจับถือแปลกไปจากรุ่นแรกที่เป็นเหลี่ยมไปบ้าง ส่วนที่สุดเห็นจะเป็นระบบการค้นหาที่ช่วยให้สามารถค้นหาเพลงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก สำหรับการแสดงช่วงตัวอักษรรู้สึกเฉยๆเสียมากกว่าเพราะว่าขณะค้นหาเพลงเราก็มองเห็นอยู่แล้วว่าค้นหาถึงตัวอักษรใด มาถึงหน้าจอที่สว่างขึ้นก็ประทับใจมากทีเดียว การมองเห็นทำได้ชัดเจนขึ้นสู้แดดได้ดีกว่ารุ่นก่อน สำหรับจุดด้อยเรื่องแสงหน้าจอคือไม่สามารถปรับความสว่างได้เหมือนกับ iPod 5G ที่ใช้ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่น 1.2 ดูแล้วแอปเปิ้ลออกจะขี้เหนียวไปสักหน่อย สำหรับแบตเตอรี่พบว่าทำได้ดีกว่ารุ่นก่อนเยอะทีเดียวทดลองเปิดเพลงทิ้งไว้ราว 10 ชั่วโมงแบตเตอรี่ลดลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์) ถือว่าทำได้ดีมาก ซึ่งแตกต่างจากรุ่นก่อนที่ทดสอบแบบเดียวกันแต่แบตเตอรี่ลดลงไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์







สรุปจุดเด่นสำหรับ iPod nano (2nd generation) คงเป็นเรื่องระบบการค้นหาที่มีประโยชน์ในการค้นหาเพลงพอสมควร หน้าจอที่สว่างกว่ารุ่นเดิมช่วยให้สู้แสงได้ดีขึ้น อีกส่ิงหนึ่งที่น่าประทับใจคือการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมได้มากกว่าเดิม ส่วนเรื่องความเร็วในการโอนถ่ายเพลงเยอะ ๆ หรือไฟล์ใหญ่มากๆจะทำได้ค่อนข้างช้า ย่ิงถ้าท่านใดเคยใช้้งาน iPod รุ่นเก่าๆกับสาย Firewire ด้วยแล้วจะยิ่งสังเกตเห็นได้ชัดเจนในจุดนี้ แต่สิ่งที่น่าตำหนิแอปเปิ้ลคือเรื่องอุปกรณ์ที่ให้มาค่อนข้างจำกัดมาก ๆ แม้กระทั่งแผ่นซีดีซอฟท์แวร์ iTunes ก็ไม่ยอมให้มาอีกด้วย ทำให้ค่อนข้างน่าเป็นห่วงสำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้งาน iPod มาก่อนจะไม่รู้ว่าใส่เพลงเข้า iPod ได้อย่างไร ถึงตรงนี้สำหรับ iPod nano (2nd generation) บวกลบกับราคาที่ลดลงมาแล้วทำได้แค่เสมอตัวครับ



จุดสังเกต


  • ระบบค้นหาทำได้ดี
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานมากขึ้น
  • ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมได้มากขึ้น
  • หน้าจอสว่างกว่าเดิม
  • การโอนถ่ายข้อมูลช้ากว่ารุ่นก่อน
  • ไม่มีแผ่นซีดีแถมมาให้ต้องดาวน์โหลด iTunes จากเว็บไซท์เอง



ราคา : รุ่น 2 GB ราคา 6,640 บาท / รุ่น 4 GB ราคา 8,950 บาท / รุ่น 8 GB ราคา 10,990 บาท



เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : Uficon





 

 



  Freemac dot net ͧ ͧͺͧ   ThaiMacClub   ThaiHi5.com   ThaiHi5.com     ThaiThinkPad User Community : The ThinkPad Community in Thailand   dualGeek, We're in command.

Hosting Powered by BeeNet and CMS Powered by Drupal
Author by kangg, Designed by FunkyDog and Web Technical by Ford AntiTrust
SiamPod.Com © All Rights Reserved |
web hit counter