กว่าจะออกตัวเป็น ๆ มาได้เรียกว่าเกือบไม่ทันตามกำหนดการที่วางไว้ภายในเดือนตุลาคม ซึ่งพอได้หยิบจับและได้ทดสอบจริง ๆ แล้วต้องบอกว่าปลื้มมากทีเดียวกับขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม แต่ก็ต้องแลกกับหัวต่อแบบ USB ที่หายไปทำให้การเซฟข้อมูลลำบากมากขึ้น เอาเป็นว่าไปดูพร้อมกันเลยดีกว่ากับ iPod shuffle (2G) และแน่นอนเปรียบเทียบความเร็วกันจะๆ กับรุ่นก่อนให้เห็นกันไปเลยกว่าใครเร็วกว่า
รูปร่าง หน้าตา
ส่ิงที่เปลี่ยนไปนอกเหนือจากขนาดที่เล็กลงแล้ว ยังเป็นตัววัสดุภายนอกที่เปลี่ยนมาใช้อลูมิเนียม อโนไดซ์สีเงิน โดยด้านบนมีเพียงไฟแสดงและช่องต่อหูฟังซึ่งใช้เป็นที่ต่อเพื่อส่งข้อมูลต่าง ๆ กับเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย ด้านล่างเริ่มจากด้านซ้ายคือปุ่มเลื่อนการเล่นเพลงแบบธรรดาและแบบสุ่ม ด้านขาวเป็นปุ่มเลื่อนเปิดปิดเครื่องและไฟแสดงสถานะต่าง ๆ สำหรับด้านหน้าเครื่องมีปุ่มควบคุมการเล่นเพลงต่าง ๆ 5 ปุ่มคืือ Play/Puase, ปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่มเลือกเพลงถัดไปและก่อนหน้า ด้านหลังมีคลิปหนีบขนาดใหญ่มีโลโก้รูปแอปเปิ้ลให้เห็นเด่นชัด โดยตัวคลิปไม่สามารถถอดออกมาได้
อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง
- ตัวเครื่อง
- แท่นวางสำหรับโอนข้อมูล
- หูฟัง
- คู่มือการใช้งาน
การเชื่อมต่อเปลี่ยนมาใช้แจ็คแบบ 3.5 ม.ม.
สำหรับแท่น Dock ที่มาด้วยนั้นมีขนาดไม่หนีจากตัวเครื่องมากนัก โดยมีเพียงหัวต่อแบบ 3.5 ม.ม. ไว้สำหรับถ่ายโอนเพลงและข้อมูลต่าง ๆ กับ iPod shuffle เท่านั้น ด้านใต้ฐานเป็นยางรองกันลื่น โดยตัว Dock มีสายซิงค์แบบ USB ติดมาตายตัวไม่สามารถถอดออกได้มาให้ สวนหูฟังที่ให้มาในกล่องจะเป็นหูฟังรุ่นเก่าไม่เหมือนกับรุ่นพี่ ๆ ที่ให้เป็นรุ่นใหม่แล้ว
โดยรวมแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลงในรุ่นนี้ถือว่าพัฒนามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างช่องต่อ 3.5 ม.ม.ได้อย่างคุ้มค่า ส่วนที่น่าเสียดายที่สุดก็คงเป็นหูฟังที่ไม่ยอมให้เป็นรุ่นใหม่
การใช้งาน
หลักการใช้งาน iPod shuffle รุ่นใหม่นี้ยังคงเหมือนเดิมคือเริ่มจากการเลื่อนแถบแบ่งความจุเพลงและข้อมูลไว้สำหรับบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เหมือนพวก Thumb Drive ทั่วไป สำหรับตัวเครื่องแอปเปิ้ลออกแบบตรงช่วงปุ่มกดด้านหน้าตามหลักสรีระศาสตร์ทำให้คนที่มีนิ้วมือใหญ่ก็ยังสามารถกดได้อย่างถนัดสังเกตุได้จากการเว้นที่ว่างไว้ด้านหนึ่งทำให้มีที่พักนิ้วขณะกดปุ่มการทำงานต่าง ๆ ส่ิงที่แปลกน้ิวไปบ้างก็คือความนูนของปุ่มตรงกลาง (Play/Pause) ที่เรียบลงกว่ารุ่นเดิม
ปุ่มกดเช็คแบตเตอรี่ไม่มีเหมือนรุ่่นแรก
ส่วนปุ่มอื่น ๆ ทั้งด้านบนและด้านล่างค่อนข้างเล็กมากการเลื่อนปุ่มต่าง ๆ อาจกดได้ไม่สะดวกนักในบางครั้งอาจต้องเอาเล็กจิกลงไปตรงปุ่มเล็กน้อย ซึี่งเมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้วที่เป็นแถบเลื่อนความสะดวกในการใช้งานแตกต่างกันค่อนข้างมากทีเดียว
สำหรับไฟแสดงสถานะการใช้งานที่มีมาให้ 2 ดวงทั้งด้านบนแสดงสถานะต่าง ๆ ของเครื่องได้ครบถ้วน อย่างเช่นตอนเลื่อนเปิดเครื่องไฟก็จะแสดงถึงพลังงานในเครื่องมากน้อยเท่าใดตามสีที่แสดงออกมา (เขียว, เหลือง, แดง) นอกนั้นเวลากดปุ่มต่าง ๆ ก็จะมีไฟแสดงขึ้นให้เห็นว่าเราทำการกดปุ่มไปแล้ว
คลิปหนีบทำได้ไม่ดีนัก
สำหรับคลิปหนีบด้านหลังดูด้วยตาเปล่าแล้วในตอนแรกคิดว่าน่าจะหนีบได้แน่นหนามาก แต่ปรากฏว่าไม่เป็นไปอย่างที่คิดเท่าไหร่นัก เพราะเมื่อนำมาใช้งานจริงตัวคลิปไม่ได้หนีบได้แน่นหนาอย่างที่คิดกัน โดยตัวคลิปถ้าใช้หนีบในเวลาใช้งานปกติก็พอจะอยู่ได้แบบไม่ล่วงหล่นไปไหน แต่ถ้านำไปหนีบเสื้อผ้าขณะออกกำลังกายก็ต้องคอยระวังจะหลุดหายไปโดยไม่รู้ตัว
ส่วนเรื่องเสียงเมื่อเทียบเสียงกับรุ่นที่แล้วแบบใช้เพลงเดียวกันหูฟังเดียวกันยังเหมือนเดิม ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอบคุณแอปเปิ้ลที่ยังใช้ตัวชิปเดียวกันกับรุ่นที่แล้วที่ได้รับคำชมอย่างมากในช่วงที่ออกมา จากการทดสอบเทียบกับรุ่น iPod nano และ iPod 5G (ใช้ EQ off) เสียงเบสของ iPod shuffle ทำได้ดีกว่าอย่างสังเกตได้ เสียงทั่วไปก็ทำได้ค่อนข้างดีทั้งเสียงกลางและเสียงสูง
แบตเตอรี่ของ iPod shuffle (2G) ทางแอปเปิ้ลเคลมว่าใช้งานได้ 12 ชั่วโมง ซึ่งจากการทดสอบจริงสามารถใช้งานได้ประมาณ 15 ชั่วโมง (เปิดเสียงที่ 80 %, เปิด Shuffle mode และกดเปลี่ยนเพลงไปมาเป็นพัก ๆ ) เอาเป็นว่าถ้าฟังวันละ 8 ชั่วโมงก็ใช้งานได้แบบสบาย ๆ หายห่วงไปถึง 2 วัน
ส่วนจุดที่หลายท่านกังวลคือเรื่องการโอนถ่ายเพลงนั้นจะทำได้ดีแค่ไหน เพราะในเมื่่อเปลี่ยนจากหัว USB แท้ ๆ มาเป็นการใช้งานร่วมกันผ่านแจ๊คแบบ 3.5 ม.ม. นั้นความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลจะเป็นอย่างไร เรามีคำตอบในเรืื่องนี้มาให้ดูกันแบบจะๆ
เครืื่องทดสอบ
- iBook G4 1.0 GHz Mac OS X 10.4.8
- iTunes 7.0.2
- iPod shuffle 1G 512 MB (1.1.4)
- iPod shuffle 2G 1 GB (1.0.1)
เครื่อง iPod shuffle ที่นำมาทดสอบจะทำการ Restore ทุกครั้งที่ทำการทดสอบใหม่ การทดสอบในขั้นตอนโอนเพลงจะเลื่อนแถบแบ่งมาที่เพลงทั้งหมดปิด Enable Disk Use และการทดสอบโอนข้อมูลจะเลื่อนแถบแบ่งมาที่การเก็บข้อมูลทั้งหมดและเปิด Enable Disk Use
ทดสอบความเร็วในการโอนเพลง 100 เพลง (ขนาดไฟล์ประมาณ 400 MB)
ความเร็วในการโอนเพลงจาก iTunes สู่ iPod shuffle 2G ที่ใช้การเชื่อมต่อกับแจ็ค 3.5 ม.ม. สามารถทำได้เร็วกว่ารุ่น 1G ที่ใช้หัวต่อแบบ USB 2.0 เฉลี่ย 30 %
iPod shuffle 1G ความเร็วเฉลี่ย 2.45 นาที
iPod shuffle 2G ความเร็วเฉลี่ย 1.51 นาที
ทดสอบความเร็วในการโอนข้อมูล (ขนาดไฟล์ 409 MB)
ความเร็วในการโอนข้อมูลมาเก็บไว้ในเครื่องนั้น iPod shuffle 2G ทำได้เร็วเฉลี่ยได้ดีกว่าเดิมถึง 100 % เรียกว่าทิ้งกันไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว ความเร็วที่เหนือกว่าคงไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากนักในการโอนไฟล์เล็ก ๆ แต่จะเห็นชัดเจนตอนโอนไฟล์ขนาดใหญ่
iPod shuffle 1G ความเร็วเฉลี่ย 2.66 นาที
iPod shuffle 2G ความเร็วเฉลี่ย 1.33 นาที
สรุปแล้วสำหรับ iPod shuffle 2G ผ่านการทดสอบได้อย่างน่าประทับใจทั้งในเรื่องของการออกแบบใหม่ทั้งหมด, ความเร็วในการโอนถ่ายเพลงและข้อมูล และเมื่อนับราคาที่ลดลงมาจากรุ่นก่อนก็ถือว่าน่าใช้ไม่น้อย ส่วนข้อเสียเล็กน้อย ๆ จากการเปลี่ยนมาใช้แจ็คแบบ 3.5 ม.ม.ก็ขาดความสะดวกสบายเรื่องต่อกับเครืื่องคอมพิวเตอร์แบบไม่ต้องพึ่งสายต่อ แต่ก็แลกกับความเร็วที่เร็วเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกอย่างที่ไม่ได้เกิดจากการใช้งานก็คือหูฟังที่ทางแอปเปิ้ลให้มาเป็นรุ่นเก่านั้นเอง ส่วนโปรแกรม iTunes ที่เคยให้มาในแผ่น CD ก็ไม่มีมาให้ต้องไปดาวน์โหลดเอาเอง
จุดสังเกต
- โอนถ่่ายข้อมูลเร็วขึ้้น
- หูฟังที่ให้มาเป็นรุ่นเก่า
- ไม่มีแผ่นซีดีโปรแกรมแถมมาให้
ราคา : 3750 บาท
เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : Uficon
Comments
isdii ipod shuffle 2 GB ออกแล้วหรอครับ ช่วยยืนยันอีกที่นะครับว่ามันใช่? อยากจะซื้ออยู่พอดีเลยนะครับ
รุ่นนี้หน้าจอมันโชว์ชื่อเพลงภาษาไทยได้เปล่าคะ?
รึว่าต้องเอาไปอัพ Firmware ก่อน ?
(พูดเล่นค่ะ)
^_^
แพงจังเลย
ไม่ซื้อมันแล้ว กะจะซื้อ