จากข่าวที่มีการวิเคราะห์ของบรรดาเกจิทั้งหลายที่ว่ากันว่าไอพอดกำลังอยู่ในช่วงขาลงราว ๆ 10-30% จากยอดการสั่งผลิตลดลงส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่าถูกต้องเพราะปัจุบันว่า 100 ล้านเครื่องเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งโลกที่พอจะมีรายได้ซื้อเครื่องเล่นเหล่านี้ได้ก็เรียกว่ามากพอดูแม้จะคิดเป็นร้อยละต่อสัดส่วนประชากรทั้งโลกแล้วไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ คิดเป็นสัดส่วนที่ไอพอดยังครองตลาดอยู่แม้จะลดลงมาบ้างจากการที่มีไอโฟนเข้ามาแย่งตลาดกันเองแต่สัดส่วนก็ยังคงอยู่ที่ราว ๆ 70 เปอร์เซ็นต์ของตลาดเครื่องเล่นเพลงพกพาเช่นเดิม แนวโน้วที่ลดลงเป็นผลกระทบมาจากไอโฟน 4ล้านเครื่องที่ขายไปในช่วงครึ่งปีมานี้ แน่นอนว่าคงไม่ใช่ผลกระทบโดยตรงแต่ก็มีส่วนพอสมควรสำหรับผู้ที่จะตัดสินใจซื้อระหว่างไอพอดหรือไอโฟน คร่าว ๆ ว่ามีจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ที่ลังเลว่าจะซื้อไอพอดหรือไอโฟนแล้วสุดท้ายเลือกไอโฟน ซึ่งเมื่อคิดเป็นตัวเลขแล้วเท่ากับ 8 แสนเครื่องเลยทีเดียวที่ไอโฟนมาแย่งส่วนแบ่งไป
อีกส่วนหนึ่งคือยังไม่ถึงเวลาเปลี่ยนเครื่อง คิดง่าย ๆ เลยว่าใครที่ยังใช้ iPod 5G อยู่ตั้งแต่เร่ิมออกมาในปี 2005 เกินกว่าครึ่งยังไม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนมาเป็น iPod classic เพราะของเก่ายังใช้ได้ดีอยู่แล้วของใหม่ดูรวม ๆ แล้วความสามารถไม่ต่างกันจนเห็นได้อย่างชัดเจนก็ไม่รู้จะเปลี่ยนไปเป็น iPod classic ทำไมนอกจากจะอยากได้ความจุระดับ 160GB เพราะในยุคที่ iPod 5G เข้ามาในตลาดเป็นช่วงที่เร่ิมมีฟิลม์ติดกันรอยและเคสใส่สารพัดยี่ห้อเข้ามาในตลาดมากกว่าสมัยก่อน ซึ่งนั้นก็ทำให้ iPod 5G ที่ยังมีอยู่ดูแล้วยังดูไม่เก่าแล้วจะเปลี่ยนไปทำไม
ต่อมาคือสภาพเศษฐกิจทั้งโลกที่มีปัญหากันหมดไม่ว่าจะอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เอเชีย แน่นอนว่าไอพอดไม่ใช่ส่ิงจำเป็นในการดำรงชีวิตซึ่งแนวโน้มที่ลดลงของไอพอดจริง ๆ แล้วเร่ิมฉายแววมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาแล้ว แต่ในขณะนั้นยังไม่มีใครออกมาพูดอะไรเกี่ยวกับแนวโน้มนี้ เพราะตัวเลขต่าง ๆ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะไอพอดที่มีตัวเลขลดลงเพียงยี่ห้อเดียวแต่ทั้งตลาดเครื่องเล่นเพลงพกพามีแนวโน้มลดลงทั้งหมด
แล้วเมื่อไหร่ที่ไอพอดจะกลับมาเฟื่องฟูู
คาดว่าในปีนี้คงเป็นช่วงขาลงของไอพอดประมาณนึงจากการที่ iPod 5G ทำตลาดอยู่นาน 2 ปีเต็ม ๆ แนวโน้มในการทยอยเปลี่ยนเครื่องใหม่อาจจะยังมีให้เห็นไม่มากนักในปีนี้ หลายสำนักวิเคราะห์ว่าในช่วงครึ่งปีหลังเส้นกราฟของไอพอดจะลดต่ำลงอีก ส่วนไอโฟนจะพุ่งกระฉูดขึ้นถ้ามีการเปิดตัวในเอเชียซึ่งเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว แต่เมื่อขึ้นปี 2009 ที่ iPod 5G ที่ใช้กันอยู่ในตอนนี้เร่ิมแบตเสื่อมกันอย่างเต็มที่ และความจุของไอพอดรุ่นใหม่ ๆ ในอนาคตเร่ิมแตกต่างมากกว่านี้ ทั้ง iPod classic และ iPod touch เมื่อถึงมี 2009 ก็น่าจะมีการออกโฉมใหม่แล้ว ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นไอพอดก็น่าจะกลับมามียอดขายมากขึั้นเหมือนเดิม
เชื่อว่าสตีฟ จ๊อบและเเหล่าพลพรรคแอปเปิ้ลก็คงรู้ตัวมานานแล้วเกี่ยวกับยอดขายไอพอดที่ลดลงในช่วงนี้ ซึ่งคาดว่า iPod touch รุ่นหัวขบวนน่าจะมีลูกเล่นอะไรใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมากว่ากว่าแค่การเพิ่มความจุ อย่างน้อย ๆ แอปเปิ้ลก็น่าจะออกไอพอดที่เป็นแบบมัลติทัชรุ่นเล็กเพื่อมากระตุ้นตลาดให้กระเตื้องขึ้นบ้าง ส่วนจะมีขนาดและหน้าตารวมถึงลูกเล่นอะไรมาดึงดูดเงินให้ออกจากกระเป๋าก็คงต้องรอกันอีกอึดใจยาว ๆ
แล้วในไทยปีที่ผ่านมาพุ่งหรือล่วง
200,000 เครื่องรวมทุกรุ่นเป็นตัวเลขคร่าว ๆ ของยอดขายในปี 2007 ที่ผ่านมา นับเฉพาะเครื่องที่จำหน่ายออกมาจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น เรียกว่าเยอะมากพอดู (ขนาดรุ่นใหม่ ๆ ทำให้อ่านไทยไม่ได้นะเนี้ย) ซึ่งเมื่อเทียบสัดส่วนของทั้งตลาดของเครื่องเล่นเพลงพกพาในไทยแล้วไอพอดครองส่วนแบ่งราว ๆ 45 - 50 เปอร์เซ็นต์
แล้วในปีนี้ (2008 ) ยอดขายในไทยจะเป็นยังไง ? แนวโน้มลดลงแน่นอนจากการโหมทุ่มโปรโมทในช่วง 2 ปีที่ผ่านเพราะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดิมก็ยังถือไอพอดเครื่องเดิม หูฟังเดิม ฟังเพลงใหม่ ๆ กันได้อยู่เหมือนเดิม ส่วนใหญ่ยังไม่มีความจำเป็นในการเปลี่ยนเครื่องใหม่ ซึ่งแนวโน้มที่แอปเปิ้ล(ไทย) จะเริ่มไปจับตลาดกลุ่มเด็ก ๆ อายุน้อยลงก็มีมากขึ้น โดยเห็นได้จากการโฆษณาเกี่ยวกับไอพอดและเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอชในหนังสือวัยรุ่นมากขึ้นกว่าเดิม 2-3 เท่า ส่วนบรรดาแฟนพันธุ๋แท้ที่ไม่ว่าไอพอดจะออกใหม่มาเมื่อไหร่ก็ซื้อเป็นอีกกลุ่มที่ช่วยปั๊มยอดขายให้กระเตื้องขึ้นแม้แอปเปิ้ล (ไทย) จะไม่เคยสื่อสารหรือมีอะไรพิเศษให้เลยก็ตามที
สรุปโดยรวมทั้งหมดแล้วที่ไอพอดมีแนวโน้มยอดขายลดลงเป็นผลพวงมาจากยอดขายที่เยอะมากในอดีตทำให้สัดส่วนในการซื้อเครื่องทดแทนซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ชะลอตัวและเมื่อรวมกับปัจจัยเศษฐกิจโลกในตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนักเครื่องเล่นเพลงพกพาจะแค่ทรง ๆ ทรุด ๆ บ้างในปีนี้

Comments
ใช้ไทยไม่ได้ อย่าหวังได้เงิน และคำแนะนำเพื่อน ๆ ให้ซื้อออกจากปากผม
จบข่าวคุณแม่ไม่ปลื้ม ....