บรรจบครบรอบที่แอปเปิ้ลประกาศเปิดตัว iPod รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ iPod nano 5G with Video Camera ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าพี่น้องร่วมชื่อ เรียกว่าเป็นรุ่นที่ครบเครื่องจัดจ้านที่สุดในบรรดา iPod รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อ 09.09.09 เลยก็ว่าได้
รูปร่างหน้าตา
สำหรับหน้าตาของ iPod nano 5G แทบจะไม่ต่างไปจากรุ่นเดิมสักเท่าไหร่ เพราะแอปเปิ้ลยังคงยึดกับรูปร่างแบบเดิม ส่ิงที่เปลี่ยนไปในรุ่นนี้หลัก ๆ เลยก็คือหน้าจอยาวขึ้นจากเดิมหน้าจอขนาด 2 นิ้วก็กลายเป็นขนาด 2.2 นิ้ว ซึ่งส่งผลให้ Clickwhell เล็กลงไปจากเดิมอีกนิดโดยปริยาย ด้านหลังเครื่องจากเรียบ ๆ ก็มีเลนส์กล้องวิดีโอโผล่มาอยู่ตรงด้านขวา โดยตำแหน่งที่กล้องจะอยู่เยื้องลงมาด้านล่าง
สำหรับวัสดุตัวเครื่องแอปเปิ้ลยังใช้เป็นอลูมิเนียมเช่นเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงในด้านสีสรรที่คราวนี้มาแนวแวว ๆ วาว ๆ โดยตัวเครื่องทั้งหมดมีออกมาทั้งหมด 9 สีด้วยกันคือ ดำ, เงิน, ชมพู, ส้ม, น้ำเงิน, เขียว, ม่วง, เหลือง และแดง โดยสีเหลืองและสีแดงแอปเปิ้ลกันไว้เป็นสีพิเศษที่ต้องซื้อผ่าน Apple Online Store (TH)
โดยรวมเรื่องรูปร่างหน้าตายังไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมจนต้องร่ายยาว ยกเว้นเรื่องกล้องวิดีโอที่ิเพิ่มเข้ามา ซึ่งตำแหน่งการวางก็เหมือนจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีแต่ก็ไม่ดีมากนัก
การใช้งาน
แม้รูปร่างหน้าตาแม้ไม่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่ทางด้านฟีเจอร์ต่าง ๆ ภายในเครื่องต้องเรียกว่าปรับปรุงกันยกแผง หลัก ๆ เร่ิมกันที่หน้าจอเมนูหลักจากที่แสดงผลได้ 7 บรรทัดพอจอใหญ่ขึ้นก็เลยแสดงผลได้ 8 บรรทัด โดยด้านล่างถัดลงมาจากเมนูจะเป็นการแสดงผลอัลบั้มเพลงที่อยู่ในเครื่องสลับไปมา สำหรับฟีเจอร์ในส่วนของ Music ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ความเร็วในการตอบสนองเวลากดเรียกใช้งานในส่วนต่าง ๆ ยังคงทำได้ดีเช่นเดิมเช่น การพลิกดูปกอัลบั้ม (Cover Flow), การกดเปลี่ยนเพลง, การหมุน Clickwheel ลดหรือเพิ่มเสียง
การใช้งานวิทยุ (ดูวิดีโอด้านล่างเพิ่มเติม)
เท่าที่ลองเล่นขอบอกว่าแอบปลื้มเป็นอย่างมากในส่วนนี้ สำหรับการใช้งานในส่วนของวิทยุ FM เราสามารถตั้งค่าเกี่ยวกับย่านความถี่ได้ทั่วโลกจากเมนู Radio Regions ที่แอปเปิ้ลเตรียมมาให้ทั้งหมด 5 ภูมิภาคด้วยกันคือ America, Asia, Australia, Europe และ Japan เรียกว่าครอบคลุมการฟังวิทยุ FM ทั่วโลก
จากนั้นถ้าต้องการฟังวิทยุเราต้องนำหูฟังมาเสียบเข้ากับตัวเครื่องก่อนเพื่อให้ตัวสายหูฟังเป็นตัวรับคลื่นวิทยุ หน้าจอขณะฟังวิทยุเราจะเห็นเป็นตัวเลขขนาดใหญ่ โดยที่ด้านล่างของหน้าจอจะเป็นเหมือนหน้าปัดวิทยุสมัยโบราณที่ตัวแผงตัวเลขที่เราต้องใช้มือหมุน ๆ เพื่อเปลี่ยนคลื่นวิทยุที่ต้องการ ซึ่งเท่าที่ทดสอบการหมุน Clickwheel จากซ้ายสุด (87.5) ไปขาวสุด (108) หมุนแค่อึดใจก็ได้แล้ว หรือถ้าจะค่อย ๆ หมุนเพื่อเลือกฟังคลื่นวิทยุที่ต้องการก็สามารถทำได้เช่นกัน หรือจะเปลี่ยนคลื่นโดยการกดปุ่ม Previous หรือ Forward บน Clickwheel ค้างไว้สักครู่ก็จะเป็นการเปลี่ยนคลื่นที่ละ 0.5 ไปเรื่อย ๆ ตามที่เรากดเช่น 91.0 > 91.5 > 92.0 และเมื่อมีวิทยุเข้ามาแบบนี้อีกส่ิงที่จะไม่มีไม่ได้เลยก็คือการตั้งในคลื่นวิทยุที่เราฟังบ่อย ๆ สามารถกดเข้ามาฟังได้ง่าย ๆ ซึ่งแอปเปิ้ลก็ได้เตรียมในจุดนี้ไว้แล้วในชื่อ Favorites โดยเมื่อเราต้องการตั้งคลื่นไหนเป็น Favorites ก็เพียงกดปุ่มตรงการของ Clickwheel ค้างไว้ราว ๆ 2 วินาทีก็จะมีเมนู Add to Favorites โผล่มาให้เลือก โดยเมื่อเราทำการล็อกว่าคลื่นไหนเป็น Favorites จะสังเกตุว่ามีดาวเล็ก ๆ อยู่ด้านหลังตัวเลขคลื่นนั้น ๆ โดยเมื่อเราต้องการเลื่อนเปลี่ยนคลื่น Favorites ของเราก็เพียงแค่กดปุ่ม Previous และ Forward ในการเลือกเปลี่ยนคลื่นที่ต้องการ โดยในทางกลับกันถ้าคลื่นไหนที่เราอยากนำออกจาก Favorites ก็ทำวิธีเดียวกันก็จะมีเมนู Remove from Favorites โผล่มาให้เลือก
ถัดมาถือว่าเป็นไฮไลต์ที่เกี่ยวข้องกับการฟังวิทยุเลยก็ว่าได้นั้นคือ Live Pause อธิบายได้ประมาณว่าเราคุยโทรศัพท์อยู่ แล้วพอกลับมาฟังวิทยุก็ไม่เร่ิมงง ๆ ว่าตอนนี้พี่ดีเจพูดเรื่องอะไรอยู่ ซึ่งในจุดนี้เองที่ Live Pause สามารถย้อนกลับไปฟังส่ิงที่คุณพี่ดีเจพูดเมื่อ 10 นาทีที่แล้วได้ โดยการฟังย้อนหลังจะสามารถย้อนกลับไปได้นานสุด 15 นาทีที่แล้ว โดยการทำงานของ Live Pause จะทำงานอัตโนมัติทันทีที่เราเร่ิมฟังคลื่นวิทยุนั้น ๆ ซึ่งเมื่อเราต้องการฟังย้อนหลังก็เพียงแค่กดปุ่มตรงกลางของ Clickwheel ให้มาอยู่ในหน้าจอเตรียมพร้อมฟังย้อนหลังจากนั้นก็เพียงหมุนกลับไปยังตำแหน่งเวลาที่ต้องการฟัง ซึ่งเมื่อฟังย้อนหลังเสร็จก็สามารถกลับมาฟังพี่ดีเจพูดสด ๆ ได้ต่อทันที ความชัดเจนของเสียงแต่ละคลื่นเท่าที่ทดลองจาก 88.0, 93.5, 95.5, 100.5, 103.5 สามารถรับฟังได้ชัดเจนดี
สำหรับเมนู Tag ที่แอปเปิ้ลโชว์ว่าใช้เวลาที่ฟังเพลงไหนจากวิทยุแล้วจากเก็บชื่อเพลงไว้ไปซื้อเพลงจาก iTunes Store ก็เพียงแค่ใส่ Tag เข้าไป ซึ่งส่วนนี้ไม่สามารถใช้กับระบบวิทยุในบ้านเราได้เพราะไม่มีคลื่นวิทยุไหนบอกข้อมูลเพลงมาด้วย
ส่วนที่เหนือความคาดหมายเล็กน้อยก็คือ iPod nano 5G มีลำโพงสปีกเกอร์มาด้วยในตัว ซึ่งตัวลำโพงจะมาแนว ๆ เดียวกับ iPod touch รุ่นปัจจุบันที่จะซ่อนอยู่ภายในตัวเครื่องแล้วเสียงจะดังมาจากตัวเครื่อง ซึ่งได้ลองเอามือมาอุดตามช่องต่าง ๆ ทั่วทั้งตัวแล้วเสียงก็ยังดังออกมาได้ อุดไปอุดมาเหมือนเสียงจะลอดมาทางด้านหน้าตรงบริเวณ Clickwheel ได้มากที่สุด สำหรับความดังของเสียงอย่าหวังว่าเสียงจะดีอะไรเอาแค่ว่าเสียงออกมาฟังแล้วรู้ว่าเป็นเพลงอะไรก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีเท่าที่ตัวเครื่องจะทำได้แล้ว โดยเสียงที่ออกมาเหมือนจะเน้นช่วงเสียงร้องเพื่อประโยชน์ในหลาย ๆ ส่วนมากกว่าการเน้นเรื่องดนตรี
รวมความในส่วนของการฟังเพลงที่คราวนี้มีจุดเด่นอยู่ที่วิทยุที่ถือว่าเป็นของใหม่สำหรับ iPod (แต่ชาวบ้านเขามีมาตั้งนานแล้ว) ทำได้ดีกว่าที่หลายคนคาดคิด ส่วนที่เอ๋อ ๆ เท่าที่เจอก็อย่างกดเข้ามาในเมนูวิทยุก่อนต่อสายหูฟัง ซึ่งพอต่อสายหูฟังเสร็จเครื่องรีสตาร์ทตัวเองซะอย่างงั้น
การถ่ายวิดีโอ
สำหรับอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่หลายคนอยากทราบว่า iPod nano 5G ถ่ายวิดีโอมาแล้วเป็นยังไงบ้าง แล้วถ้าเทียบกับ iPhone 3GS แล้วเป็นยังไงเรามีคำตอบมาให้แล้ว (ดูวิดีโอเพิ่มเติม)
เร่ิมกันที่การถ่ายวิดีโอที่ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากในการเร่ิมถ่ายจากนั้นเมื่อเข้าสู่หน้าจอเตรียมบันทึกวิดีโอแล้วเราสามารถเลือกเอฟเฟ็กต่าง ๆ ที่มีมากถึง 15 แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะได้ภาพแตกต่างกันไป โดยในจุดนี้ทำให้การถ่ายวิดีโอมีความสนุกมากขึ้น เพราะหลาย ๆ เอฟเฟ็กเอามาถ่ายสนุก ๆ กับเพื่อน ๆ ได้ดีทีเดียว
ภาพตัวอย่างจากกล้องวิดีโอ iPod nano 5G (คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดจริง)
ภาพตัวอย่างจากกล้องวิดีโอ iPhone 3GS (คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดจริง)
สำหรับคุณภาพของวิดีโอเท่าที่ได้ทดสอบถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยภาพที่ได้จาก iPod nano จะเป็นภาพมุมกว้างกว่าภาพจาก iPhone 3GS การรับแสงทำได้ดีกว่า iPhone 3GS อีกเช่นกัน โดยเรื่องนี้เราได้ทำการทดลองถ่ายวิดีโอทั้งจาก iPod nano 5G และ iPhone 3GS พร้อม ๆ กันในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งจะเห็นได้ว่าภาพที่ได้จาก iPod nano 5G จะชัดเจนกว่าบน iPhone 3GS
สำหรับเอฟเฟ็กต่าง ๆ ต้องบอกว่าเยอะมากจริง ๆ เพราะทั้ง 15 แบบก็สามารถสร้างภาพวิดีโอที่มีความแตกต่างกันออกไป โดยการเลือกเอฟเฟ็กต่าง ๆ ก็เพียงแค่กดปุ่มตรงกลางของ Clickwheel เพื่อนเข้าไปเลือกเอฟเฟ็กที่ต้องการจากนั้นเมื่อเราถ่ายวิดีโอก็จะได้หน้าตาวิดีโอเป็นเอฟเฟ็กนั้น ๆ ทันที ซึ่งเราได้นำตัวอย่างเอฟเฟ็กบางส่วนมาให้ดูตามวิดีโอ
รูปแบบไฟล์วิดีโอจาก iPod nano 5G
รูปแบบไฟล์วิดีโอจาก iPhone 3GS
รูปแบบไฟล์วิดีโอที่ iPod nano 5G ถ่ายออกมาจะแตกต่างกับ iPhone 3GS โดยไฟล์วิดีโอที่ได้จาก iPod nano 5G จะมีความละเอียด 640×480 พิกเซลรูปแบบไฟล์เป็น mp4 (H.264) ส่วนไฟล์วิดีโอจาก iPhone 3GS จะเป็น .mov ซึ่งวิดีโอที่ถ่ายจาก iPod nano 5G ความยาวประมาณ 1นาทีขนาดไฟล์ก็จะราว ๆ 20 MB ส่วนวิดีโอจาก iPhone 3GS ความยาว 1 นาทีจะมีขนาดไฟล์ประมาณ 26 MB เรียกว่าขนาดไฟล์เล็กกว่าของ iPhone 3GS อยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ แถมเมื่อนำข้อมูลของไฟล์มาเทียบกันยังพบอีกว่าวิดีโอจาก iPod nano 5G จะมีเฟรมเรตที่สูงกว่าไฟล์ของ iPhone 3GS ถึงเท่าตัว
รวมความในส่วนของวิดีโอโดยรวมเท่าที่ได้ทำการทดสอบถือว่าทำได้ดีมาก ซึ่งภาพที่ได้น่าประทับใจกว่าวิดีโอที่ได้จาก iPhone 3GS เสียอีก เอฟเฟ็กต่าง ๆ ช่วยสร้างลูกเล่นใหม่ ๆ ไม่ใช่ซ้ำซากจำเจเวลาถ่ายวิดีโอ
ถัดมาเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ถูกปรับปรุงใหม่คือ Voice Memos ที่ในเครื่อง iPod nano 4G จะทำได้แค่เพียงการบัทึกเสียงผ่าน ทางไมโครโฟนหรือหูฟังที่มีไมโครโฟนเท่านั้น แตพอมาถึง iPod nano 5G เราสามารถบันทึกเสียงได้ทันทีเพราะตัวเครื่อง iPod nano 5G มีไมโครโฟนติดมาด้วยในตัว ซึ่งพอเราบันทึกเสียงเสร็จ เราสามารถจะเลือกฟังไฟล์ที่เพิ่งบันทึกไปฟังได้ทันทีและสามารถลบได้ตามปกติ หน้าตาของ Voice Memos จะเปลี่ยนไปจากเดิมกลายมาเป็นหน้าตาเดียวกับที่ใช้อยู่ใน iPhone และ iPod touch เท่าที่ทดลองบันทึกเสียงจากตัวไมโครโฟนที่มากับตัวเครื่องระยะห่างประมาณ 3 เมตร เสียงที่บันทึกถ้าฟังตัว iPod nano เลยเราจะได้ยินเสียงห่วยอย่างรุนแรงพาลนึกไปว่าเสียงที่บันทึกได้ห่วยตามที่ได้ยินจริง ๆ ซึ่งพอนำไฟล์เสียงดังกล่าวมาเปิดบนเครื่องคอมพิวเตอร์เสียงที่ได้ยินดีเกินคาดเพราะด้วยความที่ตัวไมโครโฟนบนตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างเล็กมากและอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ค่อยดีนักในการบันทึกเสียง แต่เสียงที่บันทึกได้จะมีเสียงแวดล้อมรอบข้างติดมาด้วยเยอะมากพอดู ซึ่งถ้าจะใช้ในสถานที่ ๆ มีเสียงอึกทึกอาจจะได้ยินเสียงรอบข้างชัดกว่าเสียงที่เราต้องการบันทึกก็เป็นได้ โดยตัวไฟล์เสียงที่บันทึกจะอยู่ในรูปแบบไฟล์ .m4a (Bitrate128kpbs / 44 kHz) แบบสเตอริโอ
ตัวอย่างเสียงที่บันทึกด้วย iPod nano 5G
เท่าที่ทดลองบันทึกเสียงจากตัวไมโครโฟนที่มากับตัวเครื่องระยะห่างประมาณ 3 เมตร เสียงที่บันทึกถ้าฟังตัว iPod nano เลยเราจะได้ยินเสียงห่วยอย่างรุนแรงพาลนึกไปว่าเสียงที่บันทึกได้ห่วยตามที่ได้ยินจริง ๆ ซึ่งพอนำไฟล์เสียงดังกล่าวมาเปิดบนเครื่องคอมพิวเตอร์เสียงที่ได้ยินดีเกินคาดเพราะด้วยความที่ตัวไมโครโฟนบนตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างเล็กมากและอยู่ในตำแหน่งที่ค่อยดีนักในการบันทึกเสียง แต่เสียงที่บันทึกได้จะมีเสียงแวดล้อมรอบข้างติดมาด้วยเยอะมากพอดู ซึ่งถ้าจะใช้ในสถานที่ ๆ มีเสียงอึกทึกอาจจะได้ยินเสียงรอบข้างชัดกว่าเสียงที่เราต้องการบันทึกก็เป็นได้ โดยตัวไฟล์เสียงที่บันทึกจะอยู่ในรูปแบบไฟล์ .m4a (Bitrate128kpbs / 44 kHz) แบบสเตอริโอ
การโอนถ่ายข้อมูล
มาถึงหัวข้อนี้จะเป็นอะไรเสียไม่ได้นอกจากการทดสอบความรวดเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลว่า iPod nano 5G ทำได้เร็วหรือช้าแค่ไหนบ้าง ซึ่งได้ผลการทดสอบออกมาตามนี้
- โอนเพลงผ่าน iTunes ทั้งหมด 215 เพลง (982.3 MB) พร้อมกันในครั้งเดียว ความเร็วเฉลี่ย 1.56 นาที
- โอนภาพยนตร์ผ่าน iTunes 2 เรื่อง (2.5GB) พร้อมกันในครั้งเดียว ความเร็วเฉลี่ย 4.21 นาที
- โอนไฟล์ zip ขนาด 7.21 GB ความเร็วเฉลี่ย 10.20 นาที
สำหรับความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลถือว่ายังทำได้อยู่ในเกณฑ์เดิมหรือจะเรียกว่าเสมอตัวก็ย่อมได้
Fitness (Pedometer และ Nike+iPod)
ในส่วนนี้เป็นส่วนที่แอปเปิ้ลทำเมนูเพิ่มขึ้นมาต่างหากจากเดิม (Extra > Fitness) โดยตัว Pedometer จะคอยช่วยนับการก้าวเดินของเราว่าเดินไปกี่ก้าวแล้ว เท่าที่ทดลองเดินวนไปวนมาพบว่าตัว Pedometer ยังมีการนับผิดเช่นเดินไป 5 ก้าว แต่ Pedometer แสดงผลว่าเดินไป 7 ก้าว เป็นต้น เอาว่านับการก้าวเดินได้แบบคร่าว ๆ พอไหว แต่ให้นับแบบแม่น ๆ เลยคงหวังไม่ได้
ซ้าย : เมนูฟิตเนสก่อนเสียบตัวรับสัญญาณ Nike+ / ขาว : เมนูหลังเสียบตัวรับสัญญาณ Nike+
ส่วน Nike+iPod ที่หลายคนอ่านสเป็คแล้วเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าไม่ต้องใช้ตัวรับสัญญาณกับ iPod nano 5G อีกต่อไปนั้น เป็นการเข้าใจผิดเพราะถ้าเราต้องการใช้งาน Nike+iPod ก็ยังต้องใช้ทั้งตัวรับสัญญาณต่อเข้ากับ iPod nano 5G และตัวส่งสัญญาณที่ต้องนำไปไว้ที่รองเท้าเช่นเดิม สำหรับหน้าตาการแสดงผลในส่วนของ Nike+iPod ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปจากเดิม ส่วนที่รู้สึกดีก็คือทุกอย่างสามารถแสดงผลเป็นภาษาไทยได้ นอกจากนั้นยังมีเมนูใหม่เพิ่มเข้ามาคือ Heart Rate Monitor (อุปกรณ์วัดอัตราการเต้นหัวใจ) ซึ่งเรื่องนี้เราไม่มีอุปกรณ์ทดสอบว่ามีการทำงานแบบไหนและอย่างไร
การแสดงผลภาษาไทย
สำหรับการแสดงผลภาษาไทยใน iPod nano 5G ทำได้ดีขึ้นมากกว่ารุ่นเดิม ตัวอักษรภาษาไทยแสดงผลสวยงาม ส่วนเรื่องวรรณยุกต์ และ สระ ยังคงแสดงผลลอยเท้งเต้งผิดตำแหน่ง แต่ก็ยังดีที่การแสดงชื่อเพลงที่มีสระและวรรณยุกต์แสดงผลได้ครบไม่ถูกตัดออกเหมือนเมื่อครั้ง iPod nano 4G โดยรวมของการแสดงผลภาษาไทยต้องชมทีมงานของแอปเปิ้ลด้วยว่าทำการบ้านมาดีเพราะทุกเมนูในเครื่องสามารถแสดงผลเป็นภาษาไทยได้ทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งเมนูและข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ Nike+ ที่แสดงผลเป็นภาษาไทยด้วยทั้งหมด
ส่วนจุดที่ยังคงแสดงผลภาษาไทยได้ไม่ดีคือตรงหน้าเมนูที่บอกว่าตอนนี้เรากำลังเล่นเพลงอะไรอยู่มีการแสดงผลในเรื่องของวรรณยุกต์ไม่ครบ
จุดน่าขำคือทุกอย่างที่เป็นภาษาไทยดีเกือบหมดทุกอย่างยกเว้นคำว่า ‘น้ำตาลเข้ม’ (Sepia) ที่แอปเปิ้ลดันเขียนว่า ‘น้ำตาลเข็ม’ ในส่วนของเอฟเฟ็กต์กล้องวิดีโอ
อื่น ๆ
แสดงรูปภาพทั้งหมดขนาดเล็ก
สามารถดูรูปได้เต็มหน้าจอแนวนอน
เกมต่าง ๆ ยังแสดงผลแบบหน้าจอ 4:3 (เกม Phase ซื้อเพิ่มเติมต่างหาก)
ทางด้านเกมยังคงใช้เกมเดิมสำหรับ iPod classic, iPod 5G, iPod nano 3G/4G ได้เช่นเดิม ส่วนรูปภาพก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
สรุปสำหรับ iPod nano 5G with Video Camera ต้องยอมรับว่าส่ิงที่เปลี่ยนแปลงนั้นเป็นในทางที่ดีขึ้น แม้ว่าหลาย ๆ อย่างเพิ่งจะมีมาให้เห็นใน iPod ก็ตาม สำหรับในส่วนของการถ่ายวิดีโอถือว่าอยู่ในขั้นยอมรับได้แม้สีสันของวิดีโอไม่แจ๋มเท่าใดนัก ส่วนเอฟเฟ็กต์ในการถ่ายวิดีโอก็ช่วยให้การถ่ายวิดีโอมาเรื่องน่าสนุกเพิ่มขึ้น แต่ฟีเจอร์ที่ผมชอบที่สุดเห็นจะเป็น Live Pause ที่ช่วยให้เราไม่พลาดหรือพลาดน้อยที่สุดในการฟังวิทยุจากคลื่นโปรด สาธยายกันมามากพอแล้วเอาเป็นว่าอ่านเสร็จจนถึงบรรทัดนี้ก็แล้ว แนะนำให้ลองไปเล่นตัวเป็น ๆ ดูครับรับรองได้ว่ามีอาการแอบปลื้มแน่ ๆ
จุดสังเกต
- มีฟีเจอร์วิทยุในตัว
- สามารถบันทึกเสียงได้ในตัว
- มีลำโพงขนาดเล็กอยู่ในตัว (อย่าหวังว่าเสียงจะดีอะไรนัก)
- ขนาดของ Clickwheel เล็กคนน้ิวใหญ่ ๆ หมุนไม่ถนัด
- ไม่ยอมให้หูฟังแบบมีโมทมาด้วย
ราคา :
- รุ่น 8 GB – 6,200 บาท
- รุ่น 16 GB - 7,400 บาท
เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : KOAN CO.,Ltd. (02-656-1291)
หาซื้อสินค้าได้ที่ :
- iStudio by Copperwired (สยามดิสคัฟเวอรี่, สยามพารากอน, ดิจิตอลเกตเวย์, เซ็นทรัลเวิร์ล, เจ-อเวนิว)
- iBeat by Copperwired (สีลมคอมเพล็กซ์)
การใช้งานทั่ว ๆ ไป
เอฟเฟ็กต์ทั้งหมด (15 แบบ)
เปรียบเทียบวิดีโอ : iPhone 3GS (ซ้าย) / iPod nano 5G (ขวา)













































Sep 19, 2009 at 4:33 am
ในวิดีโออันแรกมีผิดพลาดเรื่องการบอกตำแหน่งกล้องเล็กน้อยครับ
แก้ไขจาก ‘กล้องอยู่ทางด้านล่างขวา เป็น กล้องอยู่ทางด้านล่างซ้าย’
Sep 19, 2009 at 5:03 am
โอ้ววววว อัดเสียงได้ มีภาษาไทยให้พร้อมมมม ไม่ซื้อได้ไงเนี่ยยยย เริ่ดขะไหนหนานนนน^- ^*
Sep 19, 2009 at 5:05 am
เห็นแล้ว อยากได้มาไว้ถ่ายวีดีโอเล่น ;)
Sep 19, 2009 at 8:59 am
ขอบคุณมากครับ รีวิวได้ละเอียดและมีข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับภาษาไทย หลังจากได้อ่านรีวิวนี้ ผมคิดว่าจะซื้อเหมือนกัน
รบกวนแก้ไขที่เขียนผิดดังนี้ครับ
1. ปริยา ตก “ย”
2. ไม่สามารถ “รถ” ไฟล์วิดีโอ น่าจะเป็น “ลบ” ?
3. สีสรร ต้องเขียน สีสัน ถึงจะถูกครับ
4. วิดีโอ “ที่” เพิ่มเข้ามา มีสระอิเกินมา
5. คำใน “” ต่อไปนี้
“สิ่ง” ที่เปลี่ยน… (2 ที่)
“เริ่ม” กันที่หน้าจอ…
“เริ่ม” งงๆ…
ฟัง “สิ่ง” ที่คุณพี่ดีเจ…
“เริ่ม” ฟังคลื่น…
“เริ่ม” กันที่การถ่ายวิดีโอ…
“เริ่ม” ถ่ายจากนั้น…
สระสลับกับวรรณยุกต์ครับ
Sep 19, 2009 at 9:54 am
ชอบ effect ถ่ายวีดีโอมาก
Sep 19, 2009 at 10:13 am
ซื้อมาแล้วครับ :-)
ทำตกไปแล้ว เป็นรอยแล้ว
TT
Sep 19, 2009 at 10:35 am
@MeuBy Moby
Sep 19, 2009 at 10:36 am
นึกว่าครูที่เอกมาเอง = =”
อยากได้จังเลยอะ แต่ต้องรอปีหน้าแน่ะ
Sep 19, 2009 at 10:44 am
เรื่องสระสลับกับวรรณยุกต์จะพยายามแก้นะครับ
Sep 19, 2009 at 11:05 am
ลบวีดีโอที่เราถ่ายได้นะครับ
เข้าไปที่ library ของวีดีโอที่เราถ่ายไว้ (ที่เป็นรูป thumbnail)
เลือกวีดีโอที่เราจะลบ กดปุ่มกลางค้างไว้ จะมีเมนูให้ลบ
Sep 19, 2009 at 11:38 am
แล้ว ที่เราซื้อมาก่อนหน้านี้ล่ะ แง๊ๆๆๆ
อยากได้อันใหม่อ่ะ
Sep 19, 2009 at 11:42 am
ขอบุณสำหรับความรู้ครับ รีวิวได้ละเอียดจริงๆ
Sep 19, 2009 at 11:51 am
กล้องนาโนตัวนี้ถ่ายภาพนิ่งไม่ได้ใช่ไหมครับ
Sep 19, 2009 at 11:52 am
แอบแซวนิดหนึ่ง คุณกั้งฟัง SNSD ด้วยหรอครับ อิอิ
Sep 19, 2009 at 12:04 pm
ไม่ได้
Sep 19, 2009 at 1:12 pm
ขอบคุณสำหรับรีวิวมาให้ไห้อ่านกันครับ ผมอยากได้ซักเดรื่องแต่มันสวยหมดทุกสี
ไม่รู้จะเอาสีใหน เลือกยากจังเลย อิอิ
Sep 19, 2009 at 2:29 pm
work!!!
Sep 19, 2009 at 3:15 pm
อยากได้สักตัว 8 Gb ก็ OK แหละ
Sep 19, 2009 at 5:25 pm
เห็นแล้วอยากได้ง่าา
Sep 19, 2009 at 8:08 pm
อยากได้มาก แต่ไม่รู้รออะไรอยู่
Sep 19, 2009 at 8:11 pm
ผิวดูมัน แล้วสีเลยดูสดใสมากเลย ชอบจัง ถ้าตอนนี้ไม่กินแกลบอยู่นะ คงซื้อไปแล้ว
Sep 19, 2009 at 9:03 pm
มี Touch 2gen แล้วมาเจอ review nano 5gen ยังอยากได้เพิ่ม
ขอบคุณ review ดีๆครับ
Sep 19, 2009 at 9:53 pm
แล้วเรื่องของ Genius Mixes ล่ะคับ?
การทำงานเป็นยังไงบ้างคับ?
พูดถึงส่วนนี้หน่อยนึงจิคับ อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมง่ะ
ขอบคุณคับ
ปล.อยากได้จิงจัง
Sep 19, 2009 at 10:24 pm
ทำไม สีเหลือง กะ แดง ต้องซื้อจาก Apple Online Store?
มีอะไรพิเศษ?
Sep 20, 2009 at 12:28 am
สงสัยต้องสั่งสีแดงแล้วละ
Sep 20, 2009 at 2:13 am
ขอโทษครับสงสัยตรงเทียบวิดิโอ
ไฟล์วิดิโอจาก 3gs ตรง file inspector
ทำไงให้ขึ้น created in Bangkok. . . อะครับ
ผมลองเปิด location service แล้วถ่ายก็ไม่เห็นขึ้นอย่างข้างบนเลย
(เท่ดี)
Sep 20, 2009 at 2:21 am
เท่าที่จับดูเหมือนเครื่องมันเบาลงนะครับ
Sep 21, 2009 at 9:54 am
เพิ่มเติมในส่วนของ ‘ตัวอย่างเสียงที่บันทึกด้วย iPod nano 5G’ ลองฟังกันดูว่าชัดไม่ชัดยังไงนะครับ
Sep 21, 2009 at 2:09 pm
ดีครับ
Sep 21, 2009 at 6:56 pm
คุณกั้ง รบกวน update ตรงนี้ด้วยครับ …
ส่วนข้อเสียที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแบบนี้ด้วยก็คือไม่สารถลบไฟล์วิดีโอที่ถ่ายได้จากตัว iPod nano 5G เอง ซึ่งถือว่าเป็นข้อเสียที่คงต้องรอให้แอปเปิ้ลคิดเหมือนที่ผมคิดเสียก่อน
ตกลงมันลบได้ในตัวเลยนะครับ
คุณกั้งลองกดปุ่มตรงกลางค้างไว้ตรงไฟล์ vdo แล้วมันจะมีเมนูให้เลือก
-Delete All
-Delete
-Cancel
:-)
Sep 21, 2009 at 10:54 pm
แก้ไขแล้วครับ
แบบว่าตอนกด ๆๆๆๆ หาไม่เจอ ขอบคุณมากครับคุณ Artit
Sep 22, 2009 at 12:10 am
รูปทรงโดนใจเหลือเกิน
Sep 22, 2009 at 1:02 am
ไม่น้า แล้ว iPod nano 4G เราหล่ะ ยังไม่ถึงปีเลยนะเนี่ย อยากได้ใหม่จังเลย แง่ๆ อยากได้ๆ เพิ่มมาเยอะมากๆเลย
Sep 22, 2009 at 4:41 am
ไม่ทราบภาคใต้ พอจะจำหน่ายตรงไหนบ้างครับ
Sep 22, 2009 at 7:59 pm
รู้สึกกล้องมันเกะกะยังไงไม่รู้
Sep 26, 2009 at 1:30 am
แหล่มมากมาย ตอนนี้อยากได้สีแดงแล้วล่ะค่ะ อ่านรีวิวแล้วอยากจะซือซะตอนนี้เลยนะเนี่ย
Oct 3, 2009 at 1:53 am
โอ้วว แจ๋วมากมายเลยครับ เสียดายถ่ายภาพนิ่งไม่ได้
แต่ชอบตรงฟังวิทยุแล้วย้อนกลับได้นี่แหละ เด็ดจริงๆ
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ ละเอียดมากเลย
Oct 6, 2009 at 8:36 pm
อยากได้ ๆๆๆ
Oct 16, 2009 at 2:22 pm
อยากได้เพลงในนั้นอ่ะ (. . “)
Oct 17, 2009 at 5:22 pm
ว้าวว วว!