Google


สรุปงาน Macworld 2008

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยกับงานใหญ่ต้นปี Macworld 2008 ที่ทั่วโลกเฝ้าติดตามว่าคราวนี้แอปเปิ้ลจะมีอะไรออกมาเซอร์ไพรส์กันอีกมากน้อยแค่ไหน ซึ่งภายในเวลา 1.30 ชั่วโมงที่ผ่านพ้นไปก้อัดแน่นด้วยของใหม่ ๆ ตามคอนเซ็ปท์ชื่อธีม There's something in the air (มีเรื่องเสียเงินลอยอยู่ในอากาศ) โดยของที่ออกมาทั้งหมดล้วนแต่ลอยอยู่ในอากาศจริง ๆ

 

เร่ิมตั้งแต่ Time Capsule

Time Capsule คือไวร์เลสเราท์เตอร์(ไม่มีโมเด็ม) ที่มีฮาร์ดดิกส์อยู่ในตัว หน้าตาถอดแบบ Airport Extreme เหมือนโคลนน่ิงกันมาเห็น ๆ มาพร้อมช่องต่อต่าง ๆ 4xGigabit Lan, 1xUSB, 1xWAN ขนาดของฮาร์ดดิกส์มีให้เลือก 500GB และ 1,000GB(1TB) หลัก ๆ แล้วแอปเปิ้ลทำออกมาเพื่อให้ใช้งานร่วมกับความสามารถใหม่ ๆ ของระบบปฏิบัติการ Mac OS X 10.5 (Leopard) ซึ่งทั้งหมดสามารถทำได้แบบไร้สายทั้งการใช้งานร่วมกับฟังก์ชั่น Time Machine การโยนไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ เขาไปเก็บไว้ใน Time Capsule แบบไร้สาย 802.11n ที่มีความเร็วกว่าแบบ 802.11g เกือบเท่าตัว

จะเรียกว่า Time Capsule ไม่ใช่ของใหม่แบบแกะกล่องจริง ๆ ก็ได้เพราะเป็นแค่การนำฮาร์ดดิกส์มาใส่เข้าไปในตัว Airport Extreme เท่านั้นราคาที่แอปเปิ้ลตั้งไว้คือ $299(500GB) และ $499(1TB)

เปิดบริการเช่าหนังตามคาด

 

สำหรับการเปิดบริการเช่าหนังก็มาตามคาด โดยสตีฟ จ๊อบส์เร่ิมต้นเหมือนเดิมด้วยการโชว์ตัวเลขว่าตอนนี้ใน iTS ขายเพลงไปแล้วกว่า 4 พันล้านเพลงตามด้วยการบอกว่าตอนนี้ใน iTS มีหนังอยู่เป็นพันเรื่อง แล้วก็เร่ิมมาเข้าเรื่องการเปิดบริการเช่าหนังใน iTS ที่มีความพิเศษกว่าที่อื่น ๆ คือมีให้เลือกเช่าหนังทั้งแบบธรรมดาสำหรับ iPod และ iPhone หรือแบบ HD สำหรับแอปเปิ้ลทีวีซึ่งมีความพิเศษกว่าคือความละเอียดของภาพอยู่ในระดับความละเอียงสูง High-definition (แต่ไม่บอกว่าเป็นแบบ 720p หรือ 1080p หรือ i) ระบบเสียงเป็น 5.1 เซอร์ราวน์ ซึ่งราคาค่าเช่าของทั้งสองแบบก็แตกต่างกันด้วย แบบธรรมดาราคาค่าเช่าเรื่องละ $2.99(หนังเก่า) และ $3.99(หนังใหม่) ส่วนหนังแบบ HD ค่าเช่า $3.99(หนังเก่า) และ $4.99(หนังใหม่)

โดยหนังที่เช่ามามีเงื่อนไขในการชมคือสามารถโหลดมาเก็บไว้ได้มีระยะเวลาในการเก็บ 30 วันก่อนเปิดดู ซึ่งเมื่อเปิดดูหนังที่เช่ามาแล้วต้องดูให้จบภายใน 24 ชั่วโมง

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่น่าสนใจคือถ้าเราซื้อแผ่นหนัง DVD จะมีฟังก์ชั่นแปลงหนังเรื่องนั้นลง iTunes ได้ทันทีเมื่อเล่นแผ่น DVD นั้นในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะสังเกตว่าหนังเรื่องไหนมีแบบนี้ได้จาก “iTunes Digital Copy” สำหรับฟังก์ชั่นนี้ในเบื้องต้นอาจจะเฉพาะแผ่่น DVD Zone1 เพียงอย่างเดียวก่อน

นอกจากนี้ Apple TV ก็ได้รับการปรับปรุงซอฟท์แวร์ในเครื่องให้รองรับการเช่าหนังได้ทันทีได้ด้วยตัวเองแบบไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ และด้วยยอดขายที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่นักของ Apple TV ก็จัดการลดราคาลงอีกด้วยโดยรุ่น 40GB เหลือ $229 (เดิม $299)และรุ่น 160GB เหลือ $329 (เดิม $399) เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนหันมาซื้อ Apple TV กันมากขึ้น

iPhone / iPod touch

ไม่พลาดอีกเช่นกันกับเฟิร์มแวร์ 1.1.3 ที่มีทั้งภาพและคลิปวิดีโอออกมาให้เห็นกันครั้งแรกเมื่อตอนต้นปี ซึ่งพอมาในงานก็ไม่มีอะไรผลิกโผฟีเจอร์ใหม่ ๆ ก็อย่างที่เห็นกันไปแล้วว่ามีทั้ง Map ที่เพิ่มลูกเล่นใหม่, Multiple SMS, Web Clip และรองรับการดูหนังแบบมีหลายภาษาหรือแบบที่มีซับไตเติ้ลหลายภาษาได้ด้วย

วิดีโอสาธิตการใช้งานฟังก์ชั่นใหม่ ๆ

iPod touch ก็เช่นเดียวกันมีการอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ด้วย แต่ที่ดูแล้วแอปเปิ้ลก็ออกจะเกินไปสักหน่อยคือการเก็บเงิน $20 เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นมาตรฐานอย่าง Mail, Map, Stock, Note, Weather เข้ามาในเครื่องแบบไมต้องแฮกค์กันเองดูแล้วแอปเปิ้ลคงอยากทำให้สมกับชื่อ "มีเรื่องเสียเงินลอยอยู่ในอากาศ"

Macbook Air

ไฮไลท์สุดท้าย ท้ายสุดที่สตีฟ จ๊อบส์กล่าวถึงก็คือโน๊ตบุ๊คตัวเก่งที่มีข่าวลือหนาหูก่อนงานว่าจะเป็นเครื่องที่บางเบาแถมจะใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง SSD พอถึงช่วง 20 นาทีสุดท้ายเจ้า Macbook Air ก็มาปรากฏโฉมแบบเซอร์ไพรส์เล็กน้อยคือสตีฟ จ๊อบส์หยิบเครื่องออกมาจากซองเอกสารสีน้ำตาล ซึ่งก็ทำให้เห็นว่า Macbook Air นั้นบางและเบาจริง ๆ

สำหรับรายละเอียดตัวเครื่อง Macbook Air

  • Intel Core2Duo 1.6GHz หรือ 1.8GHz
  • Ram 2GB
  • Harddisk แบบ 1.8" 80GB (ขนาดเท่ากับใน iPod classic) หรือ SSD 64GB(เพิ่มเงินอีก $1,000)
  • VGA GMA X3100
  • Display LED 13.3 นิ้ว
  • Keyboard เรืองแสงและปรับแสงได้อัตโนมัติ
  • Multi touch Trackpad
  • iSight Build in
  • 1xUSB, 1x Micro DVI และ Audio Out
  • น้ำหนัก 1.3 กิโลกรัม มีความหนาสูงสุดเพียง 2 เซนติเมตรเท่านั้น

การออกแบบใช้อลูมินัมเป็นวัสดุประกอบเครื่องรอบตัวเครื่องไม่มีช่องให้เปลี่ยนแรมแต่อย่างใดด้านข้างซ้ายมีช่องต่อที่ชาร์จไฟ ส่วนด้านขวาเป็นช่องแบบพับเก็บได้ซ่อนช่อง USB, Micro DVI และ Audio in เอาไว้ สำหรับฟังก์ชั่นที่ดูจะโดดเด่นกว่ารุ่นพี่ ๆ ที่ออกมาก่อนก็คือ Multi touch Trackpad ที่มีการใช้งานคล้าย ๆ กับบน iPhone ทั้งการจีบนิ้วกางน้ิวทั้งสอง แต่ที่พิเศษกว่าคือมีการใช้งานแบบ 3 น้ิวพร้อมกันด้วย (ตามไปดูวิดีโอสาธิตการใช้ในเว็บแอปเปิ้ล)และด้วยความบางขนาดที่สุดในโลกในปัจจุบันนี้จึงเป็นไปไมได้ที่จะใส่ DVD Drive เข้าไปด้วยในตัว ซึ่งแอปเปิ้ลก็จับ External Super Drive มีความสามารถในการบันทึกแผ่น DVD ได้มาขายแยกในราคา $99 อีกด้วย ทางแก้อีกวิธีที่แอปเปิ้ลเตรียมไว้ให้คือฟังก์ชั่น Remote Disc ที่มีการใช้งานคือสามารถนำแผ่น CD หรือ DVD โปรแกรมทีต้องการลงในเครื่อง Macbook Air ไปใส่แผ่นในเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นได้ทั้ง Mac และ PC จากนั้นก็ใช้ Remote Disc จัดการค้นหาเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวแล้วจัดการเข้าไปที่ CD หรือ DVD นั้น แล้วจัดการลงโปรแกรมผ่านทางไวร์เลสซะเลย

สำหรับข้อเสียของ Macbook Air ที่สตีฟ จ๊อบสไม่ได้บอกไว้คือลำโพงเป็นแบบโมโน และแบตเตอรี่เป็นแบบถอดเปลี่ยนไม่ได้ ซึ่งอย่างหลังดูเหมือนจะเป็นข้อด้อยอย่างแรงสำหรับใครที่ชั่งใจกันอยู่ว่าจะซื้อดีหรือไม่ เอาเป็นว่าถ้าแบตเตอรี่เสื่อมหรือแรมเสียไม่ต้องแกะเปลี่ยนเองเลย ยกเข้าศูนย์สถานเดียว

ราคา Macbook Air ที่แอปเปิ้ลตั้งเอาไว้เร่ิมต้นที่ $1,799 ถึง $3,098 (ประมาณ 63,000 ถึง 108,430 บาท)

สรุปว่างาน Macworld 2008 คราวนี้จะเรียกว่าสมหวังก็ไม่เชิงผิดหวังก็ไม่ใช่ เพราะเกือบทุกอย่างในงานเป็นส่ิงที่พูดถึงกันมานานแล้ว โดยเฉพาะโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กที่รอกันมาเกือบ ๆ 2 ปีแล้วหลังจากที่ Powerbook 12” หายไป แต่ Macbook Air ก็คงไม่ได้มาแทนที่ตรงนี้เพราะตัวยข้อจำกัดของเครื่องหลาย ๆ อย่างทำให้เหมาะกับงานทั่วไปมากกว่าการนำมาให้งานแบบหนักหน่วง ส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ iTunes , iPod touch และ iPhone ก็หวือหวาตามที่ควรจะเป็นทั้งการเปิดบริการเช่าหนังที่หลายคนเห็นราคาแล้วอาจจะว่าแพงกว่าเราเดินออกไปเช่าแผ่น DVD จากร้านเช่าแถวบ้าน แน่นอนว่าราคาแบบนี้คงเปรียบเทียบกับในไทยไม่ได้เพราะหลาย ๆ อย่างในอเมริกากับบ้านเราไม่เหมือนกัน สรุปแล้วงาน “มีเรื่องให้เสียเงินลอยอยู่ในอากาศ” ก็สมกับชื่อจริง ๆ เพราะทุกอย่างแอปเปิ้ลเข้าสู่ยุคไร้สายเกือบเต็มตัวแล้ว




Comments

chong — 16 January 2008 - 10:44am
chong's picture

สุดยอดเลย MacBook Air แต่ถ้าราคาขนาดนี้คงไปคบกับ MacBook Pro ดีกว่า

nickoe — 16 January 2008 - 10:54am
nickoe's picture

เห็นด้วยอย่างแรงครับ

kangg — 16 January 2008 - 2:30pm
kangg's picture

ถ้าเทียบเรื่องราคาคงต้องอัดกับ VAIO TZ คู่แข่งไปเลยครับ คนที่จะซื้อ VAIO เครื่องละ 90-100K เจอราคา Macbook Air ผมว่าน่าจะชอบนะ เพราะราคาเริ่มต้นถูกกว่า

nickoe — 16 January 2008 - 10:15pm
nickoe's picture

อยากดู keynote แบบเต็มๆอ่ะครับ หาดูได้ที่ไหนครับ

kangg — 16 January 2008 - 11:17pm
kangg's picture

รอครับ..รอปล่อยให้ดาวน์โหลดก่อน ค่อยดูอีกรอบ

แย่งกันดูตอนนี้ไม่ไหวเหมือนกัน

Pone (not verified) — 17 January 2008 - 12:45am
Pone's picture

มาติดตามครับ

 

 



  Freemac dot net ͧ ͧͺͧ   ThaiMacClub   ThaiHi5.com   ThaiHi5.com     ThaiThinkPad User Community : The ThinkPad Community in Thailand   dualGeek, We're in command.

Hosting Powered by BeeNet and CMS Powered by Drupal
Author by kangg, Designed by FunkyDog and Web Technical by Ford AntiTrust
SiamPod.Com © All Rights Reserved |
web hit counter