รีวิว : เช่าหนังจาก iTunes Store
21 January 2008 - 4:36pm — kangg
อยากจะลองซื้อหนังจาก iTS มานานแล้วแต่ใจไม่กล้าไม่ว่าจะเป็นราคาเมื่อคิดเป็นเงินไทยแล้ว หนึไปซื้อแผ่น DVD เองดีกว่า แต่ตอนนี้แอปเปิ้ลเปิดบริการให้เช่าหนังจาก iTS แล้วก็เลยอยากจะลองดูสักหน่อยว่าหนังที่เช่ามานั้นเมื่อเทียบกับหนังที่แปลงเก็บไว้เองแล้วต่างกันยังไง
ก่อนเช่าหนัง
ก่อนเช่าหนังบน iTunes Store ก็รู้ระบบคร่าว ๆ อยู่แล้วในระดับหนึ่งที่สตีฟ จ๊อบส์เพิ่งออกมาประกาศไปเมื่องาน Macworld 2008 ว่าสามารถดาวน์โหลดหนังมาเก็บไว้ได้ก่อนดู 30 วันและเมื่อดูแล้วต้องดูในจบใน 24 ชั่วโมงนับจากเร่ิมกดดูครั้งแรก ]และมีราคาค่าเช่าหนังแบ่งเป็น
- หนังใหม่แบบความละเอียดปกติเรื่องละ $3.99
- หนังเก่าแบบความละเอียดปกติเรื่องละ $2.99
- หนังใหม่แบบความละเอียดสูง (HD) เรื่องละ $4.99
- หนังเก่าแบบความละเอียดสูง (HD) เรื่องละ $3.99
*สำหรับหนังแบบความละเอียดสูง (HD) จะสามารถเช่าได้จาก Apple TV เท่านั้น ขณะเขียนบทความยังไม่เปิดให้เช่า
ความละเอียดของหนังที่เช่ามาจาก iTunes Store มีความละเอียดดังนี้
- หนังความละเอียดปกติ รวมกันแล้วไม่เกิน 640x480 พิกเซล โดยมีระบบเสียงเป็นแบบสเตอริโอ
- หนังความละเอียดสูง (HD) มีความละเอียดที่ 1280x720 พิกเซล ระบบเสียงแบบ Dolby Digital Surround 5.1
เตรียมพร้อม
ก่อนอื่นเลยก็คือ iTunes ต้องเป็น iTunes 7.6 ขึ้นไป และสำหรับการซื้อหนังหรือเช่าหนังบน iTS นั้นแนะนำว่าควรใช้อินเตอร์เน็ทความเร็ว 1 Mbps ขึ้นไปและที่สำคัญความเร็วอินเตอร์ที่ใช้ควรเร็วในระดับสม่ำเสมอนิ่ง ๆ คือถ้าใช้ความเร็ว 1 Mbps แต่ความเร็วจริง ๆ ได้แค่ 256-512 Kbps อันนี้ก็ต้องทำใจว่ากว่าจะดาวน์โหลดหนังที่ต้องการเช่ามานั้นจะนานมาก ๆ จนบางครั้งอาจจะรอกันครึ่งค่อนวันเลยก็เป็นได้
เช่าหนังมาดู
คิดแล้วคิดอีกว่าจะเช่าหนังจาก iTS มาดูดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าทดลองเช่ามาดูสักเรื่อง ที่สำคัญอีกประการคืออยากรู้ด้วยว่าแอปเปิ้ลทำระบบป้องกันสำหรับหนังเช่าในเบื้องต้นไว้อย่างไร โดยดู ๆ แล้วหนังเก่าเรื่องละ $2.99 ไม่มีโดนใจสักเรื่อง ส่วนหนังใหม่ ๆ ที่เปิดให้เช่านั้นส่วนใหญ่ก็ดูเกือบหมดแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้เรื่อง “Underdog” ที่ยังไม่เคยดู แน่นอนกดปุ่มเช่าหนังเสียเงินไป $3.99 เพราะเป็นหนังใหม่ที่เพิ่งเปิดให้เช่า
หลังจากกดปุ่มเช่าหนังไปแล้วก็น่ิงนอนใจว่าความเร็วอินเตอร์เน็ทที่ใช้ก็เร็วไม่ขี้เหร่แล้วนะ (1Mbps) แต่พอเอาเข้าจริงถึงเวลาดาวน์โหลดหนังผิดคาดความเร็วอินเตอร์เน็ทที่ใช้อยู่นั้นลดลงเหลือแค่ประมาณ 350 Kbps เท่านั้น ใน iTunes ก็ขึ้นมาบอกเลยว่าใช้เวลาดาวน์โหลดหนังเรื่องนี้ทั้งหมด 10 ชั่วโมง แถมเจออินเตอร์เน็ทหลุดไปอีกพักใหญ่ ซึ่งในตอนแรกก็นึกว่าจะต้องมาดาวน์โหลดใหม่ตั้งแต่ต้นแต่ก็ยังดีที่สามารถดาวน์โหลดแบบต่อเนื่องได้ สรุปแล้วน้องหมาน้อย Underdog ขนาด 927.5MB ผมใช้เวลาดาวน์โหลดไปราว ๆ 8 ชั่วโมง (ก็บอกแล้วว่าความเร็วเน็ทต้องน่ิง ๆ) ซึ่งมีบางช่วงขณะดาวน์โหลดขึ้นว่าใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง ถึงตรงนี้ดีใจกันสุด ๆ เพราะไฟล์แค่ 927.5MB ถ้าวิ่งเต็มอัตราแล้วไม่น่าจะเกิน 3 ชั่วโมง
เมื่อดาวน์โหลดหนังมาเสร็จเรียบร้อยก็เร่ิมปฏิบัติการก่อนที่จะเร่ิมเปิดดูคือทดลองนำหนังที่เช่ามาใส่เข้าไปใน iPhone (1.1.3) และ iPhone (1.1.2) ก็ไม่สามารถใส่ได้ก็พาลนึกไปว่าแอปเปิ้ลใส่ระบบป้องกันอะไรไว้ถึงไม่สามารถใส่ลงไปใน iPod 5G ได้ทั้ง ๆ ที่ตัวเครื่องก็เป็นเฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุด ส่วน iPhone ยังพอเข้าใจว่ายังไม่ได้อัพเดทเป็นเฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุด (1.1.3) ซึ่งพอค้นข้อมูลเพิ่มเติมก็ถึงบางอ้อว่าหนังที่เช่ามาจาก iTS นั้นสามารถดูได้บนอุปกรณ์ดังนี้
- เครื่องคอมพิวเตอร์ Mac หรือ PC
- Apple TV (Take 2)
- iPhone
- iPod touch
- iPod nano
- iPod classic
*อาจต้องอัพเดทซอฟท์แวร์เพื่อให้อุปกรณ์รองรับกับระบบเช่าหนังจาก iTunes Store
ดูหนังแบบเต็มจอบน iTunes
ดาวน์โหลดหนังมาเสร็จตัวหนังก็จะมีรายละเอียดคร่าว ๆ เกี่ยวกับเนื้อเรื่องและมีจำนวนวันที่เราสามารถเก็บหนังไว้ได้ก่อนเปิดดู ซึ่งเมื่อเรากดดูหนังแล้วตรงส่วนไอคอนของหนังที่เช่ามาจะเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงและมีกรอบข้อความขึ้นมาบอกเราว่า "แน่ใจว่าจะดูหนังแล้วใช่มั้ย มีเวลาดูให้จบภายใน 24 ชั่วโมง มั่นใจแล้วกดปุ่ม Play เลย" พอกดปุ่ม Play เสร็จปั๊ปเราก็สามารถดูหนังที่เช่ามาได้ทันที
การโอนย้ายหนัง
การย้ายหนังไปมาระหว่าง iTunes และ iPod / iPhone สามารถทำได้ง่าย ๆ จากเมนู Movies จาก iIpd / iPhone บน iTunes ซึ่งเมื่อเรามีหนังที่เช่ามาแล้ว ตัวเมนู Movies ก็จะเพิ่มในส่วนเกี่ยวกับการโอนย้ายหนังเช่ามาให้อัตโนมัติซึ่งถ้าต้องการย้ายหนังลง iPod ก็แค่กดปุ่ม Move หนังที่เช่ามาก็จะถูกย้ายลงสู่ iPod ทันที กลับกันถ้าเราต้องการย้ายหนังจาก iPod เข้า iTunes ก็สามารถทำได้เช่นกันในขั้นตอนเดิมคือกดปุ่ม Move เพื่อย้ายหนังจาก iPod สู่ iTunes
สามารถเลือก Chapter พร้อมภาพพรีวิวใน Chapter
และเมื่อเราทำการโอนหนังลง iPod หรือ iPhone แล้วหนังที่เช่ามาก็จะถูกแยกเป็น Rented Movies ส่วนลูกเล่นเล็กน้อยที่แอปเปิ้ลเพิ่มมาในหนังเช่าคือระบบ Chapter ที่จริง ๆ แล้วเราก็สามารถทำได้เองจากการแปลงหนัง แต่จะทำได้ไม่อลังการเท่ากับหนังที่เช่ามาซึ่งพอจะกดเปลียน Chapter บน iPod touch จะเหมือนกับว่าเราพลิกปกเพลงไปด้านหลัง ซึ่งจะพบกับ Chapter ของหนังที่เราดูอยู่และเลือกจ้ิมได้เลยว่าอยากดูหนังที่ Chapter ไหน
คุณภาพของหนังที่เช่ามา
ความละเอียดของภาพจากหนังเรื่อง Underdog อยู่ที่ 640 x 264 พิกเซล บิตเรต 1,578 kpbs สามารถให้ความชัดเจนได้ดีทั้งการดูผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งค่าให้แสดงผลแบบเต็มหน้าจอ (1280 X800 พิกเซล) รายละเอียดของภาพดีมากแม้จะเป็นฉากที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว ๆ ก็ไม่ขึ้นเป็นหยัก ๆ เหมือนที่เราแปลงหนังกันเองจากแผ่น DVD ซึ่งจากการเปรียบเทียบกันระหว่างหนังที่มาจาก iTS และหนังที่แปลงเองจากแผ่น DVD ซึ่งผมพยายามหาหนังที่มีฉากและสีสรรของหนังใกล้เคียงมาเปรียบเทียบให้เห็นกันเลยว่าหนังที่แปลงเองคุณภาพจะดีหรือแย่กว่าหนังที่เช่ามา ซึ่งหนังที่นำมาเปรียบเทียบได้แก่เรื่อง “Barely Legal” โดยเป็นการแปลงจากแผ่น DVD ที่ความละเอียด 720 x 384 พิกเซล บิตเรท 1,928 kpbs
พยายามหาฉากให้หนังที่ใกล้เคียงกันก็ได้ออกมาเป็นฉากที่มีการเคลื่อนไหวในฉากเยอะ ๆ จะเห็นได้ชัดว่าหนังที่เช่ามาทำได้ดีกว่าแบบเห็นได้ชัด ส่วนหนังที่แปลงเองเมื่อสังเกตดี ๆ จะเห็นได้ว่ามีหยักเหลี่ยม ๆ ให้เห็นเยอะพอควร
ฉากไฟไหม้ค่อนข้างเห็นได้ชัดเจนว่าแตกต่างกันระหว่างหนังเช่ากับหนังที่แปลงเอง โดยหนังที่เช่ามาแถบจะไม่มีรอยหยักเหลี่ยม ๆ เกิดให้เห็น ส่วนหนังที่เช่ามานอกจากรอยหยักบริเวณเปลวไฟแแล้วยังเกิดรอยหยักบริเวณรอบข้างอีกที่มีแสงไม่เท่ากันให้เห็นมากทีเดียว
อีกหนึ่งฉากที่อยากให้ดูกันคือฉากที่อยู่ในที่มีแสงน้อยหรือฉากที่มีการใช้สีดำเยอะ ๆ เห็นชัดเลยว่าหนังที่เช่ามาทำการไล่โทนของสีดำได้ดีมากไม่เกิดการแสดงโทนสีดำไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเมื่อเทียบกับหนังที่ทำเองแล้วต้องบอกว่าคนละเรื่องกันเลยทีเดียว
ระบบการป้องกัน
ระบบการป้องกันที่แอปเปิ้ลทำกับหนังเช่าบน iTunes Store เบื้องต้นคือเช่าหนังมาเก็บไว้ก่อนดูได้ 30 วันและถ้าคลิกดูแล้วต้องดูให้จบภายใน 24 ชั่วโมง(ดูกี่รอบก็ได้) โดยสามารถโอนถ่ายหนังไปที่ iPod หรือ iPhone ก็ได้ แต่จะได้แค่เครื่องเดียวไม่เหมือนกับหนังที่ซื้อหรือที่เราแปลงเอง อธิบายง่าย ๆ คือหนังที่เราแปลงเองเมื่อนำมาใส่ใน iPod แล้วตัวไฟล์หนังก็ยังอยู่ใน iTunes ด้วยสามารถเปิดดูจาก iPod หรือ iTunes ก็ได้ แต่หนังที่เช่ามานั้นเมื่อนำหนังมาใส่ใน iPod จะเป็นการย้ายไฟล์ (Move) มาเก็บไว้ใน iPod เลยไฟล์ที่อยู่ใน iTunes ก็จะหายไป ซึ่งในทางกลับกันตอนโอนหนังจาก iPod เข้าสู่ iTunes ก็จะเป็นแบบเดียวกัน โดยที่ขณะโอนหนังไปมานั้นเราจะต้องต่ออินเตอร์เน็ทไว้ให้ iTunes ทำการเช็คเรื่องความถูกต้องในการโอนไฟล์ด้วย ซึ่งถ้าไม่ต่ออินเตอร์เราก็จะไม่สามารถย้ายไฟล์ไปมาได้
ทดลอง zip ไฟล์หนังที่เช่าไว้อีกหนึ่งไฟล์ก่อนแล้วค่อยโอนหนังเข้าไปใน iPod แล้วค่อยทำการแตกไฟล์ zip ตัวหนังออกมาพบว่า iTunes มองเห็นไฟล์หนังเช่าได้ถูกต้องปกติ แต่ไม่สามารถเล่นได้โดยมีข้อความขึ้นมาประมาณว่า เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ไม่ไม่สามารถดูหนังเรื่องนี้ได้เพราะหนังเรื่องนี้ได้อนุญาติให้เล่นกับอุปกรณ์อื่นไปแล้ว
นอกเหนือจากระบบป้องกันแน่นหนาแล้วยังมีการะเบิดตัวเองทิ้งเมื่อหนังดังกล่าวถึงกำหนดเวลา สมมุติว่าเหลือเวลาในการเปิดดูหนังอีก 1 นาทีแล้วเราเปิดดูจะสามารถดูได้จนหนังจบเรื่อง แต่ถ้าหากเรากดปุ่มใด ๆ ก็ตามออกมาจากการดูหนังหรือกดให้ iPod กลับสู่เมนูการใช้งานในระหว่างที่ดูไฟล์หนังดังกล่าวจะหมดอายุและทำลายตัวเองทิ้งหายไปจากเครื่องของเราทันทีทั้งบน iPod และ iTunes (ยังกับในหนังสายลับเลยนะนั้น)
สรุแล้วหนังเช่าจาก iTunes Store ทำได้อย่างที่แอปเปิ้ลโม้ไว้คือคุณภาพใกล้เคียงกับหนังจากแผ่น DVD สีสดและอิ่มกว่าหนังที่แปลงเอง ส่วนเรื่องระบบเสียงถ้าอยากได้แบบเต็ม ๆ ก็ต้องลงทุนเช่าหนังแบบ HD จาก Apple TV ดู ๆ แล้วตอนนี้ iTunes Store ยังไม่เหมาะกับเมืองไทยเท่าไหร่เพราะด้วยความเร็วอินเตอร์เน็ทในบ้านเราที่ยังไม่ถึงระบบที่จะสามารถดาวน์โหลดข้อมูลระดับ GB ได้ง่าย ๆ ในไม่กี่นาที ซึ่งตรงนี้ยังไม่ได้นับถึงการดาวน์โหลดหนังแบบ HD ว่าจะต้องใช้เวลาในการดาวน์โหลดอีกเท่าไหร่ อีกปัจจัยสำหรับคนไทยคือราคาค่าเช่าหนังที่ไม่เอื้ออำนวยให้กับคนไทยอย่างเรา เพราะราคาเมื่อนำมาคิดเป็นค่าเงินไทยแล้วเดินไปเช่าแผ่น DVD จากร้านเช่าหนังเจ้าประจำดีกว่า
จุดสังเกตุ
- ต้องการความเร็วอินเตอร์เน็ทความเร็วสูงมากในการดาวน์โหลด
- หนังที่เช่ามาไม่มีซับไตเติ้ล
- ต้องใช้อินเตอร์เน็ทในการโอนย้ายหนังจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปสู่ไอพอดหรือไอโฟน
ระบบที่ใช้ทดสอบ :
เครื่องคอมพิวเตอร์ Macbook 2.16GHz / ram 2GB / Mac OS X 10.5.1 / iTunes 7.6 (29) / iPod touch (1.1.3), iPhone (1.1.2), iPod 5G (1.2.3) / อินเตอร์เน็ท ISP : BuddyBB ความเร็วอินเตอร์เน็ทต่างประเทศ 1 MB, ความเร็วในประเทศ 2 MB, ส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ทไร้สายแบบ 802.11g , โมเด็มเราท์เตอร์ NETGEAR DG834G (V4.01.30)






Comments
สุดยอดครับ ขอบคุณที่ทำreviewมาให้อ่านกัน
เข้าใจการทำงานของระบบหนังเช่าเยอะขึ้นเลยครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับ review
สำหรับคุณภาพของภาพที่คุณกั้งเปรียบเทียบ ผมว่าเป็นเพราหนังที่เช่า enocde ด้วย H.264 ถึงได้สวยเนียนกว่าหนะครับ ไงก็ลองเปรียบเทียบกับหนังที่ encode เองแบบ H.264 ดูเพิ่มเติม จะได้ความกระจ่างมากขึ้นครับ
To see with eyes unclouded by hate.
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับพี่ Mike
- จริง ๆ แล้วผมก็ดีไฟล์ที่เป็น H.264 อยู่เช่นกันแต่ว่าไฟล์เอาลงไอพอดไม่ได้เลยไม่ได้นำมาเปรียบเทียบ ส่วนที่เอาลงไอพอดได้ก็ตั้งแต่สมัยที่ไอพอดยังรองรับแค่ 320x240 พิกเซลอยู่เลยครับ เลยไม่มีให้เปรียบเทียบ
- อีกอย่างหลัง ๆ มานี่ผมเก็บแต่ mp4 ธรรมดาเป็นส่วนมากหาไฟล์เทียบฉากหนังได้ง่ายกว่า จริง ๆ แล้วแปลงเป็น H.264 เสียเวลาเพิ่มเท่าตัวและมีข้อจุกจิกตอนแปลงเยอะกว่านิดหน่อย ผมเลยไม่ค่อยได้แปลงเป็น H.264
ตอบพี่ Mike ต่ออีกหน่อย...
เมื่อสักครู่ใหญ่ ๆ ผมลองแปลงหนังจาก DVD เป็น H.264 ด้วย HandBrake ผลปรากฏว่าไฟล์ที่ทำเป็น H.264 ผมไม่สามารถใส่เข้าไปใน iPod / iPhone ได้ ผมลองเช็คดูแล้วว่าอาจจมีข้อผิดพลาดจากการตั้งค่าอัตโนมัติทำให้บิตเรทสูงกว่าทำหนดที่ 1500 kbps ผมเลยลองแปลงใหม่อีกครั้งคราวนี้ผมเซ็ทบิตเรทไว้ที่ 1300 kbps พอแปลงเสร็จบิตเรทขึ้นมาเป็น 1455 kbps ซึ่งบิตเรทนี้ยังอยู่ในกำหนดเงื่อนไขของหนังที่จะใส่เข้าไปใน iPod แต่ก็ยังใส่เข้าไปใน iPod / iPhone ไม่ได้อยู่ดี (ดูรายละเอียดจากรูป) ซึ่งสาเหตุเรื่องนี้เป็นอย่างนึงที่ผมไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรและเป็นปัญหากับการที่ผมจะนำไปดูบน iPod ด้วย ซึ่งผมก็ไม่สามารถนำไฟล์นี้มาเทียบในรีวิวได้เพราะถือว่าเป็นไฟล์ไม่สมบูรณ์ที่สามารถดูได้ทั้งทั้งบนคอมและไอพอด
อย่างไรก็ตามไฟล์ H.264 ดังกล่าวผมลองเปิดบน iTunes แล้วผลลัพธ์ที่ได้ไม่แตกต่างกับไฟล์ mp4 ที่แปลงเองคือยังมีหยักเหลี่ยม ๆ ให้เห็น ส่วนสีดำโดนกลืนหายไปรายละเอียดอย่างเสื้อสีดำหายไปแบบเห็นได้ครับ และเมื่อเทียบกับหนังที่เช่ามาก็ยังเห็นได้ว่าคุณภาพของไฟล์ที่เช่ามายังไง ๆ ก็ดีกว่า ผมคิดว่ายังไงการแปลงหนังที่เราทำกันเองก็ไม่สามารถจะไปเทียบกับหนังที่ขาย(เช่า) ได้ ผมก็ไม่รู้ว่าแอปเปิ้ลใช้วิธีการแปลงไฟล์แบบไหน และใช้เครื่องอะไรแบบไหนแปลงเป็น H.264
- ข้อดีของ H.264 คือได้ขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า (ไฟล์เล็กกว่าจะข้อกำหนดทีมากกว่า)
- ข้อเสียคือเสียเวลาในการแปลงไฟล์จากปกติไปอีกเท่าตัว และถึงแม้จะได้ไฟล์ H.264 ตามข้อกำหนดที่สามารถนำไปใส่ไอพอดได้ แต่ก็ไม่มีส่ิงยืนยันได้ว่าไฟล์นั้นจะสามารถนำมาใส่ไอพอดได้จริง เหมือนกับกรณีที่ผมเจอข้างต้น
ขอบคุณครับ รีวิวได้เสียละเอียดเลยทีเดียว
แต่มีคำถามข้อหนึ่งครับ ว่า ถ้าเกิดเราดูหนังที่เช่ามาจบก่อน 24 ชั่วโมง
เราสามารถที่จะดูมันซ้ำอีกครั้งได้หรือปล่าวครับ ?
ดูกี่สิบครั้งภายใน 24 ช.ม. ก็ได้ครับ
ชอบมากครับ ละเอียดดีมาก
(ขอนำข้อมูลไปคุยกับลูกค้าครับ)
ขอบคุณนะคับกับ review เด๊วว่างๆจะลองไปเช่าจาก iTS ดูบ้างคับ
http://www.freemac.net/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=21814
เสียดายที่หมดเวลาแล้ว ไม่งั้นลองทำแบบความเห็นlinkข้างบนไม่รู้จะได้หรือเปล่า
ผมก็ลองคล้าย ๆ กับคุณ RedSox นะแต่เวลาไม่ยักกะเปลี่ยนเหมือนของคุณ RedSox เลยครับ (แถม iTS นับเวลาหนังผมแบบตรงเป๊ะไม่พลาดสักวินาที...
)
ผมว่า Apple แปลงด้วย Compressor บน Mac Pro/Xserve/Xgrid หนะครับ น่าจะเนียนที่สุดแว้ว...
ส่วนข้อมูลเรื่อง bitrate และ resolution คงต้องรอคุณกั้งช่วยชี้แนะด้วยนะครับ ผมว่าน่าจะมีขั้นตอนมาตรฐานของ Apple อธิบายไว้หนะครับ
To see with eyes unclouded by hate.
เดี๋ยวไปคุยกันในบอร์ดต่อดีกว่าครับพี่ คุยตรงนี้เดี๋ยวจะยาว
Thanks alot for your review
หน้าสนใจมากครับ ขอบคุณที่มาเล่าสู้กันฟังนะครับ ^^