![]() |
![]() |
![]() |
|
เร่ิมตั้งแต่ Time Capsule ![]() Time Capsule คือไวร์เลสเราท์เตอร์(ไม่มีโมเด็ม) ที่มีฮาร์ดดิกส์อยู่ในตัว หน้าตาถอดแบบ Airport Extreme เหมือนโคลนน่ิงกันมาเห็น ๆ มาพร้อมช่องต่อต่าง ๆ 4xGigabit Lan, 1xUSB, 1xWAN ขนาดของฮาร์ดดิกส์มีให้เลือก 500GB และ 1,000GB(1TB) หลัก ๆ แล้วแอปเปิ้ลทำออกมาเพื่อให้ใช้งานร่วมกับความสามารถใหม่ ๆ ของระบบปฏิบัติการ Mac OS X 10.5 (Leopard) ซึ่งทั้งหมดสามารถทำได้แบบไร้สายทั้งการใช้งานร่วมกับฟังก์ชั่น Time Machine การโยนไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ เขาไปเก็บไว้ใน Time Capsule แบบไร้สาย 802.11n ที่มีความเร็วกว่าแบบ 802.11g เกือบเท่าตัว จะเรียกว่า Time Capsule ไม่ใช่ของใหม่แบบแกะกล่องจริง ๆ ก็ได้เพราะเป็นแค่การนำฮาร์ดดิกส์มาใส่เข้าไปในตัว Airport Extreme เท่านั้นราคาที่แอปเปิ้ลตั้งไว้คือ $299(500GB) และ $499(1TB) ![]() สำหรับการเปิดบริการเช่าหนังก็มาตามคาด โดยสตีฟ จ๊อบส์เร่ิมต้นเหมือนเดิมด้วยการโชว์ตัวเลขว่าตอนนี้ใน iTS ขายเพลงไปแล้วกว่า 4 พันล้านเพลงตามด้วยการบอกว่าตอนนี้ใน iTS มีหนังอยู่เป็นพันเรื่อง แล้วก็เร่ิมมาเข้าเรื่องการเปิดบริการเช่าหนังใน iTS ที่มีความพิเศษกว่าที่อื่น ๆ คือมีให้เลือกเช่าหนังทั้งแบบธรรมดาสำหรับ iPod และ iPhone หรือแบบ HD สำหรับแอปเปิ้ลทีวีซึ่งมีความพิเศษกว่าคือความละเอียดของภาพอยู่ในระดับความละเอียงสูง High-definition (แต่ไม่บอกว่าเป็นแบบ 720p หรือ 1080p หรือ i) ระบบเสียงเป็น 5.1 เซอร์ราวน์ ซึ่งราคาค่าเช่าของทั้งสองแบบก็แตกต่างกันด้วย แบบธรรมดาราคาค่าเช่าเรื่องละ $2.99(หนังเก่า) และ $3.99(หนังใหม่) ส่วนหนังแบบ HD ค่าเช่า $3.99(หนังเก่า) และ $4.99(หนังใหม่) โดยหนังที่เช่ามามีเงื่อนไขในการชมคือสามารถโหลดมาเก็บไว้ได้มีระยะเวลาในการเก็บ 30 วันก่อนเปิดดู ซึ่งเมื่อเปิดดูหนังที่เช่ามาแล้วต้องดูให้จบภายใน 24 ชั่วโมง อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่น่าสนใจคือถ้าเราซื้อแผ่นหนัง DVD จะมีฟังก์ชั่นแปลงหนังเรื่องนั้นลง iTunes ได้ทันทีเมื่อเล่นแผ่น DVD นั้นในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะสังเกตว่าหนังเรื่องไหนมีแบบนี้ได้จาก “iTunes Digital Copy” สำหรับฟังก์ชั่นนี้ในเบื้องต้นอาจจะเฉพาะแผ่่น DVD Zone1 เพียงอย่างเดียวก่อน นอกจากนี้ Apple TV ก็ได้รับการปรับปรุงซอฟท์แวร์ในเครื่องให้รองรับการเช่าหนังได้ทันทีได้ด้วยตัวเองแบบไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ และด้วยยอดขายที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่นักของ Apple TV ก็จัดการลดราคาลงอีกด้วยโดยรุ่น 40GB เหลือ $229 (เดิม $299)และรุ่น 160GB เหลือ $329 (เดิม $399) เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนหันมาซื้อ Apple TV กันมากขึ้น iPhone / iPod touch ![]() ไม่พลาดอีกเช่นกันกับเฟิร์มแวร์ 1.1.3 ที่มีทั้งภาพและคลิปวิดีโอออกมาให้เห็นกันครั้งแรกเมื่อตอนต้นปี ซึ่งพอมาในงานก็ไม่มีอะไรผลิกโผฟีเจอร์ใหม่ ๆ ก็อย่างที่เห็นกันไปแล้วว่ามีทั้ง Map ที่เพิ่มลูกเล่นใหม่, Multiple SMS, Web Clip และรองรับการดูหนังแบบมีหลายภาษาหรือแบบที่มีซับไตเติ้ลหลายภาษาได้ด้วย วิดีโอสาธิตการใช้งานฟังก์ชั่นใหม่ ๆ ![]() iPod touch ก็เช่นเดียวกันมีการอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ด้วย แต่ที่ดูแล้วแอปเปิ้ลก็ออกจะเกินไปสักหน่อยคือการเก็บเงิน $20 เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นมาตรฐานอย่าง Mail, Map, Stock, Note, Weather เข้ามาในเครื่องแบบไมต้องแฮกค์กันเองดูแล้วแอปเปิ้ลคงอยากทำให้สมกับชื่อ "มีเรื่องเสียเงินลอยอยู่ในอากาศ"
ไฮไลท์สุดท้าย ท้ายสุดที่สตีฟ จ๊อบส์กล่าวถึงก็คือโน๊ตบุ๊คตัวเก่งที่มีข่าวลือหนาหูก่อนงานว่าจะเป็นเครื่องที่บางเบาแถมจะใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง SSD พอถึงช่วง 20 นาทีสุดท้ายเจ้า Macbook Air ก็มาปรากฏโฉมแบบเซอร์ไพรส์เล็กน้อยคือสตีฟ จ๊อบส์หยิบเครื่องออกมาจากซองเอกสารสีน้ำตาล ซึ่งก็ทำให้เห็นว่า Macbook Air นั้นบางและเบาจริง ๆ ![]() สำหรับรายละเอียดตัวเครื่อง Macbook Air
การออกแบบใช้อลูมินัมเป็นวัสดุประกอบเครื่องรอบตัวเครื่องไม่มีช่องให้เปลี่ยนแรมแต่อย่างใดด้านข้างซ้ายมีช่องต่อที่ชาร์จไฟ ส่วนด้านขวาเป็นช่องแบบพับเก็บได้ซ่อนช่อง USB, Micro DVI และ Audio in เอาไว้ สำหรับฟังก์ชั่นที่ดูจะโดดเด่นกว่ารุ่นพี่ ๆ ที่ออกมาก่อนก็คือ Multi touch Trackpad ที่มีการใช้งานคล้าย ๆ กับบน iPhone ทั้งการจีบนิ้วกางน้ิวทั้งสอง แต่ที่พิเศษกว่าคือมีการใช้งานแบบ 3 น้ิวพร้อมกันด้วย (ตามไปดูวิดีโอสาธิตการใช้ในเว็บแอปเปิ้ล)และด้วยความบางขนาดที่สุดในโลกในปัจจุบันนี้จึงเป็นไปไมได้ที่จะใส่ DVD Drive เข้าไปด้วยในตัว ซึ่งแอปเปิ้ลก็จับ External Super Drive มีความสามารถในการบันทึกแผ่น DVD ได้มาขายแยกในราคา $99 อีกด้วย ทางแก้อีกวิธีที่แอปเปิ้ลเตรียมไว้ให้คือฟังก์ชั่น Remote Disc ที่มีการใช้งานคือสามารถนำแผ่น CD หรือ DVD โปรแกรมทีต้องการลงในเครื่อง Macbook Air ไปใส่แผ่นในเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นได้ทั้ง Mac และ PC จากนั้นก็ใช้ Remote Disc จัดการค้นหาเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวแล้วจัดการเข้าไปที่ CD หรือ DVD นั้น แล้วจัดการลงโปรแกรมผ่านทางไวร์เลสซะเลย สำหรับข้อเสียของ Macbook Air ที่สตีฟ จ๊อบสไม่ได้บอกไว้คือลำโพงเป็นแบบโมโน และแบตเตอรี่เป็นแบบถอดเปลี่ยนไม่ได้ ซึ่งอย่างหลังดูเหมือนจะเป็นข้อด้อยอย่างแรงสำหรับใครที่ชั่งใจกันอยู่ว่าจะซื้อดีหรือไม่ เอาเป็นว่าถ้าแบตเตอรี่เสื่อมหรือแรมเสียไม่ต้องแกะเปลี่ยนเองเลย ยกเข้าศูนย์สถานเดียว ราคา Macbook Air ที่แอปเปิ้ลตั้งเอาไว้เร่ิมต้นที่ $1,799 ถึง $3,098 (ประมาณ 63,000 ถึง 108,430 บาท) สรุปว่างาน Macworld 2008 คราวนี้จะเรียกว่าสมหวังก็ไม่เชิงผิดหวังก็ไม่ใช่ เพราะเกือบทุกอย่างในงานเป็นส่ิงที่พูดถึงกันมานานแล้ว โดยเฉพาะโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กที่รอกันมาเกือบ ๆ 2 ปีแล้วหลังจากที่ Powerbook 12” หายไป แต่ Macbook Air ก็คงไม่ได้มาแทนที่ตรงนี้เพราะตัวยข้อจำกัดของเครื่องหลาย ๆ อย่างทำให้เหมาะกับงานทั่วไปมากกว่าการนำมาให้งานแบบหนักหน่วง ส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ iTunes , iPod touch และ iPhone ก็หวือหวาตามที่ควรจะเป็นทั้งการเปิดบริการเช่าหนังที่หลายคนเห็นราคาแล้วอาจจะว่าแพงกว่าเราเดินออกไปเช่าแผ่น DVD จากร้านเช่าแถวบ้าน แน่นอนว่าราคาแบบนี้คงเปรียบเทียบกับในไทยไม่ได้เพราะหลาย ๆ อย่างในอเมริกากับบ้านเราไม่เหมือนกัน สรุปแล้วงาน “มีเรื่องให้เสียเงินลอยอยู่ในอากาศ” ก็สมกับชื่อจริง ๆ เพราะทุกอย่างแอปเปิ้ลเข้าสู่ยุคไร้สายเกือบเต็มตัวแล้ว |
Comments
สุดยอดเลย MacBook Air แต่ถ้าราคาขนาดนี้คงไปคบกับ MacBook Pro ดีกว่า
เห็นด้วยอย่างแรงครับ
ถ้าเทียบเรื่องราคาคงต้องอัดกับ VAIO TZ คู่แข่งไปเลยครับ คนที่จะซื้อ VAIO เครื่องละ 90-100K เจอราคา Macbook Air ผมว่าน่าจะชอบนะ เพราะราคาเริ่มต้นถูกกว่า
อยากดู keynote แบบเต็มๆอ่ะครับ หาดูได้ที่ไหนครับ
รอครับ..รอปล่อยให้ดาวน์โหลดก่อน ค่อยดูอีกรอบ
แย่งกันดูตอนนี้ไม่ไหวเหมือนกัน
มาติดตามครับ