Tag: France

พาไปเดินร้าน Apple Store, Carrousel du Louvre

Bonjour à nouveau! เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ตามเวลาที่ Aachen (เมืองที่ผมอยู่) ผมได้ออกเดินทางไปกรุงปารีสเพื่อไปงานเปิดร้าน Apple Store สาขาแรกในประเทศฝรั่งเศสที่ Carrousel du Louvre ตอนแรกที่ตามข่าวได้ข่าวจากเว็บไซต์ hardmac ว่าจะเปิดวันที่ 24 พฤศจิกายน แต่ไปๆ มาๆ ก็เลื่อนมาเป็นวันที่ 7 นี้ทำให้ค่อนข้างฉุกระหุกในการวางแผนการเดินทางพอสมควร ตอนแรกผมกะจะนั่งรถไฟความเร็วสูง THALYS ซึ่งจะออกจากที่นี่ตอน 8:23 นาฬิกาถึงกรุงปารีสตอน 11:35 นาฬิกา แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะเกิดอาการไม่มั่นใจว่าจะไปทันรับของแจกบางอย่างหรือไม่ จึงเลื่อนมาออกตอนเช้ากว่านั้นคือ 6:34 นาฬิกา เป็นการนั่งรถด่วนสาย euregioaixpress ไปลงที่เมือง Liege และต่อ THALYS ไปยังกรุงปารีสอีกที ตอน 7:49 นาฬิกา เมื่อเช้าก็ตื่นแต่ตีสี่กว่าเพราะกลัวหลับต่อแล้วตื่นไม่ทันรอบรถไฟประกอบกับว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่มีรถเมล์เที่ยวไหนที่ได้จังหวะพอดีกับรถไฟที่จะใช้เดินทาง ทำให้ออกจากบ้านตอนตีห้ายี่สิบไปนั่งรอรถเมล์เที่ยวตีห้ายี่สิบแปด ถึงสถานีรถไฟตอนตีห้าสามสิบห้า แล้วก็นั่งรอรถไฟจนถึง 6:34 นาฬิกา ตอนที่รถไฟออกได้พักหนึ่งก็มีเรื่องให้ตกใจหวาดเสียวเล่นๆ คืออยู่ดีๆ รถไฟก็หยุดเคลื่อนที่ไปดื้อๆ แล้วก็เคลื่อนที่แบบคนคลานกระดึ้บๆ ไปเกือบ 20 นาที ผลก็คือจากแผนการเดินทางเดิมที่จะถึงเมือง Liege ตอน 7:29 นาฬิกา ทำให้มันล่าช้ามาก ไปถึงเมืองตอน 7:45 นาฬิกา แล้วทีนี้ก็วิ่งตาลีตาเหลือกเนื่องจากไม่คุ้นเคยกับสถานีรถไฟเมืองนี้ (เคยนั่งรถไฟผ่านแค่หนเดียว แล้วก็ไม่เคยลงไปเดินสำรวจด้วย แต่ก็สวยดีนะ) แต่ก็ยังทัน THALYS ออก แล้วก็ใช้เวลาบน THALYS จนถึง 10:05 นาฬิกาก็ถึงกรุงปารีสที่สถานี Paris Nord (Gare du Nord)

trip-to-apple-store-louvre_01

พอถึงกรุงปารีสผมก็ทำสิ่งที่ต่างออกไปเนื่องจากลงจากตู้กลางของขบวน ทำให้ผมไม่ได้เดินไปทางด้านหน้าของสถานีรถไฟ แต่เป็นการเดินลงไปใต้ดินตรงกลางสถานีรถไฟแทน แล้วก็พบกับตู้จำหน่ายตั๋วรถไฟและอื่นๆ และพบทางเข้าระบบรถไฟของกรุงปารีส ซึ่งก็เหมือนกับบ้านเราคือ ต้องใช้บัตรจึงจะผ่านเข้าระบบได้ (ที่เบลเยี่ยม, เยอรมันนี, ออสเตรียไม่ได้เป็นแบบนี้ ใช้ระบบพนักงานตรวจตั๋วมาคอยสุ่มตรวจแทน) ทำให้ต้องซื้อตั๋วผ่านตู้ ปัญหาก็คือที่ได้รับทราบจากผู้มีประสบการณ์มาคือให้หาพนักงานขายซึ่งเขาจะฟังภาษาอังกฤษได้ แต่ปรากฏว่าบริเวณนี้ไม่มีพนักงานขายตั๋วให้บริการมีแต่ตู้ ก็เลยต้องเข้าแถว (ซึ่งก็ไม่ได้ยาวนะ แต่ช้ามาก) พอถึงคิวของตัวเอง ก็เคราะห์ดีหน่อยที่ตู้มีเมนูหลายภาษา ทำให้เลือกภาษาอังกฤษที่คุ้นเคยได้ แต่ตอนเลือกประเภทตั๋วก็ยังงงเหมือนเดิม เพราะมีทั้งเขียนเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสปนกัน (ยังดีที่ทำการบ้านจนรู้ว่าต้องซื้อตั๋วอะไร) ซึ่งตั๋วที่ซื้อคือ Mobilis (กดเข้าไปตั้งหลายหน้ากว่าจะเจอชื่อนี้) กล่าวคือเป็นตั๋ววันใช้ได้กับรถประเภทที่กำหนดไว้ ตามขอบเขตพื้นที่ที่เราเลือก (ลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมนะครับถ้าสนใจ) ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะได้เข้าระบบรถไฟของกรุงปารีสคือ 10:17 นาฬิกา แล้วก็เดินวนงงๆ หาสายรถไฟที่ต้องการไม่เจอ (ก็แน่หล่ะมาครั้งแรก ลงก็ลงทางผิดปกติอีก) เดินผ่านเครื่องตรวจตั๋วสองรอบ จนในที่สุดก็เจอทางขึ้นรถไฟสาย M4 ทิศมุ่งหน้าสู่ Porte d´Orléans ระบบรถไฟที่นี่เนื่องจากเก่าแก่มากจึงมีความซับซ้อนพอสมควร ผมนั่ง M4 ไปลงที่สถานี Châtelet เพื่อไปต่อรถไฟสาย M1 ทิศมุ่งหน้า La Défense ไปลงสถานี Palais Royal Musée du Louvre การสลับสายรถไฟนี้ไม่ต้องออกจากตัวระบบรถไฟเดิน แต่เดินค่อนข้างไกล เนื่องจากรถไฟแต่ละเส้นทางมีชานชาลาเป็นของตัวเองหมด พอขึ้นบนดินก็พบกับทางเข้าพิพิธภัณฑ์ Louvre ไอ้เราก็งงมาครั้งแรก เดินลิ่วเข้าพิพิธภัณฑ์เลยก็เจอพีระมิดอันลือชื่อของที่นี่ เราก็มองหาว่า Apple Store มันอยู่ตรงไหนนะ หลบอยู่ใต้ดินตรงใต้พีระมิดรึเปล่า ส่องแล้วส่องอีกก็ไม่เห็น จะเข้าไปก็ต้องเสียเงินคิดว่าคงไม่ใช่เรื่อง ก็เดินวนอยู่ตรงนั้นร่วมสิบนาที จนถึง 10:40 นาฬิกาก็เริ่มระลึกได้ว่าท่าจะไม่ดีเสียแล้ว ลองถามเจ้าหน้าที่ดูแล้วกัน ก็พูดเป็นภาษาอังกฤษไป เขาก็ตอบมาเป็นฝรั่งเศสมา เราก็ต้องพยายามเดาว่ามันหมายถึงอะไรก็สวนไปอีกว่า Outside? เขาก็ทำมือทำไม้จนได้ความว่า ออกไปข้างนอกเลี้ยวซ้ายเดี๋ยวเจอเอง ผมก็เดินออกไปเลียบถนนจนเห็นป้ายอันแสนคุ้นเคยที่อยู่ในหน้าของร้านในเว็บ Apple คือพีระมิดกระจกที่ลายด้านในเป็น Clickwheel หลากสีของ iPod nano (เสียดายที่ Apple เอารูปออกไปแล้ว)

trip-to-apple-store-louvre_02

โอ้แถวยาวนะ แถวยาวเท่าไรเท่าที่ประมาณด้วยสายตาน่าจะร้อยถึงสองร้อยเมตร แต่ขดกันเป็นเลข 5 ครับ แล้วปฏิบัติการยืนเข้าแถวก็เริ่มต้น ณ ตอนนั้นราวๆ 10:45 นาฬิกา ก็ยืนหนาวๆ นั่นแหละครับ แถวก็ค่อยๆ ขยับทีละน้อยๆ จนถึงราว 12:10 นาฬิกา ผมก็ได้เข้าไปในส่วนร่มเสียที แต่มันยังไม่จบครับ เพราะนั่นเป็นแค่แถวภายนอกของห้างสรรพสินค้าเท่านั้น (พิพิธภัณฑ์ Louvre มีห้างสรรพสินค้าใต้ดินเล็กๆ อยู่ด้านข้างและมีทางเชื่อมต่อเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ด้วย ซึ่งส่วนนี้เข้าได้ฟรี ไม่เสียเงิน) ใช่ครับ ต้องมุดดินลงไปอีกจึงจะเจอรูปอย่างที่ได้เห็นในข่าว เท่าที่ประเมินดู ผมน่าจะเป็นกลุ่มท้ายๆ ของผู้ที่เข้าแถวแล้ว เพราะหลังจากนั้นก็มีคนมาต่อแถวนะ แต่ระยะการวนมันไม่ได้แบบช่วงที่ผมรอตอนอยู่ท้ายแถวแล้ว ตอนผมอยู่ด้านหน้าจ่อจะเข้าแล้ว มันเหลือแค่ตัว C เอง (ว้า! ถ้ารู้เป็นอย่างนี้ไปถ่ายรูปที่ Eiffel ก่อนแล้วค่อยกลับมาก็ได้)

trip-to-apple-store-louvre_03

trip-to-apple-store-louvre_06

trip-to-apple-store-louvre_04

trip-to-apple-store-louvre_05

พอเข้าไปด้านในตัวห้างแล้ว แถวก็ถูกแบ่งเป็นตอนย่อยๆ เนื่องจากแถวนี้ถูกจัดให้อยู่ตรงกลางทางเดินของตัวห้างเลย (ร้านค้าอยู่ด้านข้างฝั่งซ้ายขวา และมีแถวอยู่ตรงกลาง แบ่งช่วงให้เดินข้ามไปข้ามมาได้) ก็เดินตามแถวต่อมาเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงพีระมิดกลับหัวเราก็ได้เห็น iPhone Activation Zone ของร้าน (ช่วงนี้ประมาณ 12:55 นาฬิกา) มีเรื่องให้ระทึกอีกครั้ง เมื่อตอนที่จะถึงหน้าพีระมิด ผมถูกการ์ดเข้าใจผิดว่าแทรกคิว แต่ก็มีช่างภาพผู้หญิงคนหนึ่งช่วยเอาไว้ เพราะการ์ดถามเขาว่าผมตามหลังเขามาไหม เธอก็ตอบว่าใช่ผมก็เลยได้เดินเกาะต่อไปจนในที่สุดก็เดินมาถึงหน้าร้าน ก็พบ iPod nano ขนาดยักษ์ตามรูปในข่าว เอาหล่ะจะเข้าร้าน จะได้ของที่ระลึกแล้ว บรรยากาศเป็นอย่างไรดูเลยดีกว่าครับ
คุ้นๆ ใช่ไหมครับภาพนี้ เข้าใจว่าบ้านเราก็คงอยากจะทำตามเขาแหละครับ มันก็ตื่นเต้นคุ้มค่าการรอคอยดีนะสำหรับลูกค้าที่มาทนยืนรอเปิดร้าน ตอนนั้นก็จำเวลาไม่ได้แล้วว่าเท่าไร แต่ก็จะเห็นว่าผมยืนรอตั้งแต่ข้างนอกจนถึงข้างในนี้กว่า 2 ชั่วโมงไปแล้ว

trip-to-apple-store-louvre_08

trip-to-apple-store-louvre_07

trip-to-apple-store-louvre_10

พอเดินเข้าไปร้าน คนเยอะมากครับ ร้านดูแคบไปเลย ถ้าให้วิจารณ์ขนาดเหมือนจะเล็กกว่าสาขาที่ Munich แต่เนื่องจากมีปีกสำหรับ iPhone Activation Zone ด้วย ทำให้ดูเป็นสัดเป็นส่วนกว่าอีกหน่อย ความสวยงามผมไม่วิจารณ์แล้วกันครับ พอดีโดยส่วนตัวไม่ได้ให้ความสำคัญตรงนี้มากเท่าไร แต่รู้สึกว่ามันดูดีกว่าที่ Munich หรือ Hamburg ที่เคยไปมาเยอะเลย อาจจะเพราะชั้นลอยที่สร้างเพิ่มขึ้นมามีการเชื่อมต่อกับชั้นหนึ่งด้วยการออกแบบให้มีโถงเล็กๆ เพดานสูงทางตอนหน้าของร้าน ซึ่งต่างจากที่ Munich ที่ส่วนนี้ไปหลบอยู่ด้านหลังร้านส่วนของบันไดแก้ว ทำให้ผู้ที่อยู่ชั้นสองไม่เห็นความเชื่อมโยงกับชั้นหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าหลังร้านตรงชั้นสองมีห้องเธียเตอร์ไหม เพราะด้านหลัง Genius Bar มีป้ายชี้ให้เข้าใจว่าไปห้องน้ำ (เป็นรูปคนสามคน ชาย 2 หญิง 1)

trip-to-apple-store-louvre_11

trip-to-apple-store-louvre_09

สิ่งแรกที่ผมทำคือควานหา Magic Mouse แล้วก็ได้มาครอบครอง (ได้ข่าวว่าที่เมืองไทยกว่าของจะเข้านี่เดือนธันวาคมเลย ที่นี่วางเป็นตลับๆ กองเป็นชั้นๆ เลย) แต่เพราะคนเยอะ กว่าจะจ่ายเงินเสร็จก็เข้าแถวนานพอสมควร ยังไม่ได้ใช้ระบบการซื้อของแบบใหม่ของ Apple Store ที่ใช้ iPod touch ครับ แต่ก็เห็นพนักงานในร้านหยิบมาใช้กัน (เหมือนแอบคุยกันด้วยไม่รู้มีปัญหาอะไรรึเปล่า) แต่ก็ขอผู้จัดการร้านถ่ายรูปมา (เหมือนภาพแอบถ่ายจริงๆ คนนั้นแหละครับผู้จัดการร้าน) พอจ่ายเงินเสร็จก็เป็นกระบวนการออกใบเสร็จซึ่งก็เลือกได้สองทางว่าจะเอาใบเสร็จกระดาษหรือจะให้เขาส่งตามไปให้ เขาก็ขอที่อยู่ไปรษณีย์ในปารีสผมก็บอกว่าไม่มี ผมมาจากที่อื่นเขาก็ให้สะกดรายละเอียด ผมก็ยื่น iPhone ไปให้เขาพิมพ์เลย (แหมจริงๆ มันน่าจะ beam contact เข้าไปได้เลยนะ) ถ่ายรูปนิดหน่อยในร้านให้พอเห็นบรรยากาศ แล้วก็มองหาเครื่องว่างเปล่าเพื่อปฏิบัติการต่อไปคือ ถ่ายรูปด้วย Photo Booth แล้วก็ส่งเข้า freemac ตามที่เคยเขียนไว้ ก็ได้ MacBook Unibody คีย์บอร์ดฝรั่งเศสที่ตำแหน่งแป้นไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย (ให้วิจารณ์คือ แป้นเยอรมันนีคล้ายอังกฤษกว่า แต่แป้นฝรั่งเศส เหมือนแป้นไทยนะ ที่เวลาจะพิมพ์ตัวเลขแล้วต้องกด Shift)

trip-to-apple-store-louvre_12

ถ่ายรูปเสร็จก็ออกจากร้านแล้วก็ไปถ่ายรูปตามสถานที่อื่นๆ ต่อตามสมควรแล้วก็กลับไป Gare du Nord แล้วก็ระทึกอีกครั้งเพราะคราวนี้มาถึงทันเวลา แต่ออกจากระบบรถไฟเมืองไม่ได้เพราะเครื่องไม่ยอมดูดบัตรเข้าไป ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูออกจากระบบได้ และด้วยผลกรรมที่เลือกทางเข้าระบบประหลาดกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ตกรถ THALYS กลับ Aachen ครับ! แล้วก็ไม่รู้ว่าจะซวยนักซวยหนาอะไร พอไปซื้อตั๋วใหม่ ก็เหลือบไปเห็นว่าตั๋วเก่าที่ไม่ได้ใช้เพราะตกรถภายในหนึ่งชั่วโมงสามารถนำไปเปลี่ยนเป็นตั๋วใหม่ได้! เอ้าซื้อไปแล้ว เวลามันก็เลยมาชั่วโมงกว่าแล้ว สรุปว่าก็เสียเงินค่าตั๋วไปฟรีๆ หนึ่งใบ (ไม่ได้เชื่อเรื่องดวงนะ แต่อ่านคำทำนายที่มีคนส่งมาให้ก่อนเดินทาง ในนั้นทำนายว่าจะเสียของรักไป โอ้โดนเลย หนักเสียด้วย) จบแล้วครับ ถ้ามีโอกาสได้ไปงานเปิดร้านสาขาไหนใกล้ๆ นี้อีกจะเดินทางไปแล้วเอามาเขียนเล่าให้อ่านอีกครับ ของฝาก

trip-to-apple-store-louvre_13

trip-to-apple-store-louvre_15

trip-to-apple-store-louvre_16

trip-to-apple-store-louvre_17

อ่านมาซะตั้งนาน แล้วเขาแจกอะไรล่ะ ตอนที่ผมเขียนนี้ผมก็ลืมนึกถึงมันนะ ถ่ายรูปไว้แล้วแต่ก็เพิ่งนึกได้ก่อนจะกดส่งให้ @kangg คัดรูปลงให้นี่แหละ ของที่ระลึกในงานนี้คือ เสื้อแอปเปิ้ลครับ ตามธรรมเนียมของการเปิดร้าน Apple Store แต่บรรจุภัณฑ์ที่บรรจุเสื้อตัวนี้มาคือ พีระมิดของ Louvre ครับ ดูรูปแล้วกันครับว่าเป็นอย่างไร

..

Apple Store ใต้พิพิธภัณฑ์ลูฟว์

แอปเปิ้ลเตรียมเปิด Apple Store แห่งแรกในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเราก็คงเห็นข่าวการเปิด Apple Store ในประเทศต่าง ๆ อยู่บ่อย ๆ หรือเรียกว่าเฉย ๆ ไปแล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการเปิด Apple Store ที่ฝรั่งเศสในครั้งนี้คือ Apple Store จะอยู่ข้างใต้พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ (Louvre Museum) ..

ฝรั่งเศสบีบ “ไอจูนส์”

ไอจูนส์ มิวสิค สโตร์ ที่ประสบความสำเร็จนักหนากับการขายเพลงดาวน์โหลดนั้น ปัจจุบันยังคงมีให้บริการอยู่ประมาณยี่สิบกว่าประเทศเท่านั้น โดยบริการดังกล่าวไม่สามารถซื้อข้ามประเทศได้ เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะเขียนถึงต่อไปนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยแต่อย่างใด แต่ก็ค่อนข้างน่าสนใจ ..