![]() |
![]() |
![]() |
|
รูปร่างหน้าตา
หูฟัง Skullcandy โด่งดังมาจากความแปลกใหม่ในเรื่องดีไซน์ที่ทำออกมาแปลกไม่ซ้ำใคร ทั้งการใช้สีสรรสดใสมาเป็นสีของวัสดุของหูฟังแต่ละรุ่น ลำดับต่อมาที่พูดถึงกันปากต่อปากกันเยอะคือเรื่องเสียงเบสที่ต้องเรียกว่าไม่ต้องเป็นหูทองก็ฟังออกว่าเสียงตึ๊บได้ใจสุด ๆ ถึงแม้ FMJ ตัวนี้จะมีลูกเล่นของสีสรรมาเกี่ยวข้องน้อยกว่ารุ่นอื่น ๆ แต่เรื่องเสียงหายห่วง ด้วยตัวหูฟังเป็นแบบ in ear จึงทำให้มีขนาดตัวค่อนข้างเล็กและเบา วัสดุที่ใช้ทำช่วงหูฟังเป็นโละหะสีเมทัลแบบขัดทรายดูไม่ก๊องแก๋ง (ในเว็บมีให้เลือกหลายสี) ส่วนสายหูฟังเป็นสีขาวตลอด โดยตรงช่วงกลางของสายหูฟังจะมีปุ่มเลื่อนปรับระดับเสียง ซึ่งก็สะดวกดีไม่ต้องวุ่นวายล้วง ๆ ควัก ๆ ไอพอดขึ้นมาปรับระดับเสียง ส่วนของอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับหูฟังก็มีกระเป๋าเก็บหูฟังหูฟังใบเล็กที่ปั๊มลายโลโก้หัวกระโหลกสีขาวจั๊วเข้าชุดกันดีกับหูฟังที่ได้รับมาทดสอบ และจุกยางซิลิโคนอีก 2 ขนาดไว้เปลี่ยนให้เหมาะสำหรับแต่ละคนได้ตามสะดวก ทดสอบ เร่ิมกันตั้งแต่การใส่หูฟังแบบ in ear ที่หลายคนไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะใส่ยากใส่ลำบากใส่ไม่ดีเสียงไม่มา แต่ขอบอกว่า FMJ ตัวนี้ยัดเข้าไปในหูไม่ยากอย่างที่คิด ส่วนหนึ่งคงเพราะมาจากการออกแบบเป็นแนวตรงตลอดช่วงทำให้เวลานำฟูังมาทาบกับหูแล้วไม่ต้องขยับอะไรมากจ้ิมเข้าไปตรง ๆ ให้รู้สึกว่าเร่ิมมีเสียงอื้อ ๆ ในคอเป็นอันใช้ได้ สำหรับพลังเสียงจากไดรเวอร์ขนาด 9 มม. ของ FMJ ตัวนี้ยอมรับเลยว่าเสียงมันตึ๊บสะใจดีแท้ (ไม่อยากจะคิดถึงไดร์เวอร์ 11 มม. ที่มีให้เลือกพิเศษว่าจะทำได้ดีมากกว่าแค่ไหน)ไม่ทำให้ผิดหวังกับแนวเพลง Pop, Rock, Hip-Hop และอื่น ๆ ตามสมัยนิยมในปัจจุบัน เสียงเบสมาเป็นลูก ๆ ส่วนผสมของดนตรีจัดอยู่ในขั้นดี หลับตาฟังแล้วรู้สึกได้ว่าเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นวางอยู่ตรงไหน เสียงร้องได้ยินชัดเจนสามารถแยกแยะออกมาจากเสียงอื่น ๆ ได้ดี (ถ้านักร้องที่คุณฟังอยู่เสียงไม่แย่ถึงขนาดหนัก) ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดคุณต้องฟังเพลงแนวสมัยนิยมและเปิดระดับเสียงดังเกินกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แต่ถ้ากลับกันปรับระดับเสียงลงมาเหลือแค่ 50 - 60 เปอร์เซ็นต์หรือน้อยกว่านั้น ความรู้สึกที่ได้รับพลังเสียงแตกต่างกันสิ้นเชิง เพราะเสียงเบสตึ๊บ ๆ ที่เคยได้ยินก็จะหายไปกลายเป็นเสียงเบสคลอ ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่หนักแน่นอย่างที่ควรจะเป็น รายละเอียดเสียงต่าง ๆ มีดร็อปลงไปบ้าง ย่ิงถ้าเป็นเพลงแนวอื่นอย่างเพลง Jazz หรือเพลงบรรเลงหรือเพลงที่ต้องการได้ยินรายละเอียดเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นแล้วล่ะก็ FMJ จะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเสียงเบสเสียงต่ำค่อนข้างจะกลบรายละเอียดเสียงอื่น ๆ ไปเกือบหมดทำให้ไม่เป็นที่ถูกใจเท่าไหร่นัก
ส่วนตัวแล้วค่อนข้างชอบกับรูปร่างและความคุ้มค่าของ FMJ ที่หายากในหูฟัง in ear ที่ราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งก็พอจะกลบข้อเสียไปได้บ้างถ้าทำลืม ๆ ไม่ฟังแนวอื่นเท่าไหร่ สรุปแล้วสำหรับ FMJ คงเป็นที่ถูกใจผู้ที่ชอบฟังเพลงเสียงหนัก ๆ แน่น ๆ เพราะทำได้ดีเยี่ยมสมคำล่ำลือ ข้อควรระวังจากการฟัง FMJ ที่น่าจะเป็นห่วงอยู่บ้างก็คืออย่าฟังติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะทำให้หูของเราเสื่อมประสิทธิภาพลงได้ เพราะเสียงมันตึ๊บกระแทกหูดีเหลือเกิน จุดสังเกต
เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น มาร์เก็ตติ้ง (ที) จำกัด |
Comments
พอเห็นราคาก็หูสว่าง เอ๊ยไม่ใช้ ตาสว่างเลย อิอิอิ
ร้านใหนมีขายมั่งอ่ะ ผมอยู่แถว พระราม3
ร้านมั่นคงGadgetคับ อยู่ที่ชั้น1พันธุ์ทิพย์คับ
http://www.munkonggadget.com/index.php?lang=th&headername=หน้าแรก&headername=หน้าแรก
เพิ่มอีก300ซื้อAKG324ดีกว่าครับ ขั้นเทพเลย
ตกลงว่า akg รุ่นนี้ ใช้ดีเหรอครับ พอดีผมเองก็หา in ear ราคาไม่หนักหนาอยู่ เจ้า grado บางทีมันพกไม่ค่อยสะดวก
gg
ผมใช้ bose bose in ear อยู่อะครับ เสียงเบส ดีครับ ผมขอแนะนำนะครับสำหรับคนที่ ชอบฟัง เพลง jazz ครับ
รายละเอียดเสียงดีมากครับ
อ่า นะ
ตอน นี้ อยุ่ เม กา อะ คับ
เพิ่ง ไป ซื้อ หู ฟัง มา
Skull candy รุ่น smoke คับ ผม
เสียง ใช้ ได้ เลย คับ
$ 34 ดอล คับ
เบส ตึ๊บ ใช้ ได้ เลย คับ
แต่ ข้อ เสีย อย่าง เดียว คับ
เป็น in ear ที่ ใส่ แล้ว ค่อน ข้าง เจ็บ หู
ค่อน ข้าง แข็งคับ ผม
ถ้าพูดถึงหูฟัง Earphone ที่คุณหนัก-เสียงใส ราคาย่อมเยาว์
ลองหา A-K044 MP (159.-) มาฟังดู หรือถ้าชอบ In-Ear ลองฟัง A=K022 MP (199.-) ของ ASAKI มาฟังดู
บางที เราอาจไม่ต้องเสียงเงินมากมายเพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพสักชิ้น ส่วนเราได้ฟังมาแล้วชอบ A-K044 MP มากกว่า
ลองไปหามาฟังดูนะ